“ถึงบ้าน…แล้วบอกด้วยนะ”
มันเป็นประโยคง่ายๆ ที่คุณอาจจะเคยพูดกับใครสักคน
ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน ญาติ แฟน คนสนิท
และเป็นประโยคที่คงจะมีใครสักคน เคยพูดกับคุณเช่นกัน
ประโยคที่ฟังดูปกติ
เป็นคำพูดที่ดูไม่ได้พิเศษอะไร
แต่ในความหมายที่แสนธรรมดานั้น มันก็เหมือนจะมีบางอย่างซ่อนอยู่
และบางอย่างที่ว่านั้นมันก็คือ “ความห่วงใย”
ความห่วงใยเล็กๆ ที่ส่งผ่านมาทางคำพูดง่ายๆ ธรรมดานี่แหละ
การกลับถึงบ้าน คือการที่จบภารกิจแห่งความยุ่งเหยิงหรือวุ่นวายในแต่ละวัน
และได้มาอยู่ในที่ๆ อบอุ่นและรู้สึกได้ถึงความปลอดภัย
และคนที่พูดแบบนั้นกับคุณ เขาก็อยากให้คุณอยู่ที่ตรงนั้น
แค่รู้ว่ากลับมาแล้วก็สบายใจ
ได้รู้ว่าถึงบ้านแล้วก็หายห่วง
แต่ในความเป็นจริง ไม่มีใครรู้ได้หรอกว่า
คนที่คุณพูดประโยคนี้ด้วย เขาจะได้กลับถึงบ้านไหม
แม้แต่ตัวคุณเองก็เช่นกัน
วันนี้ คุณจะได้กลับถึงบ้านเหมือนอย่างทุก ๆ วันหรือเปล่า
ถ้าเป็นไปได้ ทุกชีวิตที่ก้าวออกจากบ้านมา
ถ้ายังไม่ถึงเวลาอันสมควร
ทุกคนก็ควรได้ถึงบ้านอย่างปลอดภัย
แต่อย่างที่บอก ว่าความจริงแล้วมันไม่มีทางเป็นไปได้เลย
และก็ไม่มีใครรู้ด้วย
คนพูดก็ไม่รู้
คนฟังก็ไม่รู้
ไม่มีใครรู้ได้เลย
ว่าทุกคนออกมาแล้วจะได้กลับถึงบ้านไหม
บางครั้งบางคนอาจนึกรำคาญความห่วงใยนี้
ว่าทำไมต้องคอยบอก
แต่เชื่อเถอะว่า ถ้าวันหนึ่งที่คุณกลับไปไม่ถึง หรือไม่ทันได้บอกใคร ๆ
ความรำคาญที่ว่า มันจะเปลี่ยนเป็นความเสียใจ
ที่มันอาจมีมากกว่าหลายร้อยหลายพันเท่านัก
วันนี้ ถ้าคุณยังมีโอกาสได้กลับถึงบ้าน
บอกคนที่ห่วงคุณ ว่าคุณถึงที่นั่นแล้ว
บอกเขาในวันที่ยังได้บอก
เพราะถ้าไม่ใช่
ต่อให้อยากบอกแค่ไหน มันก็ไปไม่ถึงแล้ว
ไปไม่ถึงทั้ง “คำ”
และก็ไปไม่ถึงทั้ง “คน”






