คนที่ใส่ส่วนใหญ่จะอายุเกินสามสิบ ผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ลายน้ำเงินบนพื้นขาวมากกว่าลายอื่น
บ้านเราผมก็เห็นพ่อบ้านมีพุงใส่เสื้อลายขวางจูงลูกวัยประถมตามห้างชานเมืองแถบบางนาอยู่เหมือนกัน ใส่กันมากพอๆ กับเหล่าฮิปสเตอร์มีหนวดไหล่ห่อขี่มอเตอร์ไซค์ทรงวินเทจแถวย่านเมืองเก่าอย่างถนนจักรพรรดิพงษ์ โดยที่ก่อนหน้านี้สักสองสามปีจะเห็นเสื้อนี้เฉพาะในหน้านิตยสารแนวฮิปสเตอร์วินเทจอย่าง Looker หรือ Cheezeเท่านั้น
แต่วันนี้ตามตลาดนัด แหล่งรวมแนวเสื้อผ้ายอดนิยม มีเสื้อลายขวางวางขายกันมากกว่าหนึ่งในสี่
เอาเป็นว่าเสื้อยืดลายขวางนี้เป็นที่นิยมมากก็แล้วกัน

คิดว่าคนกรุงเทพฯ ซึ่งพอใจสนใจการแต่งเนื้อแต่งตัวอยู่บ้างน่าจะมีเสื้อลายขวางอยู่ในตู้อย่างน้อยหนึ่งตัว
เสื้อลายขวางนี้ไม่ใช่ดีไซน์ที่เพิ่งจะเกิด แต่มีความเก่าแก่กว่าศตวรรษ ลายขวางนี้ถ้าเป็นในยุโรปสมัยก่อนก็จะรู้ปั๊บเลยว่า (1)นี่เป็นเสื้อลายของกะลาสี (2) แล้วก็ต้องเป็นกะลาสีฝรั่งเศสด้วย
ผู้เขียนเคยเข้าใจไปเองอยู่พักหนึ่งว่าเสื้อแบบนี้มีต้นกำเนิดมาจากกะลาสีรัสเซีย เนื่องจากเคยติดตาจากหนังคลาสสิกเรื่อง Battleship Potemkin (สร้างมาตั้งแต่ปี 1925) เมื่อเหล่าทหารเรือชั้นผู้น้อยใส่เสื้อลายขวางแบบนี้แล้วใส่เชิ้ตแบบละกาสีทับ แล้วก็ลุกฮือต่อต้านการกดขี่ของศักดินาและขุนศึก เท่เป็นบ้า แต่จริงๆ แล้วมีหลักฐานว่าเสื้อแบบนี้ (ของเดิมเนื้อเป็นผ้าวูลถัก) อยู่ในบัญชีสัมภาระของลูกเรือในกองทัพเรือฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี 1855ก่อนหน้า Battleship Potemkin หลายสิบปีเขาสันนิษฐานว่าพอกะลาสีเริ่มใส่ พวกคนงานตามท่าเรือรวมทั้งชาวประมงเห็นแล้วชอบใจจึงหามาใส่บ้าง

ตัวเสื้อนั้นถ้าเป็นสมัยนี้คงเรียกว่าเสื้อยืด ไม่มีกระดุม ถอดและสวมใส่ง่าย ไม่ต้องเสียเวลากับกระดุมคอปาดอย่างที่เรียกกันว่าคอกะลาสี (boat neck line) ซึ่งสวมสบายมาก บรรพบุรุษของเสื้อยืดแขนยาวลายขวางนี้ตัวลายดั้งเดิมเป็นเส้นสีน้ำเงิน 21 เส้น บางคนยังอุตส่าห์มีคำอธิบายว่าเลข 21 นี้เป็นจำนวนครั้งที่นาวีของนโปเลียนมีชัยเหนือราชนาวีอังกฤษ แต่จะมีความหมายหรือไม่มี เสื้อลาย 21 เส้นนี้ก็นับว่าสวยลงตัวอยู่แล้ว
นอกจากความสวย ลายเป็นแถบนี้มันยังมีเรื่องฟังก์ชั่น (ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติซึ่งคนที่เล่นเรื่องเสื้อผ้าชอบมาก) มาเกี่ยวข้อง เขาบอกว่าลายแบบนี้จะมองเห็นง่ายดีเวลาที่มีลูกเรือตกทะเล...คิดกันละเอียดละออขนาดนั้น
ในวงการเสื้อผ้า มีเสื้อผ้ายอดนิยมซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากชาวนากรรมกร อย่างยีนส์ (จากคนงานเหมืองในรัฐแคลิฟอร์เนีย คาวบอยไม่ใช่คนเริ่มยีนส์นะครับ) กางเกงสีกากีก็มาจากทหารอังกฤษสมัยยังมีอินเดียเป็นอาณานิคม เอาเครื่องแบบสีขาวมาย้อมดินย้อมโคลนเพราะสีขาวมันเด่นเกิน ดูล่อเป้า เสื้อลายขวางก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยมีชื่ออย่างเป็นทางการว่าเสื้อเบรตอง (Breton shirt) เพราะเริ่มต้นที่ทหารเรือที่ฐานทัพเมืองบริตานีนั่นเอง
คราวนี้คุณอาจจะสงสัยว่าเสื้อยืดทหารเรือฝรั่งเศส (แถมรัสเซียอีกประเทศด้วยก็ได้) ที่ว่านี้มันมาแพร่หลายทั่วโลกได้ยังไง
คำตอบคือโคโค ชาแนลครับ
ข้อมูล (ก็ไปค้นมาจากหนังสือบ้างออนไลน์บ้างนี่แหละ) บอกว่าคุณชาแนล ผู้มีอิทธิพลในวงการแฟชั่นในช่วงต้นศตวรรษที่แล้ว ไปเห็นเสื้อลายขวางนี้ที่ชาวประมงเขาใส่อยู่แล้วชอบใจ เธอหาซื้อมาใส่บ้างในยามไปตากอากาศ (โดยสวมกับกางเกงซึ่งถือว่าเปรี้ยวมากสำหรับผู้หญิงสมัยนั้น) มีภาพเก่าที่เธอสวมเสื้อลายขวางกับกางเกงเอวสูง ยืนล้วงกระเป๋าอยู่ในสวนหลังบ้าน ดูสบายและเก๋มาก ต่อมาปี 1917 แบรนด์ชาแนลก็ออกคอลเลคชั่นNautical ออกมา มีเสื้อลายขวางเป็นไอเทมชิ้นสำคัญ รองลงมาคือกางเกงและหมวก boating เป็นอันปิดลุคอย่างลงตัว

เสื้อผ้าจะดังได้ต้องออกสื่อ นี่คือสัจจะซึ่งเราใช้ขายของกันมาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว nautical ลุคของชาแนลกลายเป็นลุคของคนรวยเก๋อย่างผ่อนคลายสบายจิตที่รีเวียร่า คือกลายเป็นลุคของเมืองรีสอร์ตเศรษฐีแห่งยุโรปไปเลย
จากนั้นบรรดาคนดัง ทั้งศิลปินดาราก็ค่อยๆ หาเสื้อลายขวางมาใส่ ตั้งแต่ปีกาสโซ่ ซึ่งชอบใส่เสื้อคนงานอยู่แล้วเป็นทุนเดิม,บริจิต บาร์โดต์ ก็มีรูปถ่ายเซ็ตสำคัญที่เธอสวมชุดนี้ซึ่งรับกับเรือนผมฟูฟ่องชวนดื้อของคุณบริจิตเป็นอย่างยิ่ง, ออเดรย์ แฮปเบิร์น ดาราสาวที่ใครๆ ก็ต้องตามสไตล์ของเธอก็สวมเสื้อลายขวาง (แต่เธอเลือกแบบพื้นดำ), เวลาผ่านเลยไป แฟชั่นเสื้อผ้ามาแล้วก็ไป แต่เสื้อลายขวางนี้ไปยอมหายไปไหน มันกลายเป็นเสื้อผ้าซึ่ง “เด็กดื้อ” ในแต่ละวงการเลือกมาสวมใส่ ตั้งแต่เจมส์ ดีน, แอนดี วอร์ฮอล, ออเดรย์ เฮปเบิร์น (ดาราสาวสมัยก่อนซึ่งเป็นคนแรกๆ ที่หยิบกางเกงผู้ชายมาสวม และออกมาดูดีมาก) จีน ซีเบิร์ก สวมเสื้อแบบนี้ในหนังเรื่อง Breathless ของฌอง ลุค โกดาร์ เธอเล่นเป็นสาวอเมริกัน ตัวเล็ก ผมบลอนด์สั้น สวมเสื้อลายขวางสวมกางเกงรัดรูป เดินทอดน่องร้องขายหนังสือพิมพ์เฮอร์ราล ทรีบูนอยู่บนทางเท้าของถนนฌอง อลิเซ่ เท่สุดๆ เป็นภาพที่นักเรียนภาพยนตร์และผู้สนใจหนัง French New Wave จะจำได้ติดตา ถึงออกจากโรงแล้วจะไม่ค่อยเข้าใจว่าหนังมันพูดถึงอะไรก็ตาม

ยังมีฌอง พอล โกติเยร์อีกคนที่มีช่วงหนึ่งไม่สวมเสื้ออย่างอื่นเลยนอกจากเสื้อยืดลายขวางอยู่หลายปีจนคนเริ่มรำคาญ ออกน้ำหอมมาก็มีเสื้อลายเดียวกันนี้ห่อมาเป็นเพกเกจอีกด้วย
เขียนมาถึงตอนนี้ ผ่านความหมายของเสื้อลายขวางนานเป็นร้อยปี ผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดีว่าทำไมจู่ๆ มันก็ได้รับความนิยมขนาดนี้
กลับมาที่ชินจูกุวันอาทิตย์วันนั้น คนญี่ปุ่นนี่หาพุงดูได้ยากสักหน่อย แม้จะเป็นชาติหน้าจืดก็ใส่เสื้อลายขวางนี้ออกมาแล้วดูดี ส่วนคนไทยเราซึ่งการมีพุงไม่ใช่เรื่องแปลก อยากจะใส่เสื้อลายขวางก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอกครับ เพราะบางคนมีพุงใส่เสื้อนี้แล้วก็น่ารักดีแบบพุงๆ หากคงจะต้องเลือกขนาดให้มันพอดีพุง ไม่ใช่พอดีตัวแล้วมันรัดพุงซึ่งอยู่ถัดลงมา
คือเกรงว่าผีมาดามชาแนลเห็นเข้าอาจจะค้อนขวับ






