OPINION

โอ้บาปกรรมน้ำนรกนะโพสต์เรา

ภาณุ บุรุษรัตนพันธุ์
27 ก.ค. 2560
ในฐานะซึ่งเป็นคนทำสื่อ แถมยังเคยอยู่ในสื่อสายไลฟ์สไตล์ผู้ชาย ผมรู้ตัวดีว่าสักวันวันนี้มันต้องมาถึง เป็นความรู้สึกเดียวกับดาร์ต เวเดอร์ ที่รู้ตัวดีว่าสักวันลูกชายเจไดหนุ่มจะกลับมาปลิดชีวิตด้วยดาบเลเซอร์ในการเผชิญหน้ากัน วันนั้นเราจะมีโอกาส(แม้เพียงนาทีเดียว) ที่จะเปิดใจกันถึงความสัมพันธ์พ่อลูก ท่ามกลางเหงื่อ เลือด น้ำตา รอยยิ้มของลอร์ดเวเดอร์หลังหน้ากากถูกเปิดออกในวาระสุดท้ายของชีวิต เมื่อเขาบอกว่าอยากเห็นหน้าลูกชายผ่านตาเนื้อ มิใช่มองผ่านม่านสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ในหน้ากากผดุงชีพสีดำทมิฬอันเป็นซิกเนเจอร์
 
วันที่มาถึงนั้นคือวันนี้เอง ที่ความขึงขังอย่างใหม่ของทางการตำรวจในเรื่องการกวดขันโพสต์ซึ่งผู้โพสต์มีเครื่องดื่มอยู่ในภาพด้วย ระบุว่าเป็นความผิดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แอบแฝง คำประกาศนี้นับเป็นครั้งแรกที่พรบ.นี้บี้สื่อออนไลน์อย่างเป็นจริงเป็นจัง(หลังจากที่รัฐพยายามขึ้นทะเบียนผู้ใช้เฟซบุ๊ก แล้วก็แผ่วๆไปตามลีลาเมื่อโดนชาวบ้านด่า) เวลาที่ผมเองทำสื่อไลฟ์สไตล์ผู้ชายนั้น คอนเทนต์หนึ่งซึ่งไม่มีทางหนีพ้นคือเรื่องเหล้า ไวน์ เบียร์ ค็อกเทล สาเก โชจู ไซเดอร์  ฯลฯ



ย้อนกลับไปสมัยเมื่อทำสื่อสิ่งพิมพ์ ผมเองก็พยายามให้ความร่วมมือกับทางการในการเลี่ยงไม่ลงภาพตรงๆ ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ไม่มีใครอยากเสียค่าปรับหรือใช้เวลาครึ่งวันไปนั่งฟังคำบรรยายที่ท่านกรุณาให้ความกระจ่างเรื่อง พรบ.เครื่องดื่มและแอลกอฮอล์หรอกครับ) บางวันทีมงานนิตยสารเราใช้เวลาถกเถียงเพื่อสร้างสรรค์กันว่าจะลงภาพขวดเหล้ายังไง(ในเมื่อมันเป็นคอนเทนต์ที่ต้องลง คุณนึกภาพผู้ชายเท่ๆ เฟี้ยวๆ แต่พอคุยกันกลับบอกว่าผมไม่ดื่มครับ -  ได้ไหม) ไม่ให้เห็นฉลาก แต่ก็ยังต้องพอมองออกว่านี่คือขวดเหล้า(ไม่ต้องระบุยี่ห้อก็ได้)

ด้านนักเขียนนั้นเขาต้องใช้เวลาและทุ่มเทฝีมือทางวรรณศิลป์ เพื่อตีโจทย์ว่าจะเขียนถึงวิสกี้ราคาห้าพันสักขวดอย่างไรให้คนอ่านเข้าใจถึงสิ่งต่างๆ ที่ประกอบกันมาเป็นวิสกี้ ซึ่งมีตั้งแต่ปณิธานอันสูงส่งของผู้ผลิตซึ่งสืบเนื่องมาตั้งแต่ท่านผู้ก่อตั้งเมื่อสองศตวรรษมาแล้ว แหล่งน้ำอันบริสุทธิ์ซึ่งทางวิสกี้นี้เป็นเจ้าของมาได้แปดชั่วอายุคน ธัญพืชซึ่งเลือกสรรกันมาอย่างจริงจังถึงขนาดคนที่โรงกลั่นนี่รู้จักชื่อชาวนาและบรรดาเมียๆ ทุกคน โรงกลั่นยังรู้ดินรู้น้ำรู้เมล็ดพันธุ์  รู้ในที่สุดว่าปีที่ฤดูใบไม้ผลิมาถึงก่อนสองสัปดาห์เยี่ยงนี้จะส่งผลอย่างไรต่อรูปทรงและปริมาณเนื้อแป้งในเมล็ดพันธุ์  เรื่อยมาวิธีเลือกเลือกยีสต์ให้เหมาะสม

กระบวนการหมักเพื่อให้เกิดแอลกอฮอล์ในขั้นแรก ซึ่งใช้พนักงานผู้ชำนาญขั้นเทพ ตามด้วยขั้นตอนของการกลั่น แล้วก็มาคุยกันยาวเหยียดถึงเหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องใช้หม้อกลั่นทองแดง แล้วรูปทรงของหม้อกลั่นโบราณซึ่งใช้กันมานับร้อยปีนั้นมีผลต่อรสชาติแง่มุมไหนของเหล้า ตามด้วยฝีมือของช่างทำถังไม้โอ๊ก(งานหัตถศิลป์ซึ่งหาคนเก่งๆ ได้ยากแล้วในสมัยนี้) ภาชนะซึ่งมีไว้สำหรับเก็บบ่มสุราให้ได้สีและรสชาติของวิสกี้ ทำไมมันจึงต้องใช้เวลานานเป็นปีๆ กว่าจะได้วิสกี้ที่สมดุล ทำไมเราเร่งด้วยการเติมสีหรือปรุงรสชาติแบบที่ในบางประเทศเขาทำกันไม่ได้ (คุ้นมั้ย)  ยังมีเรื่องของเวลา ตลอดเวลาของการบ่มที่ผ่านไป วิสกี้มีการคายไอซึ่งระเหยจากถังทำให้ปริมาณของมันลดลง ปรากฎการณ์นี้มีชื่อสวยๆ ไว้เรียกด้วยว่า angel share (หรือเหล้าแบ่งถวายเทวดาเจ้าที่)  หรือทำไมจึงต้องย้ายจากถังไม้ชนิดหนึ่ง ลงไปบ่มต่อในถังไม้อีกชนิดเพื่อเพิ่มมิติของกลิ่นและรสชาติ (เรื่องนี้ทุกท่านที่คุ้นเคยกับพวงเครื่องปรุงในร้านก๋วยเตี๋ยวย่อมทราบดีถึงขั้นตอนในการปรุงรสให้สมดุลกลมกล่อม)

นักเขียนจะต้องบรรยายเรื่องราวทั้งหมดทั้งสิ้นลงในเรื่อง แต่ทางรัฐท่านให้เงื่อนไขมาข้อเดียว เรื่องเดียวเท่านั้น ไม่ได้ขอมากใช่ไหม เงื่อนไขของกฎหมายนั่นคือ เขียนอะไรก็เรื่องของคุณแต่จะต้องไม่ชักชวนให้คนอ่านเคลิ้มหรืออยากลอง ซึ่งการเขียนในลักษณะนี้มันไม่ต่างอะไรกับการเพียรจีบหญิงคนหนึ่งจนแน่ใจว่า ค่ำนี้เราได้กันแน่ แล้วกลับตัดใจบอกเลิกกับเธอทางไลน์อย่างใจดำ


 
ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายและเรื่องราวของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี่มันช่างประดักประเดิดขัดแย้งแบบนี้มาตลอด การมาถึงของสื่อออนไลน์เมื่อราวห้าหกปีที่แล้ว ช่วยให้คนทำสื่อลืมความประดักกระเดิดนั้นได้ชั่วขณะ เพราะตอนนั้นสื่ออิทธิพลออนไลน์ยังไม่ชัดเจนเหมือนตอนนี้ มันจึงเป็นที่ทางซึ่งเราคิดว่ายังไงก็ขอแอบอิงพักใจกันอยู่ตรงนี้ก่อน ขอทำคอนเทนต์กันไปก่อนจนกว่าเหตุการณ์จะคลี่คลาย เราแอบคิดว่า เออน่ะ พี่ๆ ในภาครัฐ ทั้ง สสส. กระทรวงสาธารณสุข ตำรวจ ฯลฯ คงยุ่งเกินกว่าจะมาสนใจสื่อออนไลน์ แต่แล้วก็มาถึงวันที่สื่อกระแสหลักกลายเป็นกระแสรอง สื่อออนไลน์กลายเป็นสื่อที่คนเสพจริง วันนั้นกฎหมายก็เอื้อมมือมาถึง
 
อย่าว่าแต่พวกเราชาวสื่อเลย แม้แต่ชาวบ้านซึ่งโพสต์รูปตัวเองกับเหล้าเบียร์ ท่านยังหวังดีเตือนกันทุกวันว่าให้ลบรูปทิ้ง(เหมือนแฟนใหม่จอมขี้หึงขู่ฟ่อๆ ให้ลบรูปและคลิปแฟนเก่าออกให้หมด...ไม่งั้น...) อย่าทิ้งไว้ให้เป็นพยานหลักฐานให้เจ้าหน้าที่เขาเอาผิดเราได้ภายหลังเลยเลย ต้องขอขอบคุณในความหวังดี และผมกำลังทยอยลบรูป เพียงขอเวลาสักหน่อย เพราะรูปพวกนี้มีมากมายนัก บางรูปก็เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขความชื่นบาน ลบกันไม่ได้เร็วๆ คนที่เคยเก็บข้าวของแล้วต้องมาอ้อยอิ่งจนสะดุดเมื่อถึงส่วนของการเก็บหนังสือ สมุดโน้ต จะเข้าใจเรื่องนี้ดี ลุงๆ ป้าๆ มีปัญหาในการลบรูปสวัสดีวันจันทร์ถึงอาทิตย์ที่ไปก๊อปมาโพสต์ในไลน์อย่างไร ผมก็มีปัญหาในการลบรูปเหล้ายาของผมอย่างนั้นเลย
 
(หมายเหตุกลางเรื่อง)
เขียนบทความนี้ยังไม่ทันจบ ก็มีท่านในอนุกรรมการมาออกข่าวว่าท่านเจาะจงจะเอาเรื่องแต่คนที่โพสต์รูปเพราะมีเจตนาเพื่อการโฆษณาแฝงเท่านั้น ดีใจครับ ดีใจจริงๆ เพราะแปลว่าเสียงของพวกเรา ไม่ว่าจะเบาจะดัง พวกท่านก็ได้ยินเสมอ
(จบหมายเหตุกลางเรื่อง)
 
ผมน่ะไม่เห็นด้วยนะที่มีคนตีความว่า นายตำรวจเขาออกมาเต้นแร้งเต้นกาตีโพยตีพายในเรื่องของชาวบ้านจนเป็นการล่อเป้าแบบนี้ ก็เพื่อขอพลีกายรับใช้ชาติ ยอมให้คนออกมาด่ากันเยอะๆ เพื่อการเบี่ยงประเด็นข่าว ล่อให้พวกเราลืมเรื่องไม่ดีไม่งามบางเรื่องที่เกิดในบ้านเมืองของเราในตอนนี้ ใครมันจะบ้าได้ขนาดนั้น คุณว่าจริงไหม ไม่มีใครกล้าทำอะไรแบบนี้หรอกเพราะเขาก็น่าจะรู้ว่าไม่มีใครลืมชื่อนามสกุลและตำแหน่งของคนที่ออกมาตีประเด็น เอ...หรือว่าความจำของพวกเราจะไม่ได้ดีอย่างเราคิดไว้


 
เขียนถึงเรื่องแอลกอฮอล์มาจนถึงจุดหนึ่ง ก็เกิดอาการคอแห้ง ขอตัวคลำประตูบาร์ลับ เปิดเข้าไปนั่งจิบเหล้าคนเดียวไม่ให้โลกได้รับรู้อย่างเหงาๆ สักชั่วโมงสองชั่วโมงก็แล้วกัน บาร์ลับที่ว่านี้มาจากธรรมเนียมฝรั่งซึ่งเกิดตั้งแต่สมัยห้ามเหล้า หรือ Prohibition ตั้งแต่ปี 1920 – 1933 สมัยนั้นเขาห้ามผลิต ห้ามนำเข้า ห้ามจำหน่ายสุราทั้งประเทศ เดชะบุญบ้านเรายังห้ามแค่การโฆษณาและโฆษณาแฝง  ถามว่าห้ามเหล้าแล้วคนเลิกดื่มไหม คำตอบก็คือ ใช่ และ ไม่ใช่...ใช่ เพราะเขามีสถิติว่าห้ามเหล้าไปได้ราวสิบปี มีคนดื่มเหล้าน้อยลงราว 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนจนซึ่งปกติก็อับจนอยู่แล้ว ...ไม่ใช่ เพราะคนอีกมากมายก็ยังดื่มกันอยู่ดี (จะยิ่งดื่มหนักเข้าทำนองยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุหรือเปล่า ไม่มีข้อมูลสนับสนุน ตอบไม่ได้) มีเหล้าเถื่อน มีการลักลอบนำเข้าเหล้าจากทั้งแคนาดาและเม็กซิโก มีร้านเหล้าและบาร์ลับ เปิดขาย สถานที่แบบนั้นเรียกกันว่า speakeasy(พอจะแปลได้ว่า อย่าเอ็ดไป) ด้านหน้ามองไม่ออกว่าเป็นร้านเหล้า อาจจะเป็นร้านตัดผม ร้านอาหารหรือโกดังง่อยๆ  แต่พอเปิดเข้าไปเท่านั้นมันก็เป็นผับเทคเราดีๆ นี่เอง ผิดแต่ว่าถ้าเป็นสมัยนั้นก็ต้องเล่นเพลงแจ็สเต้นสเต็ปชาร์ลสตันกันอย่างเมามัน ข้อมูลระบุว่าในยุคห้ามเหล้า ที่นิวยอร์กเมืองเดียวมีบาร์ลับ  หรือ speakeasy อยู่ 30,000 – 100,000 แห่ง มันน้อยเสียเมื่อไหร่ กฎหมายห้ามเหล้านี้ในที่สุดก็ต้องเลิกไปเมื่อเริ่มเห็นๆ แล้วว่าห้ามยาก แถมยังเป็นกฎหมายกดพฤติกรรมคนที่เป็นเหมือนปุ๋ย ที่บำรุงอิทธิพลของแก๊งมาเฟียให้งอกงาม(พวกนี้ดูแลกิจการเหล้าเถื่อนเกือบทั้งหมด) และที่สุดนั้นคือพอเข้าช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ รัฐบาลเกิดเสียดายเงินที่เคยได้จากสรรพสามิต ก็เลยต้องเลิกกฎหมายนี้ไป
 
ตั้งแต่นั้นมาบาร์ลับก็กลายเป็นเรื่องของอดีต กลายเป็นตำนาน สมัยนี้กลายเป็นกิมมิก  (gimmick หรือลูกเล่น) ในการทำบาร์ นัยว่าเพื่อความสนุก (เพราะหาทางเข้าไม่เจอ ประมาณว่ามีเงินก็มาดื่มไม่ได้นะเว้ยเฮ้ย ต้องมีเส้นสายด้วยนิดนึง) เป็น exclusivity สิ่งที่ใครๆ ก็อยากมีในสังคมนี้
 
ตอนนี้กรุงเทพฯ มีบาร์ลับเปิดกันอยู่หลายแห่ง เปิดกันเป็นลูกเล่น เป็นไลฟ์สไตล์เฉยๆ เพราะบ้านเรายังไม่เข้มงวดจนถึงขั้นห้ามผลิตห้ามขาย แต่จากแนวโน้มของเรื่องแปลกพิกลที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ  มันชวนให้หาบาร์ลับเข้าไปนั่งจิบเหล้า ให้มันลับหูลับตาเรื่อง พรบ. เรื่องกฎหมายฯ เรื่องข้อห้ามซึ่งนึกอยากจะห้ามก็ห้าม นึกอยากจะบอกว่าไม่ห้ามแล้วก็คือไม่ห้าม ชักจะเมาเราก็เรียกอูเบอร์กลับบ้าน
 
ขออย่างเดียว ตอนจิบเหล้ากันอย่ายกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเลยนะ ขอร้อง
 
 
 
 
About the Author
เคยทำงานสื่อมาหลากหลาย เป็นบรรณาธิการนิตยสาร Esquire ก่อนจะออกมาทำงานอิสระ แปล “การเดินทางของพาย พาเทล”(Life of Pi) สนใจเรื่องการกินดื่มจนรวมตัวกับเพื่อนพ้องบรรณาธิการรุ่นใหญ่ตั้งแฟนเพจสนุกชื่อ SevenUp หลังๆ เริ่มหันมาเขียนคอลัมน์ออนไลน์บ้าง ตามแต่จะคิดอะไรออก
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ถึงเดือนเมษายนจะไม่เห็นซากุระสักกลีบ แต่ถ้าข้ามถนนแล้วไม่ต้องระวังรถ เดินไปไหนไม่มีคนเกะกะ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว
 
เสื้อลายขวาง เครื่องแบบวันหยุดที่นิยมกันเหลือเกิน สมัยหนึ่งเคยเป็นเสื้อ(ลาย)ขวางโลก!