หนังสือฝีมือการเขียนของ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา เล่มนี้
เป็นหนังสือใหม่ออกเมื่อปลายปี 2559 นี่เอง และคงเป็นที่นิยมเพราะในช่วงแค่ 3 เดือนก็พิมพ์ไปแล้ว 4 ครั้ง
ชื่อว่า “FUTURE ปัญญาอนาคต” ภิญโญจึงเขียนถึงอนาคตว่าหากเรามีปัญญาที่จะตั้งสติ คิด ไตร่ตรอง รู้จักตนเองแล้ว ก็จะสามารถสร้างอนาคตที่เราเป็นผู้กำหนดเองได้
ภิญโญเปิดเรื่องได้อย่างน่าติดตาม ถ้าเป็นหนังสืบสวนก็ชวนดูตั้งแต่จบไตเติ้ล เขาเล่าถึงเกร็ดจากเรื่องจริงเมื่อครั้งรัชกาลที่ 5 ตั้งพระทัยจะสานไมตรีกับพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซียที่ทรงได้พระราชโอรสพระองค์แรก พระองค์ให้โหรหลวงผูกดวงชะตาของพระโอรสเพื่อหวังจะส่งไปเป็นของขวัญแด่พระเจ้าซาร์ฯ แต่เมื่อทราบผลการทำนายองค์กษัตริย์ไทยกลับตัดสินพระราชหฤทัยไม่ส่ง เพราะคำทำนายไม่สู้เป็นมงคลนัก
อยากรู้ว่าคำทำนายเป็นอย่างไรต้องไปหาอ่านเอา แต่นี่เป็นแค่เปิดเรื่องเพื่อชี้ให้เห็นว่า “อนาคต” เป็นเรื่องสำคัญ
ในหนังสือภิญโญได้หยิบจับประเด็นจากประวัติศาสตร์ในยุคต่างๆของหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน ฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี มาเปิดให้เห็นถึงวิถีในการสร้างอนาคตท่ามกลางวิกฤตหรือปัญหาของแต่ละยุค โดยเล่าผ่านถึงบุคคลต่างๆ ที่เป็นตัวอย่างได้น่าสนใจ
ทำไม ลี กวน ยู สามารถสร้างอนาคตใหม่ให้กับสิงคโปร์จากประเทศเล็กๆ ที่ถูกขับจากมาเลเซียมาเป็นประเทศที่ร่ำรวยทางเศรษฐกิจได้...นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งในหนังสือเล่มนี้
ภิญโญให้ความสำคัญกับ “การรู้จักตนเอง” อย่างมาก จากตัวอย่างต่างๆ ทำให้เราได้เห็นเรื่องนี้ชัดเจน การรู้จักตนเองจะต้องรู้ถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของเรา และเราจะเสริมจุดแข็ง แก้จุดอ่อนอย่างไร
นอกจากนั้นหากอยากมีอนาคตที่ยั่งยืน เราจำต้องหาจิตวิญญานที่ทำให้เราโดดเด่นกว่าคนอื่น....ในญี่ปุ่น เชฟลือชื่อสามารถถือมีดหั่นเนื้อปลาคมกริบ และใช้เวลาในการหั่นปลาและปั้นข้าวเพื่อเสิร์ฟแก่เศรษฐีหมื่นล้าน ที่นั่งรออย่างสงบได้
นี่คือเกียรติยศแห่งวิชาชีพ ที่ทำให้นักธุรกิจใหญ่ต้องให้ความเคารพแก่คนแล่ปลา....ภิญโญเขียนไว้อย่างนั้น
ภิญโญยังได้เขียนถึงนักออกแบบแฟชั่นชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษนามว่า Paul Smith ที่เขามีชื่อเสียงแหวกดงแฟชั่นขึ้นมาได้ก็ด้วยการสร้างสรรค์อัตตลักษณ์ของตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ แต่ก่อนการแต่งกายด้วยชุดสูทเป็นของเฉพาะชนชั้นสูงเท่านั้น แต่พอลมาทำลายความรู้สึกของชนชั้นนั้นลงได้ ด้วยการทำสูทที่ไม่เป็นทางการ จึงถูกจริตกับคนรุ่นใหม่ที่เป็นแมส สินค้าของเขาจึงขายดีและดังไกลข้ามประเทศ
ยังมีตัวอย่างของคนและเรื่องราวอีกเยอะที่ภิญโญเขียนถึง วิธีการเล่าของเขาเหมือนเส้นหมึกที่ลากไปไม่ขาดตอน เขาสามารถพาเราดั้นด้นอยู่ในประเทศหนึ่ง แล้วก็ไหลเหมือนสายน้ำไปหาเรื่องราวในประเทศหนึ่งได้อย่างลื่นไหล ความเป็นคนชอบเดินทางและช่างสังเกตทำให้เขามีเกร็ดที่น่าสนใจมาถ่ายทอดให้ผู้อ่านได้เพลิดเพลิน แน่นอนที่ส่วนหนึ่งมาจากการเป็นนักอ่านของเขาเองด้วย
สำหรับคนชอบ “คำคม” หรือ Quote คงจะถูกใจ เพราะหนังสือเล่มนี้จะมีแทรกคำพูดดีๆ หรือหลักคิดเริ่ดๆ ของคนดังที่สอดคล้องกับเรื่องราวที่จะเล่าถึงอยู่เสมอ อย่างเช่น “วิธีการพยากรณ์อนาคตที่ดีที่สุด คือการสร้างมันขึ้นมา” อันนี้เป็นของ ปีเตอร์ เอฟ ดรักเกอร์
และในหน้าสุดท้ายของหนังสือก็เป็นคำพูดของ เดวิด คาเมรอน ที่ได้ตอบคำถามสภาผู้แทนราษฎรครั้งสุดท้าย ในฐานะ นายกรัฐมนตรีอังกฤษว่า “ I was the Future once ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าเคยเป็นอนาคต”....แหม คมซะ
หนังสือหนา 270 หน้า จัดรูปเล่มให้อ่านสบาย มีภาพประกอบเป็นระยะ จึงทำให้อ่านรวดเดียวจบเล่มได้ไม่ยาก ลองหามาอ่านกันดูนะครับ.




