OPINION

ชีวิตนี้ไม่คิดว่าจะไปเป็นกะหรี่บาห์เรน ตอนที่ 17

เอรี่ – ธนัดดา สว่างเดือน
30 ส.ค. 2560
คนต่างจังหวัดเมื่อเห็นว่าลูกสาวกลับมาจากเมืองนอก ชาวบ้านจะให้ความสนใจ และญาติๆ ก็จะพากันมารุมไถเงิน มีงานเลี้ยงฉลองกันแบบไม่เลิกรา ตามมาด้วยความอยากของคนในครอบครัว พ่ออยากได้นู่น แม่อยากได้นี่ พี่น้องอยากได้นั่น สารพัดความอยาก ซึ่งพวกเธอก็ไม่ปฏิเสธให้เสียหน้า และไม่อยากให้ใครตราหน้าว่ากลับมามือเปล่า จึงตัดปัญหาว่าถ้ายังไม่พร้อมก็ไม่กลับไปดีกว่า

พ่อแม่ประเภทนี้ไม่เคยสำนึกหรอกว่ากว่าลูกสาวจะหาเงินมาได้แต่ละบาท ต้องหน้าด้านหน้าทนนอนแก้ผ้าถ่างขารับศึกไม่รู้เท่าไหร่ บางครอบครัวรู้ทั้งรู้ว่าลูกไปขายตัวแต่ไม่เคยทักท้วง เพื่อจะได้ไถเงินลูก เพื่อจะได้มีความเป็นอยู่ดี เพื่อแข่งขันกับคนข้างบ้าน ฉันเห็นอะไรมามากมายเกี่ยวกับเพื่อนๆ ร่วมวงการ เช่นเสียชีวิตในต่างแดน พ่อแม่จะออกมาเรียกร้องความเป็น

ธรรมด้วยการควานหาตัวคนผิด เพราะต้องการค่าชดเชย แค่นั้นจริงๆ ที่พวกเค้าต้องการ แต่ไม่เคยนึกถึงชีวิตคนตาย พูดเป็นอย่างเดียวว่าครอบครัวเราฐานะยากจน ถ้าไม่มีลูกคนนี้ก็เหมือนขาดเสาหลัก แล้วทุกคนจะอยู่กันอย่างไร!?
ถุย!!!!! เมื่อไหร่ไอ้พวกพ่อแม่ที่ขายลูกแดกจะตายหายสาบสูญไปหาพี่จากโลกนี้สักที!??? (นั่นหมายความว่าชีวิตคนตายไม่ได้มีคุณค่าอะไรเลย ก็แค่ได้เกิดมาเป็นกะหรี่ มีหน้าที่เป็นเสาหลักเลี้ยงคนทั้งบ้านแค่นั้นเองหรอ???)
ตลอด 3 ปี ที่อยู่ในบาห์เรน ฉันก็ขายตัวบ้าง ขายของเงินผ่อนบ้างไปเรื่อยเปื่อย โชคดีที่ไม่ต้องเสียค่าเช่าที่พัก แถมยังมีรายได้จากตรงนี้บ้างเล็กๆ น้อยๆ จากการให้คนบาห์เรนเปิดอพาร์ทเม้นท์ให้ในราคาเดือนละ 400 - 500 บีดี แล้วฉันก็ชวนเพื่อนๆ คนไทย 5-6 คนมาแชร์ค่าห้องพักโดยเก็บคนละ 120 บีดีต่อเดือน

ชีวิตฉันก็วนเวียนอยู่อย่างนี้โดยที่ไม่คิดจะกลับไปอยู่เมืองไทย เพราะกลับไปแล้วก็ไม่รู้จะไปทำอะไร อายุก็มากขึ้นทุกวัน อย่างน้อยอยู่ในบาห์เรนก็ยังพอมีอะไรให้ทำบ้าง พอถูไถหาเลี้ยงชีพได้ไปวันๆ แต่ฉันก็ไม่เคยลืมเป้าหมายว่าจะเก็บเงินไว้ปลูกบ้านให้แม่และเก็บไว้อีกส่วนหนึ่งไว้สำหรับไปเรียนแต่งหน้า แต่ 2 ปีแล้วก็ยังเก็บไม่ได้สักบาท

ตอนนั้นมีความใฝ่ฝันว่าถ้าเรียนแต่งหน้าจบแล้ว ฉันจะไปรับแต่งหน้าให้กับพวกผู้หญิงขายบริการตามสถานขายบริการต่างๆ เช่น อาบอบนวด ตามเลาจ์ และบาร์ญี่ปุ่นในย่านธนิยะ เพราะสาวๆ เหล่านี้จะถูกบังคับให้แต่งหน้าทุกคน สรุปก็คือความคิดยังวนเวียนว่าจะหากินอยู่ในแวดวงของคนกลางคืนอยู่ดี

วันหนึ่ง...ฉันไปกินอาหารไทยที่ร้านเงินทอง ที่นี่เป็นร้านอาหารไทยเก่าแก่เปิดให้บริการมานานหลายปีในเมืองมานาน ขณะที่กำลังก้มหน้ากินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย แล้วเสียงคุ้นๆ หูของผู้หญิงคนหนึ่งก็ทักฉันอย่างดัง
.             
 “เห้ยยยย พี่หนิง... เป็นไงบ้าง สบายดีป่าว?”
ฉันเงยหน้าขึ้นมาดูเจ้าของเสียงนั้นจึงรู้ว่าเป็นขวัญนั่นเอง ดูจากรูปร่างหน้าตาขวัญยังคงเหมือนเดิมทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมตรงที่เธอเดินควงคู่มากับฝรั่งวัย 50 กว่าปี 
“อ้าว ขวัญ... ไม่เจอกันนานมาก มากับใครอ่ะ?”
“ผัวหนูเองแหละพี่”
“เอ้า...แล้วไอ้อาหรับนั่นไปไหนแล้วอ่ะ?”
“โอ้ย ไม่ต้องพูดถึงเลย...มันทำหนูแสบมาก!”

ขวัญพูดด้วยสีหน้าโกรธจัดและแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวมาก เหมือนเธอถูกช๊อตประสาทอย่างแรง ฉันต้องรีบสงบปากแล้วเปลี่ยนเรื่องพูดเพื่อไม่ให้เธอของขึ้นไปมากกว่านี้

“พี่หนิงมาคนเดียวหรอ?”
“ใช่...ตั้งใจจะมาบริจาคเงินส่งศพผู้หญิงไทยกลับบ้าน”

ขวัญหันไปมองกล่องรับบริจาคที่ตั้งอยู่หน้าเคาท์เตอร์ทางเข้าร้าน ฉันพยักหน้าแล้วคุยกับขวัญได้สักพักเกี่ยวกับเรื่องศพผู้หญิงไทยผูกคอตาย นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาอยู่บาห์เรนได้ 2 ปีกว่า แล้วมีข่าวผู้หญิงไทยฆ่าตัวตาย ซึ่งผู้ตายเคยรู้จักกับฉันมาก่อน ถึงแม้เราจะไม่สนิทสนมกันก็เถอะ แต่เมื่อรับรู้เรื่องแล้วก็อยู่นิ่งไม่ได้

อย่างไรก็ดีสิ่งที่น่าอนาถใจที่สุดก็คือ ฉันเคยเห็นผู้หญิงไทยหลายคนแล้วที่พาชีวิตมาทิ้งในต่างแดน แล้วศพก็ไม่สามารถนำกลับไปทำพิธีเผาที่เมืองไทย เนื่องจากทุกคนที่เสียชีวิตจะไม่มีทรัพย์สินเงินทอง แล้วญาติๆ ทางเมืองไทยไม่มีปัญญาหาเงินเดินเรื่องรับศพกลับบ้าน ซึ่งการนำศพขึ้นเครื่องจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าราคาผู้โดยสารทั่วไป

วันนั้นฉันก็รู้ว่าขวัญเลิกกับแฟนอาหรับคนนั้นแล้ว สาเหตุที่เลิกกันเพราะมันไม่ส่งเงินไปให้พ่อแม่เธอตามสัญญา คือส่งให้ระยะแรกๆ แค่ 3-4 เดือน แล้วก็เลิกส่งไปเลย (เป็นไปตามที่กูสันนิษฐานไว้ไม่มีผิด) ตั้งแต่นั้นมาขวัญให้สัญญากับตัวเองว่า ต่อไปนี้จะไม่เอาผู้ชายอาหรับมาเป็นแฟนอีกเด็ดขาด เพราะผู้ชายอาหรับน้อยคนมากๆ ที่จะยอมรับผู้หญิงไทยเป็นเมีย เนื่องจากเชื้อชาติและศาสนาที่เคร่งครัด อีกทั้งสมาชิกคนในครอบครัวก็คงไม่เห็นด้วยถ้าลูกชายจะมาได้เมียเป็นกะหรี่ (ขออภัยก่อนนะคะ ฉันไม่ได้เหมารวม แต่ส่วนใหญ่อาหรับและอิสลามจะเป็นแบบนี้)

ไนบาห์เรนมีผู้หญิงไทยแบบขวัญเยอะมาก คือคิดว่าพบรักกับหนุ่มบาห์เรนแล้วจะเลิกขายตัวได้ชัวร์แน่ๆ แต่สุดท้าย ก็ย้อนกลับมาขายตัวอีกทั้งนั้น บางคนไปติดแมงดา พอหมดตัวหรือหาเงินให้มันไม่ได้แล้ว มันก็ตีตัวโบยบินไปติดคนใหม่ แล้วก็จะหาวิธีต่างๆ มาจัดการกับพวกเธอเช่นยัดยาเสพติดให้แล้วแจ้งตำรวจจับ พาพวกมารุมโทรมบ้าง แจ้งความว่าขโมยของบ้างและอีกสารพัดวิธีชั่วๆ ที่พวกมันจะทำได้ เพื่อให้ผู้หญิงพวกนี้ออกไปจากชีวิตมัน

นี่แหละอาชีพกะหรี่ จะหารักแท้จริงใจจากใครนั้นยากมาก หลายคนโชคดีมีครอบครัวไปแล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องเลิกกันและวนกลับมาขายตัวอีกตามเคย มันเอาอะไรแน่ไม่ได้จริงๆ ถึงแม้จะโชคดีไม่เอาชีวิตไปทิ้งในต่างแดน แต่ขณะเดียวกันก็เป็นโชคร้ายที่ต้องขายตัวยันแก่ตาย...
 
 
About the Author
ยากูซ่า ค้าบริการ ติดคุก เฉียดตาย...ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เธอคนนี้เผชิญมาแล้ว วันนี้เธอคือนักเขียนมือรางวัล โดยปี 2554 “ฉันคือเอรี่ กับประสบการณ์ข้ามแดน” คืองานเขียนเล่มแรกที่ได้รับรางวัลชมนาด โดยเป็นการตีแผ่เส้นทางชีวิต หลากประสบการณ์ค้าบริการทั้งโหด เลว ดี ครบรส ล่าสุดปี 2559 เธอก็คว้ารางวัลชมนาดมาอีกครั้งในผลงานที่ชื่อ “ขังหญิง” ตีแผ่ชีวิตคนคุกที่หาอ่านไม่ได้จากที่ไหน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ในหัวก็คิดว่าถ้าวิ่งหนีออกไปจะรอดไหม แต่ดูท่าแล้วคงไม่รอด เพราะฉันใส่ส้นสูง แถมเมาอีกต่างหาก เผลอๆ อาจโดนพวกมันกระทืบ...
 
ฮัดซัน…หนุ่มอินเดียวัย 30 ปีเศษ หน้าที่ของเขานอกจากปูเตียงแล้วเขายังหารายได้พิเศษด้วยการติดต่อลูกค้าที่เข้ามาพักให้กับผู้หญิงไทยที่มาขายบริการอยู่ในโรงแรมแห่งนี้..