OPINION

ว่ากันว่าใกล้สามสิบชีวิตจะเปลี่ยน จริงหรือไม่มาเช็กกัน

JAZZYKWANG
25 ก.ค. 2560
ในการก้าวสู่วัยแห่งการก่อร่างสร้างตัว ที่ทุกคนรอบข้างต่างคาดหวัง จากหนุ่มสาวที่ยังเริงร่าอยู่กับความฝันที่บางครั้งก็เพ้อๆบ้าง บางครั้งก็เป็นไปได้บ้าง  พวกเขาเริ่มผันตัวเองจากใบอ่อนที่เริ่มชูจากราก โตเร็วขึ้นเพื่อให้ตัวเองไปกระทบแสง ลำต้นเริ่มแข็งแรงต้านลมขึ้นเรื่อยๆ  แน่นอนว่าสภาวะทางด้านความเป็นไปในวัยที่ชูต้น มักเริ่มมีหลายสิ่งที่เปลี่ยนไป ทั้งมุมมอง ความคิด และสิ่งที่ต้องการ
 
เมื่อมองดูเด็กคนหนึ่งที่วันนั้นคิดถึงแต่อนาคต  แต่ในวันนี้เด็กคนนั้นได้กลายร่างข้ามพ้นวัย เขาโฟกัสมากขึ้นกับลมหายใจที่มีอยู่  เขาสนใจในสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และอยู่กับปัจจุบันมากกว่าการมานั่งคิดว่า  โตขึ้นอยากเป็นอะไร  นี่คือสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างรู้สึกได้ชัดเจน
 
เราเริ่มตัดทอนความเป็นไปไม่ได้ออกจากชีวิตทีละนิดๆ  จนชีวิตเริ่มใกล้กับคำว่าเป็นไปได้มากไปเรื่อยๆ  เราใช้เวลาในการค่อยๆเลือก ค่อยๆเก็บมาตลอดทุกช่วงอายุที่ผ่าน  จนวันนี้เราเริ่มเลือกได้เร็วขึ้นว่า  “ชีวิตเราต้องการอะไร  และควรเป็นไปอย่างไร”  นี่คือสิ่งที่เรารู้สึกชัดขึ้นเมื่อเรากำลังก้าวสู่วัยที่ต้องรับผิดชอบอะไรมากมายไปหมด ซึ่งถ้าจะให้ไล่เรียงกันทีละข้อแล้ว เราก็จะได้ราวๆทั้งหมดนี้


 
1.    เรากล้าที่จะเดินก้าวแรกด้วยตัวเองในหลายๆเรื่อง
2.    เราโฟกัสในสิ่งที่รัก คู่ขนานกับสิ่งที่ต้องทำ  มันเป็นการแยกแยะในเรื่องของหน้าที่
3.    เราเริ่มจัดสมดุลชีวิตให้ไม่เทไปแค่ด้านใดด้านหนึ่ง
4.    เราใส่ใจในเรื่อง “คุณภาพ” มากกว่า “รูปลักษณ์” และ “ความฉาบฉวย”
5.    เราให้ความหมายในคำว่า “คู่ชีวิต” มากกว่าคนที่คุยเล่นไปวันๆ
6.    เรารู้จักปล่อยวางได้ดีกว่าเมื่อก่อน อะไรไม่ใช่ก็ต้องปล่อย
7.    เราเลือกที่จะตอบโต้กับสิ่งที่คู่ควรกับการตอบโต้
8.    เรารู้จักการรอคอย และคิดว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่พิสูจน์อะไรได้หลายอย่าง
9.    เราเลือกสิ่งที่ดีให้ตัวเอง และคนที่อยู่ข้างๆก็ต้องได้รับไปด้วย
10.  เราลงมือทำมากกว่านั่งฝัน
11.  เราเริ่มจริงจังกับการซื้อของเพื่อการลงทุน
12.  เรามองทุกอย่างในมุมกว้าง แต่เลือกที่จะโฟกัสในมุมแคบ
13.  เรารู้ว่าเราจะทำอะไร ไปเพื่ออะไร
14.  เรายังมีฝันลมๆแล้งๆ  แต่นั่นคือพลังผลักดันให้เราเดินไปข้างหน้า
15.  เรารู้ว่าคนที่เข้ามาในชีวิตตอนนี้  เขามีบทบาทอะไรกับเรา แล้วเรามีบทบาทอะไรกับเขา
16.  เราตื่นไปทำงานทุกเช้า เพื่อเป้าหมายที่อยู่ในใจ ไม่ได้ทำไปวันๆ
17.  เราพิถีพิถันในการเลือกทุกๆอย่างให้กับตัวเอง ทั้งของใช้ ของกิน และคนที่อยู่ในชีวิต
18.  เรามีเพื่อนน้อยลง แต่คุณภาพดีสำหรับเขาและเรา
19.  เรายอมใช้เงินแลกกับเวลาที่เร็วขึ้น  แต่เราไม่ใช้เงินแลกกับสิ่งที่เป็นคุณค่าทางจิตใจ
20.  เราเริ่มจิบของร้อน มากกว่าอะไรเย็นๆ (ยกเว้นเบียร์)
21.  เราใช้ใจและเซ้นต์ในการรู้จักอะไรสักอย่าง
22.  เรานิ่งเพราะต้องการฟัง เราพูดเพราะต้องการให้ฟัง
23.  เราใช้ชีวิตที่มาจาก passion ที่เราค้นพบด้วยตัวเอง
24.  เราเริ่มทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ แต่ต้องไม่เสี่ยงกับชีวิตเกินไป
25.  เรากล้าบอกว่า ไม่รู้ มากกว่าไม่รู้แล้วบอก..รู้
26.  เราเชื่อว่า ถ้าเราได้เจอคนที่ดูแลเราได้ แล้วเราดูแลเขาได้ สเป็กที่ตั้งไว้ก็จะไม่มีความหมายอะไรเลย
27.  เรามีความสุขในขณะที่เราทุกข์ได้อย่างน่าประหลาดใจ
28.  เราเริ่มตื่นเช้ามากกว่าเดิม เพราะเราจะมีเวลาทำอะไรมากกว่าคนที่ตื่นสาย
29.  เราเชื่อว่า การใช้ใจซื้อใจใช้ไม่ได้กับทุกคน แต่เราก็ยังยืนยันที่จะให้ใจนำไปก่อนเสมอ
30.  เราเชื่อว่า การท่องเที่ยวจะทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น
31.  เราเรียนรู้การให้อภัยจากสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำซาก  #ชีวิตมันก็มีเท่านี้
32.  เราเฝ้ามองการเติบโตของสิ่งรอบตัวอย่างช้าลง ไม่รีบเหมือนเมื่อก่อน
33.  เราเริ่มคิดอายุเกษียณของตัวเอง  และการใช้ชีวิตหลังจากนั้นบ้างแล้ว
34.  เราไม่ฝืนทำอะไรที่เราไม่ต้องการ แต่ถ้าจำเป็นจริงๆเราจะดูเหตุผล
35.  เรารู้ว่าใครปฏิบัติกับเราเพราะเหตุผลอะไร ที่เหลือก็เก็บไว้ในใจ
36.  เราเจอคนขี้เม้าท์ เราปล่อยผ่านไปเฉยๆ
37.  เราติดแมว
38.  เราเริ่มเล่าเรื่องไม่สบายใจ ให้คนที่ไม่สนิทฟัง
39.  เราเลือกที่จะไปไหนกับเพื่อนใหม่ได้อย่างไม่คิดมาก
40.  เราเริ่มรู้ว่า การรอคอยเป็นเพียงการพิสูจน์อะไรบางอย่าง มันไม่ใช่การนั่งรอเฉยๆ
41.  เรายิ้มกับคนแปลกหน้าได้อย่างไม่เคอะเขิน
42.  เราให้ความสำคัญกับการให้ และ การได้รับ มากกว่าแต่ก่อนมาก
43.  เรารู้ว่า ถ้าเราจะเก่งขึ้นกว่านี้ ก็ทำให้มันสม่ำเสมอ
44.  เราให้ความสำคัญกับรอยยิ้ม ยิ้มจริงๆ หรือ ยิ้มเฟคๆ เริ่มมีคำนี้ผุดขึ้นมา
45.  เราเลิกซื้อของจุกจิก เช่น กิ๊บ หนังยาง ที่ซื้อมาแล้วกองๆบนโต๊ะแล้วไม่ได้ใช้อะไร
46.  เราเริ่มเป็นคนอะไรก็ได้ แต่จริงๆเราเลือกในใจไว้แล้วว่าสิ่งไหนควรจะอะไรก็ได้
47.  เราเชื่อว่า ความจริงใจ ซื้อทุกสิ่งได้
48.  เราเชื่อว่าคนๆนั้นจะเป็นอย่างไร ให้ดูวันนี้ที่เขาทำ คำพูดที่เขาใช้ และความคิดที่เขาแสดงออก
49.  เราเติบโตจากความเจ็บปวด แล้วสุดท้ายก็เยียวยาด้วยตัวเอง
50.  เราเริ่มดึงตัวเองที่อยู่แต่อนาคต มาอยู่ในปัจจุบัน
 
จริงๆเราก็ไม่รู้หรอกว่าทั้งหมดที่ไล่เรียงมานี้ จะตรงกับทุกท่านที่อยู่ในวัยใกล้สามสิบกันมากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่น่าจะใช่มากที่สุด นั่นน่าจะเป็นความรู้สึกที่ได้อ่านข้อความทั้งหมดนี้ มันรู้สึกใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วมันก็คงใช่มากๆสำหรับบางคน ฉะนั้นแล้วถ้าอ่านทั้งหมดนี้จบ ลองเรียบเรียงความคิดของตัวเองให้ละเมียดขึ้น  เราคิดว่าน่าจะได้อะไรมากกว่านี้อีกด้วยซ้ำ
 
About the Author
นักคิดแก้โจทย์ธุรกิจและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนในทุกๆวัน ที่เพจ jazzykwangandfriends
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ผู้เขียนไม่สามารถบอกได้ว่าทำไมตอนนี้คุณถึงเกิดอาการเบื่อหน่าย หมดหวัง ท้อแท้ เบื่ออาหาร ไม่อยากมองหน้าแมว ไม่อยากทำอะไรอีกแล้ว เราไม่สามารถบอกได้เลยจริงๆ แต่สิ่งที่เราตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะบอกกับผู้อ่านที่น่ารักของเรา มันคือสิ่งที่ซ่อนอยู่ในความท้อที่กำลังเกิดขึ้น ที่ผู้เขียนค้นพบมากับตัวเอง ที่อยากมาบอกกับคุณทุกคนจริงๆ
ในวันนั้นเราก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับนักศึกษาที่ยังร่ำเรียนในด้านศิลปะไทย ตลอดการพูดคุยที่เต็มไปด้วยสาระของเด็กสาวผู้นี้ ทำให้เรารู้ได้เลยว่า เธอรักศิลปะไทยมาก แม้จะจบมาไม่มีงานรองรับเท่าที่ควร แต่เธอก็ยอมที่จะตื่นเช้าเพื่อไปสร้างงานที่เธอรัก