TALK

เคนจิ ชายผู้ไล่ล่าดวงอาทิตย์เเละความฝัน

วันสว่าง บุญพิพัฒนาพงศ์
17 ส.ค. 2560
เขาคือผู้ชายมาดเข้มที่กำลังเป็นกระแสในโลกออนไลน์ จากการเป็นพิธีกรรายการท่องเที่ยวประกบพระเอกสุดฮาอย่าง ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์  และยังเป็นเจ้าของคาเฟ่สุดแปลกแหวกตลาดอย่าง The animal café and restaurant ที่มีสัตว์หลากชนิดเป็นจุดขาย ให้ลูกค้าได้ทานอาหารอร่อยๆ พร้อมเล่นกับสัตว์แปลกตัวโปรดไปด้วย นี่เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ เคนจิ - วันสว่าง บุญพิพัฒนาพงศ์ ตั้งใจจะให้เป็นแลนด์มาร์กของประเทศไทย และดูเหมือนว่าตอนนี้ความฝันของเขาใกล้เป็นจริงแล้ว เมื่อมีชาวต่างชาติมากมายที่ตั้งใจมากรุงเทพฯเพื่อมาที่ร้านนี้โดยเฉพาะ แต่ความสำเร็จของคาเฟ่นี้ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่เราอยากมาทำความรู้จักกับเขา เพราะเขายังมีเรื่องราวอีกมากมายที่น่าสนใจ และที่สำคัญ เขาเป็นคนที่มีความเชื่อที่ว่า ถ้าคุณทำอะไรไม่ได้ หมายความว่าคุณยังพยายามไม่มากพอ

จุดเริ่มต้นของการเปิดคาเฟ่ที่มีสัตว์แปลกๆมากินข้าวพร้อมกับเราด้วยคืออะไรคะ
ขอใช้คำว่าสัตว์แปลกแล้วกันฮะ ต้องบอกว่าจริงๆแล้วมันเคยเป็นสัตว์ป่า แต่อย่างที่ต่างประเทศ เช่นในแอฟริกาเนี่ยเขาพยายามพัฒนาสายพันธุ์เหล่านี้ให้ค่อยๆกลายเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงาม คำว่าป่าเป็นแค่สายพันธุ์ แต่จริงๆแล้วเพาะในฟาร์ม อย่างเช่นแมวเบงกอล ที่พัฒนามาจากสายพันธุ์แมวป่าที่เอามาผสมกับแมวบ้าน กลายเป็นแมวเบงกอล F1 ตัวผู้เป็นหมันโดยกำเนิด ส่วนตัวเมียผสมพันธุ์ได้ เลยมีคนเริ่มเอามาผสมพันธุ์กับแมวบ้านตัวผู้ แล้วก็เลี้ยงจนกลายเป็นแมวบ้าน มีความเชื่องไม่ต่างจากแมวบ้านทั่วไป จะแตกต่างกันบ้างก็แค่เล็บที่ยาวกว่า เวลาเล่นกับเค้าเลยต้องระวังมากขึ้นนิดหน่อย แต่ถ้าไม่ไปทำร้ายเค้าก่อน เค้าไม่ทำอะไรเราแน่นอน



แล้วอย่างในเมืองไทยมีกฏหมายคุ้มครองสัตว์เหล่านี้ เช่นคุ้มครองสัตว์ป่า ไหมคะ
ถ้าพูดถึงสัตว์ป่าไทย กฏหมายมีห้ามชัดเจนอยู่แล้วว่า ห้ามซื้อขาย ห้ามเลี้ยง แต่ที่ร้านเราไม่มีสัตว์ป่าไทย ของเราเป็นสัตว์ป่าต่างประเทศที่มาการนำเข้าอย่างถูกกฏหมาย

สัตว์เหล่านี้มีที่มายังไงคะ
เราไม่ได้ซื้อสัตว์เหล่านี้มาเพื่อเปิดร้านนะครับ แต่ว่าเราเลี้ยงอยู่แล้ว เพาะพันธุ์อยู่แล้ว แล้วก็ค่อยมาเปิดเป็นร้านนี้ ส่วนใหญ่มาจากแอฟริกาใต้ครับ พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ขึ้นเครื่องบินมา แล้วมาผสมพันธุ์ที่บ้านหุ้นส่วน จะเรียกว่าเป็นฟาร์มก็ได้ แล้วพอคลอดออกมาเราก็ไปแจ้งเกิด พอเริ่มโตก็ส่งมาที่ร้านนี้ พอโตขึ้นมาอีกหน่อยก็ส่งกลับฟาร์ม เอารุ่นลูกตัวอื่นๆมาใหม่ สลับไปมาบ้าง



ตอนเปิดร้านใหม่ๆมีคนไม่เข้าใจนึกว่าเราเอาสัตว์ป่าไทยมาโชว์บ้างไหมคะ
มีฮะ ถึงขั้นโทรเรียกคนมาที่ร้านเลย มีกรมป่าไม้มารอบนึง กับไซเตส (อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์) อีกรอบนึง เค้าก็มาตรวจสอบว่าเราทำถูกต้องไหม พอรู้ว่าเราทำถูกต้องก็ไม่มีปัญหาอะไร เค้าก็ทำเอกสารให้ ก็จบ

คือตั้งใจให้สัตว์แปลกๆเหล่านี้เป็นจุดขายของคาเฟ่ตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่าคะ
ก็ด้วย เราเป็นคนเลี้ยงสัตว์แบบนี้อยู่แล้ว อย่างตอนนี้ที่บ้านก็เลี้ยงจิ้งจอกทะเลทราย บวกกับที่เป็นคนชอบลงทุน ชอบทำธุรกิจ เป็นคนที่ถ้าคิดไอเดียอะไรได้เราจะทนปล่อยความคิดนั้นไปเฉยๆไม่ได้ เราจะรู้สึกว่าถ้าเราไม่ทำเดี๋ยวคนอื่นจะทำ ร้านนี้มันก็เริ่มมาจากเราไปเล่นฟิตเนสกับเพื่อนที่เป็นหุ้นส่วน แล้วเราก็ชวนเขา คือเราเคยเปิดร้านอาหารอยู่แล้ว และเราเชื่อว่าร้านอาหารมันดี แต่อย่างทำเลตรงนี้ (สาธุประดิษฐ์ 19) เราก็เคยคิดว่าทำเลมันไม่ได้ฮอตฮิตมาก คนก็อาจไม่มา เลยมาเกิดไอเดียว่าเอาสัตว์เลี้ยงที่เรามีมาโชว์ให้คนที่ไม่เคยเห็นได้เห็น ได้สัมผัสแล้วกัน จำได้ว่าตอนนั้นบอกเพื่อนคนนั้นไปว่า ร้านนี้มันจะต้องสำเร็จ และเราจะเป็นตำนานไปด้วยกัน (หัวเราะ)



เป้าหมายชัดเจนตั้งแต่วันนั้นเลย
ใช่ครับ เราอยากให้ร้านนี้เป็นแลนด์มาร์กของเมืองไทย อยากให้มีฝรั่งที่อยากมาเมืองไทยเพื่อที่จะมาร้านเราโดยเฉพาะ อยากให้เป็นแบบเดียวกันกับที่คนไทยอยากไปญี่ปุ่นเพื่อไปคาเฟ่นกฮูก

แล้วตอนนี้มีลูกค้าต่างชาติเยอะไหมคะ
มีคนเอเชียเยอะฮะ ทั้งคนฮ่องกง มาเลย์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี รัสเซีย ออสเตรเลีย แต่ฮ่องกงเยอะสุด มีทั้งมาครั้งเดียวแล้วก็มาแล้วมาอีก มาเพื่อกลับมาหาสัตว์ตัวใดตัวหนึ่งในร้านที่เขาชื่นชอบ อย่างแมวชื่อซอมบี้ ก็มีแฟนคลับเยอะ ที่สำคัญแมวของเราแต่ละตัวจะมีคาแรคเตอร์ที่ต่างกัน และเราก็พยายามใช้ช่องทางออนไลน์สื่อสารให้คนรู้จัก ว่าสัตว์ของเราแต่ละตัวมันมีความน่ารักเฉพาะตัวอย่างไร คนก็ชอบ ก็มาหา



ในร้านมีสัตว์ทั้งหมดกี่ชนิดคะ
บอกไม่ถูกเลยครับ (หัวเราะ) เพราะเราสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาตลอด มีเอามาใหม่ พากลับบ้าน เอามาใหม่ วนอยู่แบบนี้ อย่างบางตัวท้อง หรือหงอยๆหน่อย ก็พากลับบ้าน แล้วก็มีบางตัวที่ชอบอยู่กับคน ในขณะที่บางตัวไม่ชอบ แต่ถ้าเอาคร่าวๆก็จะมีแมวป่าที่เป็นไฮไลต์ มีสองสายพันธุ์ มีแรคคูน จิ้งจอกทะเลทราย มีแมวบ้าน นกฮูก ชิชีล่า(หนูตัวใหญ่ รูปร่างคล้ายกระต่าย) มีกบอาร์เจนติน่า ที่โดยธรรมชาติจะอยู่นิ่งๆไม่ขยับเลยทั้งวัน แล้วก็มีปลาแปลกๆ มี กุ้ง มีปูเสฉวน

ทำคาเฟ่สัตว์แบบนี้ควบคุมยากไหมคะ มีมาตรการเรื่องความปลอดภัยยังไง
เรามี Policy ที่ชัดเจน ทั้งความปลอดภัยของสัตว์ เราจะมีคนคอยดูแล ส่วนความปลอดภัยของคน เราก็จะแจ้งชัดเจนว่า สัตว์ตัวนี้มีลักษณะนิสัยยังไง ชอบอะไรไม่ชอบอะไร สิ่งที่ห้ามทำกับมันคืออะไร และทางเราก็พยายามตัดเล็บให้ทุกตัว แต่ก็มีบ้างที่เค้าอาจพยายามปีนตัวเรา หรืออยากเล่นกับเรา สัตว์ที่มีเขี้ยวเล็บก็อาจก่อให้เกิดบาดแผลได้ เราก็ต้องทำความเข้าใจกับลูกค้าก่อนว่าคุณอาจมีรอยข่วนนะ สมัครใจที่จะเล่นกับสัตว์ชนิดนี้หรือเปล่า แต่ก็อยากบอกว่าสัตว์ที่ร้านเราฉีดวัคซีนทุกตัว สบายใจได้ครับ แต่คุณก็ต้องเข้าใจธรรมชาติของสัตว์ด้วย

แต่ละตัวน่ารักแบบนี้มีคนมาขอซื้อบ้างไหมคะ
ก็มีบ้าง อย่างหุ้นส่วนเราก็จะมีฟาร์ม ก็สามารถจัดหาให้ได้ แต่ตัวที่ร้านไม่ขายนะครับ (หัวเราะ)



นอกจากเปิดร้านนี้ ยังมีอีกหลายธุรกิจที่ทำอยู่ เรียกว่าเป็นเจ้าพ่อแห่งการลงทุนเลยก็ว่าได้ พี่จิทำอะไรอยู่บ้างคะ
ก็มีค่ายมวยสองสาขา มีร้านเสื้อผ้าที่ตลาดนัดรถไฟและสวนจตุจักร แล้วก็มีที่เป็น Recruiter ให้กับร้านอาหาร แล้วก็ทำ Online Marketing ให้บริษัทต่างๆ

Recruiter นี่คือคล้ายๆทำ HR ให้เขาหรือเปล่า
ก็คล้ายๆนะ คือจริงๆบริษัทเขามี HR อยู่แล้ว เพียงแต่เค้าจ้างเราเป็นเคสๆไป มันเริ่มมาจากเราไปขาย Online Marketing ให้ร้านอาหารร้านนึง คุยไปคุยมา เค้าก็สนใจให้เราทำ Recruitment ให้ เพราะเรามีประสบการณ์ มีธุรกิจหลายที่ หลายอย่าง เวลาขาดคนเร่งด่วน เราก็รู้ว่าต้องหาทางออกอย่างไร ฝ่าย HR ของบริษัทเค้าก็มีหลายเรื่องที่ต้องทำ ทั้งเงินเดือน โน่นนี่ ก็ไม่ได้มีเวลามาสอดส่องมองหาคน แล้วพอเราทำไปเคสแรก ทางนั้นก็โอเคมากๆ เค้าบอกว่าหลังจากเราหาคนแล้วก็ส่งไปสัมภาษณ์ กลายเป็นว่า พนักงานเก่าในบริษัทของเค้าตั้งใจทำงานกันมากขึ้นเพราะจะเริ่มตระหนักได้ว่า นายจ้างหาคนมาทำแทนคุณได้ตลอดนะ

แล้วส่วนใหญ่พี่จิ Recruit คนมาทำงานในตำแหน่งอะไรคะ
มีตั้งแต่ตำแหน่งล้างจานยันผู้จัดการ ทั้งเซลล์ หรืออาชีพที่ไม่เกี่ยวกับร้านอาหารอย่าง Event producer ก็มี

ไปหาคนจากไหนบ้างคะ สนิทกับ jobsdb.com เหรอคะ
(หัวเราะ) ก็มีจ่ายเงินตามเว็บบ้าง หาเองบ้าง แต่ก็ทำงานกับ Online ซะส่วนใหญ่นะ แล้วก็ต้องถามตัวเองตลอดว่า พยายามมากพอหรือยัง ถ้าพยายามแล้วแต่มันยังไม่ได้ แปลว่ายังพยายามไม่มากพอ อย่างเรา เราไม่ได้ทำทุกอย่างได้ดี 100% แต่นั่นก็เพราะเวลาเรามีไม่มากพอด้วย



หมดหรือยังคะ สิ่งที่เคยทำมา (หัวเราะ)
ยังฮะ นี่จะบอกว่างานแรกสุดที่เราทำคือเป็นคนขับรถนะ (หัวเราะ) ตอนเรียนจบใหม่ๆสัก 14 ปีที่แล้ว เงินเดือนสตาร์ทช่วงนั้นประมาณ 12,000 บาท เราก็ไปที่บริษัทจัดหางานบริษัทนึง เค้าก็บอกว่ามีตำแหน่งไกด์ต่างชาติที่หาคนอยู่ หน้าที่ของเราคือ ดูแลนายจ้างชาวอเมริกันกับครอบครัวของเขา รวมถึงขับรถและแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและการเดินทางในกรุงเทพฯ มีเงินเดือนให้ 20,000 บาทแถมยังได้รถมาใช้ด้วย เราก็ตาลุกวาว แต่พอไปทำจริงๆ มันคือคนขับรถเลย ไม่ใช่ไกด์ เค้ามีแพลนชัดเจนว่าอยากไปไหน อยากทำอะไร เราไม่ได้นำเค้าเที่ยว คือที่บริษัทจัดหางานไม่บอกตรงๆก็คงกลัวว่าเราจะไม่รับงานไง แต่ก็โอเคนะ ทำสองเดือนแล้วก็เลิก

จากนั้นไปทำอะไรต่อคะ
ต้องเล่าย้อนว่าตอนเรียนจบใหม่ๆ เราอยากเป็นครีเอทีฟ ก็มีเอางานไปพรีเซนต์กับบริษัทต่างๆนะ ที่ตลกคือเราไม่ได้งานแต่สุดท้ายเรากลับได้เห็นไอเดียของตัวเองถูกนำไปใช้ทำรายการทีวีดังรายการนึง

ถูกขโมยไอเดียแบบนี้ โกรธไหมคะ
ก็นิดนึงนะ แต่อย่างน้อยเราถือว่าไอเดียเราเจ๋งนะ เค้าถึงเอาไปใช้ เราก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรเพราะมันไม่มีหลักฐานชัดเจน เค้าสามารถพูดได้ว่า ไอเดียที่เราพรีเซนท์ไปเค้าก็คิดไว้เหมือนกัน จากนั้นก็ไปเป็นเซลล์บัตรเครดิต ทำยอดได้ดีด้วยนะ สามเดือนแรกได้ Top sale รวด ได้ไปเที่ยวเมืองนอก ได้ Pocket money ไว้ใช้ ทำได้หกเดือนก็รู้สึกอิ่มตัว เลยตัดสินใจไปใช้ชีวิตที่อเมริกาประมาณ 5-6 เดือน พอกลับมาก็ไปลองสมัครงานที่ Jim Thompson ทำไปสักพักก็ออกแล้วมาช่วยธุรกิจของพี่สาว เกี่ยวกับระบบจัดเก็บเอกสารแบบดิจิตอล (Document management system) ทำได้ประมาณปีกว่าก็โดนพี่สาวไล่ออก (หัวเราะ) แต่คือเราก็ต้องขอบคุณเค้าเหมือนกันนะ เพราะเราก็ทำตัวไม่โตสักที เราก็เลยไปร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิด Bar and restaurant ซึ่งเราทุ่มเทกับมันมากนะ แต่ช่วงนั้นที่บ้านก็ยังติดภาพว่าเราไม่เอาไหน ไม่ตั้งใจ ชอบสำมะเลเทเมา จากนั้นอีกสักพักเราก็เริ่มทำธุรกิจเสื้อผ้า เริ่มจากได้ไปเดินเล่นที่จตุจักรแล้วเจอร้านเสื้อผ้าที่ชอบ ก็เลยลองขอเค้าถ่ายรูปแล้วเอามาลงขายในอินสตาแกรม พอมีคนสั่งซื้อค่อยมาเอาของไปขาย เชื่อไหมขายได้เป็นแสนเลยนะ



ตอนนั้นยังทำร้านอาหารอยู่ไหมคะ
ทำอยู่แต่เริ่มไม่ค่อยดีแล้ว จนในที่สุดเราก็ตัดสินใจขายร้าน แล้วก็ขายได้ราคาดีด้วย จุดนี้เลยที่ทำให้เรารู้สึกว่า การทำร้านมันไม่ได้โหดร้ายอย่างที่เคยกลัว สมัยก่อน 8 ปี 10 ปีที่แล้ว ก่อนที่ออนไลน์จะรุ่งเรือง มันมีคนที่มีเงินแต่ไม่รู้จะเอาไปลงทุนอะไรอยู่เยอะ ในแง่เรา เราก็สามารถขายกิจการให้เค้ามาซื้อต่อได้ เราเลยรู้สึกว่าจากนี้จะเปิดร้านอะไรก็ไม่กลัวเจ๊งละ แต่เราต้องทำให้ดี ทำให้สวย คนจะซื้อไปทำต่อเอง เค้าอาจทำดีกว่าเราก็ได้ เราเลือกคนซื้อนะ ใครที่ดูไม่ตั้งใจทำเราไม่ขาย

นอกจากร้านสวย อะไรที่สร้าง Value ให้ร้านของเราจนมีคนมาซื้อต่อคะ
ถ้าเสิร์ชชื่อร้านอาหารแถวพระรามหก ต้องมีชื่อร้านเราติดขึ้นมาเป็น Top 3 แน่นอน

พี่จิทำยังไง จ้างหรือเปล่า
เกือบจะจ้างเหมือนกัน ตอนนั้นก็เคยไปคุยกับพวกบริษัท SEO ที่รับทำ แต่เค้าการันตีได้แค่ว่าคุณจะติด Top 10 ใน 5 Keywords กำหนดชัดเจนว่าต้องอันดับหนึ่งเท่านั้นไม่ได้ เกือบจ่ายค่าทำไปสองหมื่นแล้วเหมือนกัน แต่ก็กลับมานั่งคิดว่าลองทำเองดีกว่า โดยเริ่มจากการเสิร์ช Keyword ที่เราคิดว่าคนจะเสิร์ชบ่อยๆ เช่น ร้านอาหารย่านพระรามหก แล้วก็ปรากฎว่ามีเว็บไซต์ที่เป็นแนวกระทู้ ใครมาตอบก็ได้โผล่ขึ้นมาเต็มเลย ก็เลยเริ่มคิดว่า แล้วทำไมกูไม่พิมร้านกูลงไปล่ะ ก็เลยเริ่มศึกษาวิธีใส่รูป ทำไปสักพักได้ผล คนเริ่มโทรมา เลยคิดว่าจับทางได้ละ แล้วก็เริ่มรุกหนักขึ้น ซ่อนคีย์เวิร์ดหนักขึ้น เช่น ร้านอาหาร เบียร์เย็น ย่านพระรามหก อตก. กำแพงเพชร ร้านอาหารนั่งชิว ลงรูปสวยๆของร้านลงไป จากนั้นก็จริงจังขึ้นโดยทั้งเราและลูกน้องช่วยกัน ทุกวันจะต้องเสิร์ชตามคีย์เวิร์ดที่กำหนด แล้วก็กดเข้าไปดู ทำแบบนี้ทุกวันๆได้ประมาณสองเดือน เอาแค่วันละครั้งพอ ปรากฎว่าอันดับ 1-4 เป็นร้านเราหมดเลย โดยไม่ต้องจ่ายตัง ส่วนสมัยนี้น่าจะยากขึ้นมากแล้วเพราะการแข่งขันทางออนไลน์สูงขึ้นมาก 8 ปีก่อน เฟซบุคไม่มีผลอะไรต่อกูเกิ้ลเลยนะ เสิร์ชอะไรไป เฟซบุคไม่ขึ้นไม่เหมือนตอนนี้ที่เฟซบุคขึ้นมาก่อนใครเลย แล้วเชื่อไหมผ่านมาแปดปีแล้วคนยังโทรมาจองโต๊ะร้านเราอยู่เลย จริงๆแล้วเคยมีเพื่อนคนนึงมาพูดกับเรานะ ว่าเราไม่ถนัดทำร้านอาหารหรอก เพราะถ้าถนัดจริง ทำไมเจ๊งล่ะ เราก็เลยตอบไปว่ากูไม่ได้เจ๊ง กูขายกิจการ ได้เงินมาปกติ ไม่ได้ขาดทุน แถมได้ประสบการณ์ด้วย เพื่อนคนนั้นก็ยังไม่เชื่อ นี่ก็คืออีกเหตุผลนึงที่เราเปิด Animal Café นี้ขึ้นมา เพื่อพิสูจน์ว่า กูถนัดร้านอาหาร รู้ยัง (หัวเราะ)



เป็นคนที่ชอบพิสูจน์ให้เห็นเหมือนกันนะคะ
ก็เพราะคนไม่ค่อยเชื่อคำพูดของเรา อาจเพราะลุคที่ดูเกเร ดูล่อกแล่ก แต่เราทำอะไรแล้วตั้งใจมากนะ

เคยมีจุดที่พยายามกับอะไรมากๆจนเครียดไหมคะ
ช่วงที่ทำร้านเสื้อผ้าที่จตุจักรแล้วขายดีมากๆ จนได้เงินก้อนนึงมาเปิดเป็นค่ายมวย ชื่อ พยัคฆินทร์ มวยไทย สาขาแรกเปิดที่อุดมสุข 58 ก็ไปได้ด้วยดี หุ้นส่วนก็มาชวนให้เข้าห้าง ตอนแรกก็ยังไม่กล้านะ ด้วยค่าใช้จ่ายด้วยอะไรหลายๆอย่าง คือธุรกิจมันมีค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็นอยู่มาก แต่เค้าก็พยายาม Motivate จนเราอยากลอง ช่วงแรกๆเหนื่อยมาก เครียดมาก จนทุกวันนี้ก็ดีขึ้น เริ่มอยู่ตัว ช่วงที่เริ่มเข้าห้างนั่นก็คือช่วงที่เปิด Animal café นี้พอดี เราก็เลยไม่ได้ใช้เงินสักที (หัวเราะ) ได้เงินก้อนนึงมาก็เอาไปทำอีกอย่างต่อ ได้มาอีกก็มีอีกอย่างต่ออีก เพราะเราทนไม่ได้ที่จะไม่ทำถ้าคิดขึ้นมาได้แล้ว เรากลัวคนอื่นเอาไปทำ

ทำงานขนาดนี้ มีวิธีผ่อนคลายตัวเองอย่างไรคะ
พยายามนอน เดี๋ยวพอเช้า พระอาทิตย์ขึ้นใหม่ อะไรๆก็จะคลี่คลายเอง ปัญหาทุกอย่างที่ตอนกลางคืนอาจจะยังไม่มีทางออก ลองนอนดู เดี๋ยวพอเช้ามันจะคิดออกเอง เหมือนในรายการ The sun hunter ไง



นี่คือโยงเข้ารายการตัวเองใช่ไหม (หัวเราะ)
ใช่ (หัวเราะ) The sun hunter เป็นรายการที่เราทำกับซันนี่ (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) ตามชื่อรายการเลย เราจะไปตามหาพระอาทิตย์ในสถานที่ต่างๆ อย่างที่บอกว่าเรื่องเครียดๆที่เกิดขึ้นตอนกลางคืนทั้งหลาย พอพระอาทิตย์ขึ้นใหม่ เริ่มวันใหม่ มันก็จะคลี่คลายขึ้นแน่นอน ไม่มากก็น้อย
 
หลายคนสงสัยว่า ผู้ชายที่อยู่ข้างพี่ซันนี่ในรายการใหม่นี้เป็นใครมาจากไหน เรารู้จักกันได้ยังไงคะ
ผมกับซันนี่เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ตัวเท่านี้ (กำมือเท่าลูกบอล) ล้อเล่นๆ เป็นเพื่อนกันมาสิบกว่าปีแล้วฮะ ไปเที่ยวด้วยกันบ่อยจนรู้ว่าอีกคนชอบอะไร ไม่ชอบอะไร รู้แล้วว่าอีกฝ่ายจะเล่นมุกยังไง แล้วก็เคยคุยกันเล่นๆว่าอยากทำรายการด้วยกัน พอดีว่ามีเพื่อนที่ทำ Production house แล้วอยากทำรายการท่องเที่ยวพอดี เราก็เลยแอบไปกระซิบเพื่อนว่า กูทำได้นะ ก็พยายามพูดกรอกหูไปเรื่อย ประกอบกับตอนนั้นที่เราทำร้านเสื้อผ้า เราก็ใช้ตัวเองเป็นนายแบบ เพื่อนได้เห็นรูปแล้วก็ไปคุยกับซันนี่ว่าเดี๋ยวนี้เราเริ่มดูดีขึ้นอะไรอย่างนี้ ทางทีมก็เลยเอารูปเราไปขายกับลูกค้าจนผ่าน ก็เลยได้ทำงานกัน ที่แปลกคือรายการชื่อ The sun hunter ตามล่าหาพระอาทิตย์ ซันนี่คือพระอาทิตย์ ส่วนเราชื่อวันสว่างก็พระอาทิตย์ Production house ก็ชื่อบ้านแสงเช้า ทุกอย่างมันพอดีมากๆ

จุดเด่นของรายการคืออะไรคะ
มีคนมาบอกว่าน่าจะเป็นเรื่องมุก เรื่องความเข้าขากันของพิธีกร หลังๆนี้ก็เริ่มมีคนที่เห็นเราจากรายการแล้วมาทักบ้าง มีคนฟิลิปปินส์ด้วยนะ จริงๆเค้าเป็นแฟนคลับซันนี่ แล้วเค้าไม่รู้จะไปตามหาตัวซันนี่ที่ไหน เลยมาตามเราที่ร้านเรา (หัวเราะ) นอกจากนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องทัศนคติของเรากับซันนี่และทีมงานที่สนุกสนาน พยายามมองทุกอย่างที่เจอให้เป็น Positive ของหายเรายังพยายาม Positive เลย ตอนไปถ่ายที่อิตาลี ทีมช่างภาพโดยขโมยของเกือบ 4 แสน เลนส์นี่ยาวขนาดถ่ายได้ตั้งแต่กรุงเทพถึงอิตาลี (หัวเราะ) ตำรวจก็ถามนะว่าพวกเราสงสัยใคร สงสัยคนขับรถหรือเปล่า เพราะมันก็บังเอิญเกินไปหน่อยที่คนขับขับรถไปจอดในจุดที่รถทัวร์สองคันบังกล้องวงจรปิดของเมืองพอดี แล้วของในรถก็หายไปหมดเลยในขณะที่พวกเราลงจากรถไปถ่ายรายการกันอยู่ แต่เชื่อไหมว่าช่างภาพไม่โทษคนขับเลย กลับมองในแง่ดีว่า เราไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ทำงานต่อยังได้ ฟุตเทจไม่หาย ไม่มีใครบาดเจ็บอะไร แล้วยังตลกได้อีก เราก็ยิ่งรู้สึกว่า คนแบบนี้นี่แหละที่เราจะเอาเยี่ยงอย่าง แล้วก็เกิดความคิดนึงขึ้นมาเลยว่า ปัญหาไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหน มันจะทำให้ความสำเร็จของเราสวยงามเสมอ



ถ้ามีคนพูดว่าโชคดีจังที่ได้เป็นเพื่อนซันนี่ จะตอบกลับว่าอย่างไร
พูดได้เลย ไม่มีปัญหาเลย ก็เรื่องจริงนะ แต่เราก็อยากบอกเพิ่มเติมว่า เราไม่ได้มาถึงจุดนี้เพราะเราเป็นเพื่อนซันนี่ เราเป็นคนที่ไม่เคยอยู่เฉยๆแล้วนอนรอโชคชะตา ถ้ามีงานอะไรที่เราคิดว่าทำได้ เราจะทำทันที

เป็นคนที่ทำงานเยอะมากๆ นิยามความเป็นตัวเองอย่างไร
ก็เป็นนักธุรกิจคนนึงที่ติงต๊อง แล้วก็รั่วๆคนนึง ขัดกับหน้าเราที่ดูดุ มันมาจากการที่เรายิ้มไม่เป็น คือถ้าเห็นแค่หน้าตาไม่มีใครเชื่อว่าเราขี้เล่นแน่นอน ลองดูในรายการดีกว่าฮะ (หัวเราะ)

ความสุขในทุกๆวันของพี่จิคืออะไร
เราชอบทำงาน การทำงานคือการผ่อนคลายของเรา ไม่ชอบเที่ยว ถ้าไปเที่ยวแล้วเราจะเป็นห่วงหลายอย่าง แต่อย่างรายการนี่ก็คือทำงานโดยเที่ยวไปด้วย มันก็เลยโอเค

เป้าหมายในอนาคตจากผู้ที่ทำอะไรหลายอย่างมากๆคนนี้
เราเป็นคนหนึ่งที่ไม่เชื่อเรื่องพรสวรรค์ล้วนๆ แต่ต้องมีพรแสวงด้วย และต้องพยายามกับมันให้มากพอ และเราก็เชื่อด้วยว่าทุกอย่างที่เราทำมันมีสาระ อยู่ที่เราจะเอาสาระจากมันหรือเปล่า


 
 
สัมภาษณ์ / เรียบเรียง
หัสสยา อิสริยะเสรีกุล
ถ่ายภาพ
วิรดา คูหาวันต์, เพ็ญนภา อินทนิล
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ในยุคที่ใครๆต่างก็อยากเป็นเจ้าของธุรกิจกันทั้งนั้น แต่ในความเป็นจริง ทุกความสำเร็จไม่ได้ราบรื่นเหมือนปลายทางที่ทุกคนเห็น เพราะคนทำธุรกิจทุกคนต้องผ่านความยากลำบากและอุปสรรคมากมายด้วยกันทั้งสิ้น
เจาะใจออนไลน์ นำเสนอเรื่องราวของ 3 ธุรกิจ SME รุ่นใหม่มาแรง ที่ใช้กลยุทธ์ออนไลน์และความ creativity สร้างแบรนด์จนประสบความสำเร็จ
จับเข่าคุยกับผู้กำกับฯภาพยนตร์สุดฮอต “ฉลาดเกมส์โกง”