OPINION

ชีวิตนี้ไม่คิดว่าจะไปเป็นกะหรี่บาห์เรน ตอนที่ 5

เอรี่ - ธนัดดา สว่างเดือน
7 มิ.ย. 2560
          หลังจากทำงานจับแขกในบาร์มาได้อาทิตย์กว่า ฉันได้งานไม่ถึง 10 รอบ ในขณะที่คนอื่นๆ ใช้แท็กไปครึ่งทางแล้ว นี่เป็นเหตุให้แม่แท็กต้องส่งฉันไปทำงานในโรงแรมแห่งหนึ่ง ในนั้นลูกค้าแทบ 100% เป็นชาวอาหรับ ซึ่งฉันเคยบอกก่อนหน้าที่จะเดินทางมาแล้วว่าไม่ขอทำงานกับพวกอาหรับทุกชาติ แบบนี้ถือว่าผิดคอนเซ็ปต์ที่ฉันตั้งไว้นะ คือกูจะไม่ทำงานกับลูกค้าชาติใดทั้งสิ้น นอกจากฝรั่ง จีน ญี่ปุ่นเท่านั้น!
         
           วันแรกที่เข้าไปเดินงานในโรงแรม ฉันได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ คือตั้งแต่อยู่ในวงการกะหรี่มาเกือบ 20 ปี กูก็เพิ่งพบความแปลกใหม่กับรสนิยมและสไตล์ของพวกอาหรับก็ครั้งนี่แหละ

           ***เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ไม่ได้เป็นการเชิญชวนให้ใครมาทำงานขายบริการที่บาห์เรนนะคะ แต่ฉันกำลังจะเปิดโลกกว้างให้กับคนที่ไม่เคยรู้เรื่องกามโลกีย์ในโลกมืดของวงจรการค้าบริการทางเพศได้รู้ความจริงจากปากคนที่เคยไปขายมาก่อน คือตัวฉันเอง ดังนั้นโปรดทำความเข้าใจกันให้ดีๆ นะคะ***

           เมื่อเข้าไปเดินงานวันแรกต้องบอกก่อนว่า การเดินงานตามตึก ตามโรงแรมต่างๆ ในบาห์เรน สถานที่แบบนี้ไม่ได้เรียกว่าซ่องนะคะ ผิดกับซ่องเกลังในสิงค์โปร์ ซ่องด่านนอกในมาเลเซีย ซ่องซากุระคิโจในญี่ปุ่น ซ่องขุนท่อง เกาลูนในฮ่องกง และซ่องคลองหลอดย่านสนามหลวงเมืองไทยบ้านเรา เป็นคนละเรื่อง หรือซ่องของพวกอินเดียในบาห์เรนอยู่กลางเมืองมานามา ย่านนั้นเรียกว่า "ซุก"

           ที่นั่นคือซ่องขนานแท้ มีห้องแคบๆ ซอยถี่ยิบติดกันหลายสิบห้อง แต่ละห้องเปิดไฟสีแดงเรืองๆ บ้าง สีชมพูอ่อนบ้าง แบบว่าเปิดประตูเข้าไปก็ก้าวขาขึ้นเตียงปี้กันเลย สถานที่แห่งนี้สกปรกมาก มีหนูตัวใหญ่ๆ เท่าแมววิ่งเล่นตามซอกตึกกันให้พล่าน แถมแมลงสาบอีกป็นกองทัพ ทั้งเหม็นทั้งสกปรกมาก ผู้หญิงที่ให้บริการส่วนใหญ่เป็นสาวไทยและสาวจีน ลูกค้าที่มาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นพวกจับกังใช้แรงงาน เช่น อินเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน ค่าตัวรอบละ 10-15 บีดี (1 บีดี้ = 85-100 บาท) สถานที่ช่างสมกับราคาค่าตัวจริงๆ แต่กูว่าก็ยังดีกว่าคลองหลอดบ้านเรานะ!!

           แต่ที่ฉันไปเดินงานตามตึกหรือตามโรงแรมต่างๆ ของพวกอาหรับจะดูดี สะอาด ราคาค่าตัวก็แพงกว่าเป็นเท่าตัว และลูกค้าที่มาใช้บริการถือว่าเป็นคนมีระดับ ส่วนใหญ่เป็นพวกอาหรับชาติต่างๆ เช่น ซาอุดี้ คูเวต อียิปต์ โอมาน ดูไบ คือว่าง่ายๆ เป็นพวกอาหรับที่มีเงินทั้งนั้น ถึงจะมีปัญญามาเที่ยวสถานที่แบบนี้ได้ และส่วนใหญ่ผู้หญิงที่เข้าไปเดินงานก็มีแต่คนไซส์ใหญ่ๆ มีตูด มีนมทั้งนั้น ไม่เน้นหน้าตาค่ะ เพราะผีสามารถโบ๊ะหน้ากากให้เป็นนางฟ้าได้ ผู้หญิงบางคนต้องบอกกันตรงๆ ว่าอยู่เมืองไทยคงขายไม่ออกแน่ คือทั้งอ้วนทั้งดำ กูยังแปลกใจว่าทรงแบบนี้มาขายที่นี่ได้ยังไงว่ะ??

           แต่ก็อีกนั่นแหละ ผู้ชายอาหรับเขานิยมชมชอบผู้หญิงลักษณะแบบนี้ ขอแค่แต่งหน้าเข้มจัด หุ่นเนื้อนม บึบบับเป็นหลักก็พอ ที่สำคัญคือถ้าเสียบได้ทั้งประตูหน้าประตูหลังได้ยิ่งดี ก็มีกูอยู่คนเดียวนี่แหละที่หุ่นเพียวบางร่างเล็กเซ็กซี่มาก ถึงมีนมแต่อาหรับก็ไม่ชอบคนหุ่นแห้งๆ แบบฉัน!

           สำหรับวิธีการทำงานในโรงแรมคือ เมื่อมีแขกเข้าไปพัก จะมีคนส่งสัญญาณบอกให้รู้ว่ามีลูกค้าต้องการผู้หญิง จากนั้นพวกเราก็จะเดินไปที่ห้องของลูกค้าเพื่อให้เลือกดูตัว หรือมีอีกรูปแบบหนึ่งคือให้ทำงานตามคิว เพราะ ถ้ารอให้แขกเลือกฝ่ายเดียว ชาตินี้อีพวกเด็กแท็กที่ซื่อๆ เซ่อๆ แถมไม่สวย (แต่เต็มใจมากันทุกคน เน้นย้ำว่าเต็มใจมากันทุกคน!) จะไม่มีวันหมดแท็กแน่ ยกเว้นว่าแขกไม่ชอบจริงๆ ก็ต้องเปลี่ยนหน้าวนมาให้มันเลือกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถูกใจ!!

           ในแต่ละวันทุกคนจะได้งานอย่างต่ำ 3-5 รอบ ถ้าคนไหนนางฟ้าหน่อยก็อาจได้ถึง 10 รอบ ค่าตัวเมื่อ 7-8 ปีที่แล้วคือรอบละ 25-40 บีดี แต่ถ้าใครสามารถรับได้ทั้ง2 ประตู ค่าตัวจะพุ่งเป็น 60-80 บีดี (เรื่องประตูหลังไม่มีการบังคับ) อยู่ที่ฝีปากและการตอแหลออดอ้อน!! สำหรับฉันบางวันได้งานรอบเดียว บางวันก็ไม่ได้สักรอบ ขนาดเดินมาให้เลือกทุกรอบ แต่ก็ยังไม่ติด แบบนี้ถือว่าขาดทุนและทำให้หนี้สินค่าแท็กพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ เพราะเราต้องจ่ายค่าห้องพัก ค่าอาหารที่สารพัดอยากแดกนู่นนี่นั่น ไหนจะค่าถุงยาง ค่ายาคุม ค่ายาแก้ Hee อับเสบ และค่าของใช้ต่างๆ (ซึ่งไม่ได้แจ้งไว้ในเงื่อนไขก่อนเดินทางมา)

           ตอนนั้นฉันเครียดหนักมาก เพราะเดินงานมาอาทิตย์กว่าแล้ว แต่ได้งานไม่ถึง 10 รอบ เซ็งก็เซ็ง ออกไปสู่โลกภายนอกก็ไม่ได้ นอกจากนอนดูทีวี เล่นไพ่กับเพื่อนๆ บ้าง บางทีก็ไปยืนเกาะขอบหน้าต่างมองแสงสียามราตรีที่ไม่มีโอกาสออกไปสัมผัส เหมือนถูกขังอยู่ในคุก!! สาเหตุที่เค้าไม่ให้ออกไปไหน ก็เพราะกลัวว่าเราจะโดนตำรวจจับ แล้วจะพาซวยกันทั้งยวง! ตอนนั้นถึงมีโทรศัพท์ ซึ่งแม่แท็กซื้อให้ใช้กันทุกคน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะตอนนั้นโลกโซเชียลยังไม่มีอะไรมาก นอกจากเล่นบลูทูธและเกม ครั้นจะโทรไประบายให้โคตรเหง้าศักราชฟังก็ไม่ดี เดี๋ยวพวกเค้าจะเสียใจ และกลัวเค้ารู้ว่ากูมาขาย Hee
เสียดายนะที่รุ่นกูมาบาห์เรนยังไม่มีเฟซบุ๊ก ไม่งั้นกูจะส่งข้อความไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อร้องเรียนแม่แท็กที่หลอกกูมาขาย Hee (โดยแจ้งเงื่อนไขไม่หมด!!)


 
About the Author
ยากูซ่า ค้าบริการ ติดคุก เฉียดตาย...ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เธอคนนี้เผชิญมาแล้ว วันนี้เธอคือนักเขียนมือรางวัล โดยปี 2554 “ฉันคือเอรี่ กับประสบการณ์ข้ามแดน” คืองานเขียนเล่มแรกที่ได้รับรางวัลชมนาด โดยเป็นการตีแผ่เส้นทางชีวิต หลากประสบการณ์ค้าบริการทั้งโหด เลว ดี ครบรส ล่าสุดปี 2559 เธอก็คว้ารางวัลชมนาดมาอีกครั้งในผลงานที่ชื่อ “ขังหญิง” ตีแผ่ชีวิตคนคุกที่หาอ่านไม่ได้จากที่ไหน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ตอนนี้มีผู้หญิงมาบาห์เรนมากขึ้นทุกวัน การแข่งขันของพวกแม่แท็กก็แพรวพราวขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีโปรโมชั่นใหม่ๆ ทำจมูก ทำนม จัดฟัน เรียกว่าทำให้ก่อนจ่ายหนี้ภายหลัง แต่ต้องคืน 2 เด้ง
 
ในสายตาของใครหลายคนอาจมองว่าผู้หญิงอย่างพวกเราเป็นพวกมักง่ายรักสบาย  สนุกสนาน  ร่าเริงกับอาชีพที่ทำอยู่  คือสนองความใคร่แลกกับเงิน  แต่ลึกๆ ในหัวใจยังคงซ่อนไว้ด้วยความทุกข์  ความเจ็บปวดทุกวินาที