คืนแรกเวลา 2 ทุ่มเศษ แม่แท็กใช้ให้เลขามือขวา (กะหรี่รุ่นพี่ซึ่งหมดแท็กแล้ว) พาฉันกับขวัญและเด็กแท็กอีก 7-8 คน เข้าไปจับแขกในโรงแรมซีเชล แต่คืนนี้ฉันกับขวัญและเด็กแท็กใหม่อีก 2-3 คนที่เพิ่งบินมาก่อนหน้าฉันไม่กี่วัน ยังไม่ค่อยรู้กฎกติกาในการหากินกับพื้นที่นี้ แม่แท็กจึงทำการปฐมนิเทศเล็กๆ น้อยๆ ด้วยภาษาและคำพูดของคนกลางคืนที่ค่อนข้างหยาบ ดิบ ตรงและแรง แบบไม่สนว่าใครจะเป็นใครมาจากไหน รู้แต่ว่าเมื่อทุกคนมาอยู่ ณ.จุดนี้แล้วคือโสเภณีหรือกะหรี่ที่ต้องรับสภาพได้ทุกรูปแบบ
“คืนนี้ต้องให้ได้งานกันทุกคนนะ หัดเดินเข้าหาแขกกันบ้าง ไม่ใช่มัวแต่อายหลบมุมหนีแขก ถ้าอายก็ไม่ต้องมาขาย Hee ไปหาแดกอย่างอื่น และอีพวกคนเก่าด้วยนะไม่ใช่มัวแต่แดกเหล้าจนเมาแล้วไม่เอาแขก อย่าให้แม่รู้นะว่าใครไปกับแมงดา กูจะส่งกลับเมืองไทยทันที…จำไว้นะ ถ้ายังไม่หมดแท็กอย่าเพิ่งริมีผัว ถ้าหมดแท็กแล้วอยากจะมีผัวแมงดากี่คนก็เรื่องของพวกมึง หรือใครไม่อยากทำงานก็บอกมาตรงๆ กูจะส่งกลับบ้านทุกคน ...รู้เรื่องกันนะ!”
ทุกคนฟังคำประกาศิตแล้วพากันพยักหน้าหงึกๆ ไม่มีใครเปล่งเสียงคัดค้านใดๆ เพราะนางพูดถูก คือเวลาออกไปจับแขก หลายคนชอบอ้างว่า ถ้าไม่เมาก็ไม่กล้าเข้าหาแขก แต่พอเมาแล้วก็จะไม่ยอมไปกับแขกอ้างว่าเมา แล้วเลือกที่จะไปกับพวกแมงดา ไปแบให้เขาฟรีๆ ไม่ต้องมีค่าตัวแถมเลี้ยงเหล้าเบียร์เขาอีกต่างหาก หรือบางคนที่ติดเหล้ารักเมาก็จะไปหาที่ดื่มต่อยันเช้า! สุดท้ายก็ไม่ได้เงินมาส่งแม่แท็ก
ถึงแม้แม่แท็กจะเป็นคนปากร้ายกาจพูดจาโผงผาง ดูเป็นนักเลงไม่เกรงกลัวใคร ทั้งตัวมีแต่รอยสัก แต่ลึกๆ นางก็ใจดีมีคุณธรรมอยู่นะ คือถ้าใครไม่อยากทำงานนางก็ไม่บังคับ ยินดีส่งกลับบ้านตามความประสงค์ (แต่ต้องให้ญาติส่งเงินค่าตั๋วเครื่องบินมาใช้หนี้นางก่อนนะ 5 หมื่นบาท อย่าคิดว่าจะส่งกลับฟรีๆนะคะ!)
เมื่อมาถึงสถานที่ทำงาน ที่นี่เป็นบาร์เหล้าสไตล์อเมริกัน รูปแบบการดีไซน์ในบาร์เหมือนอยู่ในเมืองคาวบอย คือนอกจากจะมีเหล้าเบียร์ให้ดื่มแล้ว ยังมีอุปกรณ์ความบันเทิงให้พวกนักดื่มได้สนุกเพลิดเพลินกับโต๊ะพูล ตู้ม้า เป้าปาลูกดอก และที่นี่ก็เป็นศูนย์รวมของโสเภณีสารพัดชาติ เช่น ไทย จีน รัสเซีย ไนจีเรีย อุซเบกิสถาน ส่วนลูกค้าที่เข้ามาดื่มในบาร์นี้มีหลายชาติด้วยกัน ส่วนใหญ่เป็นฝรั่งชาติต่างๆ ลองลงมาคืออาหรับ ญี่ปุ่น เกาหลี จีนพอมีประปลาย
ส่วนพี่ไทยไม่ต้องพูดถึง เพราะในบาห์เรนอะไรก็แพงทุกอย่าง โดยเฉพาะค่าตัวของผู้หญิงหนึ่งคืนก็กินเงินเดือนผู้ขายแรงงานอย่างชายไทยหายไปครึ่งเดือน ดังนั้นในบาร์แห่งนี้จึงไม่เคยมีคนไทยพลาดท่าย่างกายเข้ามาเที่ยวแม้แต่คนเดียว
ตอนแรกที่เดินเข้ามาในบาร์ ฉันเห็นมีผู้หญิงไทยและจีนเข้ามานั่งอยู่ตามมุมต่างๆ ประมาณ 20-30คน แต่พอ 4-5 ทุ่มไปแล้วก็ทยอยเข้ามาอีกเรื่อยๆ จนเป็นร้อยและแน่นขึ้นแบบต้องเดินเบียดกัน พวกหล่อนเข้ามานั่งดื่มบ้าง สูบบารากุบ้าง และเดินเพ่นพ่านอยู่อีกหลายจุดทั่วบาร์ ทีแรกฉันเข้าใจว่าพวกหล่อนเป็นนักเที่ยว นักดื่ม แต่ที่ไหนได้ทั้งหมดนี้คือกะหรี่ทั้งนั้น แต่ละคนดูทรงแล้วเก่ง เก๋าเอาเรื่องกันทุกคน
ชั่วโมงนั้นฉันได้แต่ยืนตะลึงมองผู้หญิงที่มีเป็นหนอนแต่ลูกค้ามีอยู่แค่ไม่กี่สิบคนเท่านั้น คิดอยู่ในใจว่างานนี้กูตายแน่ เพราะสีแขกกับเขาก็ไม่เป็น พูดภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ จะเอาอะไรไปสู้กับพวกเสือ สิงห์ โดยเฉพาะพวกผีจีนกูบอกเลยว่า Hee ไวและใจกล้าหน้าด้านมากแบบไม่สนโลกว่าแขกใครเป็นแขกใคร ยิ่งถ้าใครสีแขกได้แล้วต้องห้ามเผลอ ห้ามลุกไปไหนเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นผีจีนจะเข้ามาเสียบแทนที่ทันที (ความหมายของคำว่า “ผีจีน” คือผู้หญิงจีนส่วนใหญ่จะไม่ชอบแต่งหน้ามาทำงาน ปล่อยให้ซีดเหมือนซากศพ คนไทยจึงให้ฉายาว่าผีจีน)
เบื้องต้นเลขาของแม่แท็กสอนงานไว้แล้วว่า ถ้าสีแขกได้แล้ว (หมายถึงจีบลูกค้าได้แล้ว) ต้องนั่งเฝ้าให้ตลอด แต่ห้ามคุยนานเกิน 10 นาที แล้วถามแขกให้รู้เรื่องไปเลยว่าจะใช้บริการหรือ? ถ้าไม่ใช้ก็ให้รีบปิดการขายทันทีแล้วหารายอื่นต่อไป และตั้งกฎการทำงานไว้ว่า ถ้าจะไปค้างคืนกับแขกก่อนเวลาเที่ยงคืนก็ห้ามเรียกราคาต่ำกว่า 180 บีดี หรือเท่ากับหนึ่งหมื่นแปดพันบาท แต่ถ้าหลังเที่ยงคืนไปแล้วราคาค้างคืนคือ 120-80 บีดี ทั้งนี้ก็เพื่อให้เด็กแท็กมีโอกาสได้งานอย่างต่ำวันละ 2 รอบ แต่สำหรับบางคนก็ไม่ได้งานสักรอบและไม่ได้ติดต่อกันหลายวันก็มี เพราะแต่ละคืนในซ่องชีเชลแห่งนี้มีผู้หญิงขายบริการเป็นร้อยๆ แย่งกันห้ำหั่นราคาค่าตัวกันแบบสุดฤทธิ์ โดยเฉพาะผีจีนค้างคืน 50 บีดีตั้งแต่หัวค่ำก็ไปแล้ว นี่คือต้นเหตุที่ทำให้ค่าตัวของสาวไทยต้องดั๊มพ์ราคาลงมาด้วย
วันนี้กูเพิ่งเข้าใจแล้วว่า การจะไปเป็นกะหรี่ที่บาห์เรนไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ทุกคนต้องมีทักษะ และไหวพริบต้องดี ต้องไว ต้องใจกล้าหน้าด้านสุดฤทธิ์ ไม่อย่างนั้นชาตินี้ใช้หนี้ไม่หมดแท็กแน่…ฉันเคยคุยกับพวกผีจีนและรู้มาว่าเด็กแท็กคนจีนต้องใช้หนี้พ่อแท็กแสนสาหัสกว่าผู้หญิงไทยเยอะ คือหลายแสนบาท ซึ่งต้องใช้เวลานานถึง 6 เดือนตามกำหนดวีซ่าที่สามารถอยู่ได้ในบาห์เรน ในขณะที่สาวไทยใช้หนี้แค่หนึ่งแสนห้าหมื่นบาทแต่มีเวลาให้ 1 เดือน (ใน 7-8 ปีที่แล้วนะ) แต่ถ้ายังใช้ไม่หมดแม่แท็กจะส่งไปต่อวีซ่ากับประเทศใกล้เคียงอยู่เรื่อยๆ (โดนบวกค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก) ดังนั้นผีจีนต้องพยายามให้ได้งานทุกคืนและรีบเก็บเงินเป็นของตัวเองให้ได้ก่อนที่วีซ่าจะหมด พวกเธอจึงต้องลดราคาค่าตัวให้ถูกที่สุดจนกว่าแขกจะพอใจและหิ้วพวกเธอไปนอนด้วย ไม่อย่างนั้นพวกเธอจะต้องกลับบ้านมือเปล่า
ผลสรุปของการทำงานคืนแรก นังขวัญได้งาน 2 รอบและคนอื่นๆ ก็ได้กันคนละ 2-3 รอบ ยกเว้นกูคนเดียว กลับบ้านมือเปล่า โชคดีนะที่ไม่โดนแม่แท็กด่า (ยังใหม่อยู่)…แล้วคืนที่ 2, 3, 4 กระทั่งหนึ่งอาทิตย์ผ่านไปฉันก็ได้งานแค่วันละรอบ บางวันก็ไม่ได้เลย ผิดกับขวัญที่นำหน้าไป 20 กว่ารอบ นั่นเป็นเหตุให้แม่แท็กเริ่มหงุดหงิดกับฉัน... แล้วฉันก็ได้รับคำสั่งให้โยกย้ายไปประจำอยู่ในโรงแรม หรือเรียกว่าเดินงาน ที่จะไม่มีโอกาสได้ออกไปพบปะผู้คนและไม่ได้โลดแล่นราตรีเหมือนเช่นทุกคืน!






