Highlight
1.จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ คือการใช้ภาพสีมาอธิบาย ทำให้เข้าใจได้ง่ายและเห็นภาพได้อย่างชัดเจน รวมถึงการใส่ความกว้าง ยาว และสูงของเฟอร์นิเจอร์ ตู้ เครื่องเรือนต่างๆ ซึ่งทำให้ผู้อ่านนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง
2.หนังสือเน้นแนวคิดของการ “ออกแบบบ้าน” มากกว่าวิธีการจัดระเบียบบ้านหรือเทคนิคการทำความสะอาด จึงเหมาะสำหรับคนที่กำลังสร้างบ้านหรือกำลังปรับปรุงบ้านมากๆ
3.ผู้เขียนเป็นชาวจีน ทำให้สะท้อนปัญหาบ้านรกของชาวเอเชียที่ใกล้เคียงกับวิถีชีวิตคนไทยได้เป็นอย่างดี และพื้นที่การใช้งานต่างๆ ในบ้านเช่น ห้องแต่งตัว โต๊ะเครื่องแป้ง ห้องครัว สอดคล้องกับสภาพบ้านของคนไทยเป็นอย่างมาก
ทุกวันนี้ บ้านหลังใหญ่มีราคาค่อนข้างแพงและส่วนใหญ่อยู่ในทำเลที่ห่างไกลตัวเมือง ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกอาศัยอยู่ในคอนโดหรือบ้านที่มีขนาดเล็กมากขึ้น
ปัญหาส่วนใหญ่ของ “พื้นที่” ที่เล็กลง คือ การมีพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่ความต้องการจัดวางสิ่งของของคนเรายังมีอยู่มาก การจัดพื้นที่บ้านให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตและการวางข้าวของภายในบ้านจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากโดยเฉพาะแนวคิดการออกแบบบ้านให้เหมาะสม ด้วยเคล็ดลับดีๆ จากหนังสือ “บ้านเล็กจัดให้ใหญ่” ของลู่เหวย นักออกแบบบ้านสาวชาวจีน
ลู่เหวย เปรียบเทียบบ้านเหมือนร่างกายคนเรา บ้านที่รกเต็มไปด้วยข้าวของเหมือนกับคนอ้วนที่ถึงเวลาต้องลดน้ำหนัก ซึ่งไม่ใช่แค่ร่างกายที่สวยงามเท่านั้นแต่ให้ความมั่นใจกลับมาด้วย ดังนั้น การตัดสินใจทิ้งของใช้เก่าๆ นอกจากจะได้พื้นที่ใช้สอยมากขึ้นแล้ว ยังได้ความสะดวกสบายใจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย
ลู่เหวย บอกเล่าวิธีการคิดเริ่มต้นในการออกแบบบ้านให้สวยงามและน่าอยู่ รวมถึงสบายตาสบายใจ ผ่านการออกแบบ “วิธีการจัดเก็บของ” และ “พื้นที่”
สำหรับวิธีการจัดเก็บของ ปัญหาที่ทำให้บ้านดูรกหนึ่งในนั้นคือการใช้อุปกรณ์หลากสีสัน เช่น ขวดแชมพู สบู่เหลว หรือตู้ลิ้นชัก กล่องพลาสติกหลากสี วิธีแก้เบื้องต้นที่ทำให้บ้านไม่ดูรก คือการใช้อุปกรณ์จัดเก็บแบบ ขนาด รูปทรง และสีเดียวกัน โดยนำเครื่องใช้เหล่านั้นมาเติมใส่ภาชนะที่เราจัดเตรียมเอาไว้ ทำให้มองเห็นและดูสบายตามากขึ้น
ส่วนพื้นที่ภายในบ้านหนึ่งหลัง มีพื้นที่หลากหลายแบบ เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องแต่งตัว ที่ต้องใช้วิธีการออกแบบพื้นที่จัดเก็บข้าวของและวิธีการใช้สอนแตกต่างกันไป
ห้องนั่งเล่น
ปกติบ้านต่างๆ จะใช้ตู้เก็บของหลากหลายแบบและขนาด เช่น ตู้ไม้ กล่องพลาสติก ซึ่งทำให้ต้องสูญเสียพื้นที่ว่างเป็นจำนวนมากและดูไม่สบายตา วิธีการแก้ไข จึงให้ออกแบบกำแพงบ้านมาเป็นชั้นวางเก็บของแบบบิลด์อินซึ่งทำให้ดูสบายตามากกว่าและใช้พื้นที่ได้ประหยัดคุ้มประโยชน์สูงสุด โดยมีสูตรง่ายๆ คือกำหนดพื้นที่โล่งเอาไว้โชว์ของ 2 ส่วน และพื้นที่เป็นบานปิด 8 ส่วน รวมถึงการใช้สีสว่างที่ทำให้ดูสบายตา
ห้องครัว
การสร้างเคาน์เตอร์แนะนำให้สร้างเป็นตัว U เพราะมีพื้นที่ใช้สอยและจัดวางสิ่งของได้ประหยัดพื้นที่มากกว่าการสร้างเป็นตัว L หรือ ตัว I แนวนอน และตู้เก็บอุปกรณ์ทำครัวด้านล่าง ควรใช้ “ลิ้นชัก” แทนประตูบานพับ เพราะการจัดวางหม้อ จานชามในแนวตั้งทำให้หยิบใช้ได้ง่ายสะดวก ไม่ต้องก้มหลังและมองหาได้ง่ายมากๆ
ห้องแต่งตัว
มีองค์ประกอบสามอย่างที่ต้องให้ความสำคัญ คือ การกำหนดเส้นทางในการเดินหยิบเสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า ให้สั้นที่สุดด้วยการเขียนแผนผังการเดินแต่งตัวตั้งแต่เตียงนอนไปจนถึงก้าวสุดท้ายที่หน้าประตู การจัดวางสิ่งของแต่ละชิ้นให้มีประสิทธิภาพ เช่น การพับเสื้อผ้าให้เก็บในแนวตั้ง หรือการเก็บเครื่องประดับในกล่องพิเศษหรือเก็บในถุงซิปล็อกช่วยทำให้หาง่าย และ การกำหนดแสงสว่างภายในห้องโดยใช้โคมไฟติดอยู่เหนือบานกระจกทำให้มองเสื้อผ้าได้ชัดเจน ช่วยทำให้การแต่งตัวเป็นเรื่องสนุก
สิ่งหนึ่งที่ลู่เหวยให้ความสำคัญมากกว่าการออกแบบบ้านให้ใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าอย่างประหยัดแล้ว คือการมีทัศนคติในการซื้อจัดเก็บข้าวของแต่ละชิ้นอย่างถูกต้องด้วย เธอเห็นว่าเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋านั้นไม่มีจำนวนที่จะพอความต้องการของคนเราได้
สิ่งที่ถูกต้องคือ ซื้อจำนวนน้อยลงแต่มีคุณภาพสูงขึ้น
เลือกซื้อของที่ดีมีคุณภาพ ซื้อของที่คุณจะไม่มีวันอยากทิ้ง
ซื้อของที่คุณมองเห็นมันครั้งที่สองแล้วก็ยังรู้สึกรักมัน
เลือกในสิ่งที่คุณรักที่สุดเก็บเอาไว้ แล้วค้นหาสไตล์ของตัวเอง






