REVIEW

รีวิว Justice League

อรภา พิชัยกุล
24 พ.ย. 2560
หลังจากรอคอย Justice League มานานแสนนาน หลังจากติดตาม ไม่ว่า Comics ไม่ว่า Cartoon ที่คอยนั่งรอดูตอนสองทุ่มตั้งแต่สมัยยังมี UBC เรียกได้ว่านานสุดๆ หรือ Cartoon Movie ที่มีไปเมื่อเร็วๆนี้ วันนี้ฝันเป็นจริงแล้ว Justice League มันได้เกิดขึ้นแล้ว!! ในแบบฉบับภาพยนตร์ !!  หลังจากมีหลายต่อหลายภาคโหมโรงกันไปก่อนแล้ว หนังเดี่ยวๆ เช่น Superman , Batman หรือ Wonder Woman เป็นต้น ดูเหมือนหนัง Super Hero ของหนุ่มๆ จะไม่ค่อยปังนัก พวกปฐมบทก่อนภาครวบรวมยอดมนุษย์อันนี้ แต่ที่ปังจริงๆ ที่สามารถกู้คืนศักดิ์ศรี DC กลับมาได้ กลับกลายเป็น Wonder Woman!! เรียกได้ว่าดีสุดๆและเป็นภาคก่อนหรือภาคล่าสุดก่อนจะเป็น Justice Leauge นั้นเอง


 
หลังจาก Bruce Wayne หรือ Batman ของเราพยายามรวมทีมเพื่อกอบกู้โลกอีกครั้ง และการเจอตัว Wonder Woman ทำให้เขาต้องการขุดเธอออกมาจากการเก็บเนื้อเก็บตัวที่ฝรั่งเศสกว่าร้อยปี (เลยเกิดเป็นหนัง WonderWoman ขึ้นมา)  ให้ออกมาสู้ร่วมกันและเป็นหนึ่งใน Justice Leauge  แต่ทีมคงมีแค่นี้ไม่ได้ มันทำให้เขาต้องหาเพื่อนร่วมทีมเพิ่ม ซึ่งคือ Flash , AquaMan ,CyBorg



การเริ่มเรื่องถือว่าทำได้ดีมีการพูดถึง และเล่าเรื่องด้วยภาพแสดงสถาณการ์ณบ้านเมืองที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อ Superman ได้จากไปแล้ว ดูเศร้าสร้อยโหดร้าย และอันตราย ไม่เหมือนเก่า การเล่าเรื่องตอนต้นนั้น หนังพยายามจะทำให้คนดูรู้สึกคิดถึง Superman เหมือนตัวละครที่ประชาชนในเรื่องนั้นคิดถึงเป็นอย่างมาก และหวนนึกถึงวันที่โลกสงบสุข แต่ในวันนี้ไม่มี Superman แล้ว มันมีแต่หวาดผวาและความกลัว ณ ตอนนี้อย่างไม่เป็นสุข โลกคงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หดหู่เหลือเกิน นี่คือ mood ที่หนังพยายามถ่ายทอดให้เราคนดูได้เห็นและรู้สึก ซึ่งในความรู้สึกเรา คิดว่าตรงค่อนข้างทำได้ดี



การมีตัวตนและพลังของ Cyborg นั้นดูง่ายดายไปหน่อย ในหลายๆเรื่อง ถึงแม้การเกริ่นนำถึงตัวละครนี้จะมีในท้าย Credit ภาคที่แล้ว ( Batman v Superman) ถ้าคนไม่เคยดู cartoon มาก่อนคงงง กับเจ้าตัวละครตัวนี้มากๆ อยู่ๆก็มีพลังได้ยังไง เก่งขนาดนี้เลยหรอ ใช่เขาเก่งขนาดนี้แหละ เขาเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ทุกอย่างเขาคืออัจฉริยะในร่างหุ่นยนต์ เขามีร่างที่เป็นมนุษย์เหลืออยู่แค่ช่วงอกขึ้นไปจนถึงหัวเท่านั้น ซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุและพ่อชองเขาได้ช่วยชีวิตเขาไว้ โดยการประกอบร่างลูกจากชิ้นส่วนที่เหลือออกมาให้กลายเป็น Cyborg ที่เหมือนร่างหุ่นยนตร์จ้า ยอดมนุษย์ตัวนี้คือส่วนเติมเต็มของเดอะแก๊งค์ได้เป็นอย่างดี เพราะเดอะแก๊งค์ Justice League นั้นมีแต่พวกเหนือคนบ้าง เทพบ้าง แทบไม่มีเผ่าพันธุ์มนุษย์ low technology สุดๆถ้าไม่นับ Batman ….Cyborg คือส่วนเติมเต็มในเรื่องของพลังแห่งเทคโน และนวัตกรรมก้าวหน้าฉบับจับต้องได้



Aquaman หล่อเท่เร้าใจมากๆ ชอบสุดๆ แต่น่าผิดหวังในการปูเรื่องราวให้กับตัวละครตัวนี้ใน Justice League เขาแทบไม่มีความสำคัญอะไรเลยในเรื่องราวทั้งหมด เอาจริงๆแทบไม่บทเท่าไรเลย พลังของเขาคือพลังที่เกี่ยวกับน้ำ? ถูกไหม เพราะเขาเป็นชาว แอตแลนตีส นี! แต่แม้แต่ฉากบู้ แทบไม่มีให้เขาเฉิดฉายความสามารถของเขาเลย มีอยู่ฉากเดียวจ้าที่สู้ในน้ำแบบสั้นๆกับตัวร้าย แต่เอาจริงไหมก็ธรรมดาอยู่ดี เพราะชาวแอตแลนตีส ตนอื่นก็ทำแบบนั้นได้ ยังไม่มีฉากพิเศษอะไรที่เห็นว่า Wow สำหรับตัวละครนี้ มีแค่เขาไม่ใช่มนุษย์โลก แต่คือชาวใต้บาดาลแค่นั้นเองที่ทนมือทนเท้าตัวร้ายอยู่พอสมควรสุดๆตัวละครหนึ่ง



Flash การออกแบบตัวละครถือว่าทำได้ดี ใช่แล้ว Flash ต้องเป็นคนขี้เล่นแบบนี้แหละ และอีกอย่างที่ชอบคือ การออกแบบให้ตัวละครมีไฟฟ้าสถิตแปร๊บๆ ให้ชวนดูและตื่นเต้น ตลอดเวลา ไม่ว่าตอนตัวเองจะวิ่งหรืออะไรก็ตาม ซึ่งที่ดูใน Cartoon ไม่ได้มีขนาดนี้ ถ้าเทียบฉากต่อฉากระหว่าง Flash จาก DC และ Quick Silver จาก Marvel ฉากโชว์วิ่งเร็วความเร็วของ Flash ถือว่าเฉิดฉายและเท่กว่าเยอะมาก  กินขาดกว่ามาก



Batman ภาคนี้ชัดเจนว่าความสามารถของเขาคือ “รวย” ก็เพียงเท่านั้น ซึ่งมันคือเรื่องจริง ฮ่าๆ Batmanจริงๆควรจะเป็นตัวละครที่เด่นที่สุดตัวหนึ่ง แต่เราว่าเขากลับกลายเป็นตัวละครที่ถูกลืม เหมือนว่าภาพยนตร์พยายามจะหา Scene ให้กับเขาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จพอ Batman เหมือนคนที่ไม่รู้จะทำอะไรในแต่ละเหตุการณ์ จะมี scene ของตัวเองก็ตอน ซ่อมเครื่องบิน ขับรถสุดไฮเทค โชว์ของรวยๆนั้นเองฮ่าๆ เฮ้อ Batman ของฉันอดสูเหลือเกิน แม้แต่ตอนฉากบู้ฉากต่อสู้ ก็แอบเหมือนเหา ที่คอยช่วยเพื่อนอยู่ห่างๆเพราะทำไรไม่ค่อยได้ ไม่ได้มีพลังยอดมนุษย์ จริงๆผู้กำกับหรือคนเขียนบทน่าจะใส่อะไรให้มากกว่านี้ ไม่ใช่แค่ตอนใช้อุปกรณ์สุดไฮเทคหรืออุปกรณ์แสนรวยก็ตาม แต่ในภาคนี้ Batman ก็มี Scene แค่ที่บอกนี่แหละ กับการเป็นหัวโจกในการรวมตัวของแก๊งค์เท่านั้นเอง



Wonder Woman คนนี้แจ่มสุด โดดเด่นสุด และมีเสน่ห์มากที่สุด เรียกได้ว่าถ้าไม่นับ Superman เธอก็คงเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด ต่อสู้เยอะที่สุด กล้าหาญดุดันมากว่าที่สุด ทุกๆฉากที่เธออกมานักแสดงเต็มที่มากบทส่งมากๆให้เราเชื่อจริงๆว่าเธอคือ Wonder Woman ที่แท้จริง แทบไม่มีจุดให้ติอะไรเลยทั้งบทและการแสดง ประบทับใจ ปรบมือรัวๆ สิบทีค่ะ
 
Superman ภาคนี้ดูเหมือนเป็นภาคที่ไว้ระลึกถึงหรืออุทิศเพื่อ Superman ยังไงอย่างนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ออกเยอะมากนักในภาพยนตร์ดังที่ได้กล่าวไปตอนแรก และเมื่อตอนออกมาก็ไม่ได้ปังเท่าที่ควรอีกเหมือนกัน ก็ยังโดน Flash และ Wonder Woman แย่ง scene อยู่ดี ฮ่าๆ เฮ้อ แต่อย่างหนึ่งที่ทำในเรารู้นภาพยนตร์เรื่องนี้คือ พลังของ Superman นี่ไม่มีใครเทียบเท่าได้เลยแม้แต่ Wonder Woman เองก็ตาม อ่าวกลายเป็นเก่งๆสุดๆเสียอย่างนั้น แต่ก็สมแล้วละเนอะ
 
การตัดต่อและการถ่ายทำถือว่าทำได้ดี ดีกว่า Batman V Superman มาก ซึ่งภาคนั้นไม่น่าให้อภัยมากเพราะมีฉากที่ถ่ายติด Noise เยอะมากแบบซ่าสุดๆ ไม่รู้ว่าทำไม แต่ภาคนี้ยังไม่มีให้เห็นและไม่มีอะไรให้ติติง
 
สรุป เนื้องเรื่องเหมือนยังไม่มีแก่นอะไรมาก มีเพียงแต่แก่นๆหลวมๆ คือการรวมตัวของ Justice Leaugue เพื่อผนวกให้เกิดภาคต่อไป ภาคนี้ก็คือจุดเริ่มต้นนั้นเองของกระบวนการยอดมนุษย์ ที่ปูเรื่องด้วยกลิ่นไอแห่งความโศกเศร้าของการจากไปของ Superman ภาคนี้เปรียบเสมือน Mission แรกของพวกเขาที่ผ่านไปด้วยดี(หรือไม่ดี ต้องไปติดตามดูอีกทีนะจ๊ะ) ซึ่งความน่าสงสารของตัวละครมีหลายคนมาก ไม่ได้ตกอับอะไรนะ แต่ไม่ค่อยมีบทที่ดีนัก ฮ่าๆ อาจเพราะมันมีตัวละครหลายตัวมากเกินไปและการเขียนบทไม่ส่งมากนักให้หลายๆตัว เลยทำให้มีโดดเด่นเพียงบางคนเท่านั้น แต่เชื่อว่าในภาคต่อไปคงไม่เป็นเช่นนี้แล้ว

photo source www.imdb.com

รีวิว
อรภา พิชัยกุล
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
งานแสดงภาพถ่าย “สำแดง” เป็นพื้นที่รวมรวมและจัดแสดงภาพถ่ายที่รวบรวมมาจาก #sparkyourselves ในนิตยาสารออนไลน์ใน Instagram : Spark 
ที่นี่อาจไม่ได้อยู่ใน Checklist อันดับต้นๆ แต่บอกเลยว่า ถ้ามีโอกาส ยังไงก็ต้องแวะไปให้ได้ เพราะมันสวยงาม น่ารัก และดีต่อใจมากๆ