เสียงจาก...โรคซึมเศร้า
สิ่งที่ยากอย่างหนึ่งสำหรับผู้ป่วยโรคนี้คือ “การอยู่คนเดียว” และสิ่งนี้มันเกิดขึ้นกับผม เพราะผมพักอยู่ที่กรุงเทพตัวคนเดียว บางเวลาเราอาจเศร้า บ้างเวลาเราอาจลืม โรคซึมเศร้าไม่ได้มีตารางบอกเราล่วงหน้าว่ามันจะมาเวลาไหน ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพคือ โรคซึมเศร้าก็เหมือนการถูกผีอำนั่นเอง เพราะหากเราดูหนังผี เราจะพบว่า คนที่ถูกผีสิงหรือผีอำนั้น จะควบคุมตัวเองไม่ได้ รู้สึกตัวอีกทีเมื่อผีออก เช่นเดียวกัน ความเศร้าของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะต่างจากความเศร้าธรรมดาทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ความเศร้าปกติที่เกิดขึ้นกับคนปกติทั่วไปเช่น สัตว์เลี้ยงสุดรักตาย…เราเศร้า เราอกหัก…เราเศร้า แต่สำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คือเป็นการดึงเรื่องราวเจ็บปวดตั้งแต่อดีตวัยเด็กจนถึงปัจจุบันมาในเวลาเดียวกัน หากนึกภาพไม่ออก ลองนึกถึง คลื่นยักษ์สึนามิที่ซัดตึกราบ้านช่องพังทลายในเวลาไม่กี่วินาที แม้กระทั่งเหตุการณ์สลดบางเรื่องที่ผู้ป่วยโรคนี้ไปพบเจอก็จะรู้สึกอินและเศร้าตามได้ง่าย
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงที่สุดไม่ว่าจะเริ่มเป็นหรือเป็นมาได้สักระยะแล้ว คือการเก็บตัวอยู่คนเดียวในห้อง เพราะเมื่อมีการสั่งการของสมองที่เปลี่ยนไปจากเดิม เราย่อมไว้ใจสมองไม่ได้ 100% เพราะตอนนี้หัวใจกับสมองมันถูกแยกเป็นคนละส่วน เกิดการตั้งคำถามมากมายว่า ทำไมคนที่เป็นโรคซึมเศร้า เมื่อรู้ว่าเป็นถึงไม่เข้าหาศาสนา หรือเรื่องแค่นี้ทำไมต้องถึงขั้นฆ่าตัวตาย คำตอบคือ ไม่มีอะไรช่วยได้เลย นอกจากคำแนะนำจากจิตแพทย์และยา นี่คือคำตอบทั้งหมด…

และแนวทางการรักษาของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าจิตแพทย์จะเห็นควรอย่างไร บางคนเอาจะเข้า Section กลุ่มไม่ได้เพราะหากฟังผู้ป่วยคนอื่นแชร์ อาจจะเกิดอาการจิตตก และแย่กว่าเดิมก็เป็นได้ บางคนจึงเหมาะกับการคุยตัวต่อตัวกับจิตแพทย์มากกว่า การเขียนเรื่องราวการเจ็บปวดในแต่ละวันลงกระดาษ ก็เป็นอีกทางหนึ่งสำหรับการรักษาควบคู่กับการทานยา ซึ่งผมได้ใช้วิธีหลังนี้ เป็นการระบายความรู้สึกผ่านบทความ เมื่อมีคนอ่าน เราจะรู้สึกดีที่ได้ทำมัน เพราะเรื่องราวของเราอาจจะช่วยคนอื่นได้ ทั้งผู้ป่วยและคนที่ท้อแท้ในชีวิต…






