REVIEW

The Mummy

อุตส่าห์ลุกขึ้นมาจากโลง
20 มิ.ย. 2560
หนัง The Mummy ในยุค 2017 นี้ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหนัง The Mummy ที่เคยสร้างมาก่อนหน้านี้ 2-3 ภาค   เพราะนี่คือภาคเริ่มต้นของหนังในชุด Dark Universe ของค่าย Universal  ที่โดดลงมาร่วมแจมด้วยกับค่ายหนังประเภทฮีโร่ทั้งหลายอย่าง
DC และ Marvel

          The Mummy  เรื่องนี้ได้ดาราแม่เหล็กอย่าง ทอม ครูซ มานำแสดง  ซึ่งก็ใช้พี่แกได้คุ้มจริงๆ คือเล่นมันทั้งเรื่อง  ตั้งแต่ฉากเปิดที่นักขโมยของโบราณอย่างเขาต้องมาเจอกับสุสานมัมมี่พันปี   ซึ่งเป็นที่ฝังร่างของ เจ้าหญิงอาห์มาเนท  ที่ถูกพันเป็นมัมมี่ทั้งเป็นใส่โลงฝังไว้เพราะคิดทรยศฆ่าบิดาตัวเองเพื่อหวังครองราชสมบัติ 
            จากนั้นทอม ครูซ ก็ต้องสะบักสะบอมกับการที่ไปปล่อยเอาวิญญาณของเจ้าหญิงให้ออกมาอาละวาด  และตัวเขาได้รับเลือกจากวิญญาณร้ายของเจ้าหญิงให้เป็นร่างที่จะถ่ายเทวิญญาณร้ายที่ค้างคาไว้ให้สำเร็จ   และทอมก็พยายามจะแก้การถูกครอบงำนั้น  แต่ในที่สุดเขาก็ได้กลายเป็นอสูรร้ายคนใหม่ที่จะท่องไปในโลก Dark Universe ต่อไป  ซึ่งตามแผนงานก็จะมีตัวละครอย่าง แฟรงเกนสไตน์  มิสเตอร์แจ๊คเกิ้ล  และอีกหลายอสูรที่รอคิวมาอาละวาดบนจอเรียกเงินคนดูต่อไป
            หนังเดินเรื่องได้สนุกน่าติดตามในช่วงแรก  แต่เมื่อเจ้าหญิงออกมาจากโลงศพได้แล้ว    ก็เหมือนดูหนังซอมบี้  ผสม Resident  Evil แต่ไม่สนุกเท่า  คือ มันดูประดักประเดิด จะว่าเจ้าหญิงอาห์มาเนทน่ากลัว โหดร้าย จนน่าขนพองสยองเกล้า ก็ไม่ถึงขนาดนั้น  แถมตอนท้ายเรื่องนางก็ยังตายง่ายไปหน่อย
 
            การต่อสู้ของทอม ครูซ กับตัวผีๆ ทั้งหลายก็ไม่ค่อยลุ้นให้น่าเอาใจช่วยสักเท่าไหร่
ยิ่งกับตัวนางเอกที่แสดงโดย  แอนนาเบลล์  วอลลิส ในบทนักโบราณคดีสาวนั้นเหมือนเป็นส่วนเกินของหนังพิกล  และดูเคมีจะไปไม่ค่อยได้กับพระเอกทอมเสียเลย
            นอกจาก ทอม ครูซ แล้วมีนักแสดงรุ่นใหญ่อีกคนที่ร่วมแสดงด้วยคือ รัสเซล โครว์  ในบท ดร.เฮนรี่  เจกิลล์ ตัวละครป่วยทางจิตสองบุคลิกที่ซัดกับพระเอกจนเหนื่อยไปตามๆ กัน
พี่แกเล่นแล้วเหมือนคนโรคจิตดีจริงๆ 
            แต่ยอมรับสำหรับงานด้าน CG. ว่าทำได้ดีทีเดียว  ซึ่งกับหนังแนวนี้จำเป็นอยู่เองที่จะต้องทุ่มเทงานด้านนี้เป็นสำคัญเพื่อสร้างความสมจริงและความน่าสนใจ    แต่ CG. ที่ดีนั้นก็ดูด้อยประโยชน์ลงถ้าบทหนังไม่ได้ช่วยให้หนังสนุกเท่าที่ควรจะเป็น  ทั้งที่แนวเรื่องเอื้ออยู่ไม่น้อย
            The Mummy เรื่องนี้ อุตส่าห์ลุกขึ้นมาจากหลุมได้  แต่ก็ไม่ประทับใจเท่าไหร่  รู้งี้นอนแช่มันในโลงศพไปเรื่อยๆ อาจจะดูดีกว่าเป็นไหนๆ.
 
 
รีวิว
วัชระ แวววุฒินันท์
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ภาพยนตร์เรื่องนี้ สามารถใช้ชื่อแบบเชยๆ ได้เลยว่า “ชู้รักราชินี” เพราะเนื้อหาของหนังบอกเล่าไปในทำนองนั้น   แต่จริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้มีอะไรมากกว่าแค่เรื่องที่ว่า
 
ชื่อของภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่องนี้มีว่า What's For Dinner,Mom? บอกเป็นนัยๆ ว่าเป็นเรื่องของ แม่ ลูก และ อาหาร อย่างแน่นอน แต่จะพิเศษอย่างไร.. ต้องมาดูกัน