“สิ่งปลูกสร้างที่ถูกดีไซน์ขึ้นมา ต้องอยู่ด้วยกันให้ได้อย่างน้อย 100 ปี!”
ในช่วงอาทิตย์สุดท้ายก่อนกลับเมืองไทย โครงการพาเราไปสัมมนาบนเกาะที่อยู่ห่างจากเมือง Stockholm ไปสองชั่วโมง ชื่อ เกาะ Ekskäret แปลตรงตัวเลยว่า “เกาะที่มีต้นโอ๊คขึ้นอยู่ทั่วทั้งบริเวณ” ที่มาของเกาะแห่งนี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะจริงๆ แล้วเป็นเกาะส่วนตัวของมหาเศรษฐีชาวสวีเดนคนหนึ่ง ที่อยู่ไปอยู่มาเกิดความคิดที่ว่าสถานที่แห่งนี้ควรจะสร้างความสุขและประโยชน์ให้แก่คนอื่นด้วย เลยไม่ชักช้าที่จะบริจาคเกาะส่วนตัวของตัวเองให้เป็นสถานที่ใช้ในการจัดอบรม ประชุม สัมมนา ในเรื่องของการสร้างศักยภาพความเป็นผู้นำรอบด้าน ทั้งตัวของผู้นำเอง องค์กร และสำคัญที่สุดคือต้องให้เกิดการกระตุ้นความคิดและสร้างจิตสำนึกเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นให้ได้มหาเศรษฐีชาวสวีเดนคนนี้จึงก่อตั้งมูลนิธิขึ้นมาดูแลและบริหารจัดการเกาะแห่งนี้ที่มีชื่อว่า Ekskäret Foundation ช่างเป็นการเสียสละที่เกิดผลจริงๆ คะ เพราะสถานที่แห่งนี้ในที่สุดก็ได้ใช้จัดกิจกรรมมากมาย โดยเฉพาะกับกลุ่มที่เป็นหัวใจสำคัญในการนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในระยะยาวอย่างกลุ่มของเด็ก ๆ และเยาวชนชาวสวีเดนจากทั่วสารทิศ

เราจะเห็นได้ว่าพื้นที่ส่วนมากจะเต็มไปด้วยต้นไม้ ชายหาด และทะเลที่ไม่มีร่องรอยของมลภาวะใดๆ เลย ยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่ทุกอณู ไม่มีร้านกาแฟให้คุณสั่งคาปูชิโน่เพื่อที่จะเก็กท่าถ่ายรูปพร้อมติด #slowlife และไม่มีโรงแรมหรือรีสอร์ท ทุกสิ่งปลูกสร้างมีเพื่อทำกิจกรรมที่เน้นจุดประสงค์ในการร่วมสร้างสรรค์และเปลี่ยนแปลงตัวเององค์กรและสังคมเท่านั้น facilitator ของเราบอกว่าเวลาที่นักออกแบบในประเทศสวีเดนจะดีไซน์สิ่งปลูกสร้างอะไรขึ้นมาสักอย่างนึงในประเทศนี้มันจะต้องอยู่ด้วยกันโดยไม่ทำร้ายกันให้ได้อย่างน้อย 100 ปี! พอพวกเราได้ยินก็ถึงกลับต้องเปล่งเสียง “โอมายก๊อด” ดัง ๆ กันด้วยความตกใจปนตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน นี่เธอกะสร้างแล้วไม่ทำลายเลยเหรอ? ใช่คะเพราะส่วนมากวัสดุที่ชาวสวีเดนใช้ในการก่อสร้างทั้งตัวบ้านและเฟอร์นิเจอร์ภายในส่วนมากนิยมเป็นไม้ เค้าจึงคำนึงถึงความเป็นยั่งยืนของไม้ที่ต้องทำลายเพื่อมาปลูกสร้าง เพราะฉะนั้นถ้าสร้างแล้วก็ต้องอยู่ด้วยกันให้นานและไม่ทำร้ายกันและกัน ด้วยลักษณะของสภาพอากาศจึงไม่จำเป็นต้องมีเครื่องปรับอากาศเหมือนบ้านเรา แต่กระนั้นดีไซน์ของตัวบ้านก็มีการยกระดับให้สูงโปร่ง ลมพัดเย็นสบาย แอร์ธรรมชาติ เน้นคอนเซ็ปต์ “OUTSIDE IN” หมายความว่าถึงแม้เราจะนั่งอยู่ข้างในบ้าน แต่เราก็เข้าถึงธรรมชาติได้ประหนึ่งไม่มีซึ่งกระจกกั้นพอมองไปรอบ ๆ ไม่ว่าจะทิศไหนเราก็เห็นแต่ต้นโอ๊ครายล้อมเราอยู่ไปหมด ขนาดห้องพักในระหว่างสัมมนาถ้าได้เข้าไปนอน ยังมองนับดาวได้เลย เพราะหลังคาบนหัวนอนเป็นกระจกล้วน ๆ !การดีไซน์ลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลยคะ Head of the Island ผู้บริหารหญิงของเกาะแห่งนี้ บอกกับพวกเราว่า พวกเขาเชื่อว่าสมองของคนเราจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดในสภาพแวดล้อมที่มีแต่ความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ เพราะคนเราจะผลิตความคิดสร้างสรรค์และใช้อิสระทางความคิดได้อย่างยอดเยี่ยม! ห้องประชุมบนเกาะแห่งนี้จึงถูกดีไซน์แตกต่างจากที่อื่น

พวกเราทำกิจกรรมในฐานต่าง ๆ รอบ ๆ เกาะกันก่อนเพื่อฝึกการทำงานกันเป็นกลุ่ม สร้างความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของเพื่อนร่วมทีมในกิจกรรมเหล่านั้น ทั้งแข่งกันปีนเขาให้ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของเกาะ ขึ้นหอคอย ต่อเลโก้ก้อนหินบนชายหาด ผูกเชือกให้เร็วที่สุดเป็นกลุ่ม ข้ามแม่น้ำให้เร็วที่สุดด้วยแผ่นไม้เพียงสองแผ่น จากนั้นก็มานั่งเป็นวงกลมในห้องประชุมธรรมชาติด้านนอก ถกเถียงกันอย่างเข้มข้นถึงสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากกิจกรรมที่ผ่านมา ช่วงบ่ายเราก็เรียนรู้จาก facilitator เรื่องของการให้ feedback เพื่อนร่วมทีมอย่างมืออาชีพ ภายในบ้านแห่งการเรียนรู้แห่งนี้บ้าง ที่ถูกใจที่สุดคือการนั่งประชุมกับเก้าอี้ที่ไม่มีขา! แหมมันสบายจริงๆ และที่สำคัญเวลาดีเบตถกเถียงกันในหัวข้อนี้ มันทำให้พวกเรารู้สึกสบายใจที่จะแชร์ประสบการณ์ ไม่เคอะเขินที่จะยกมือขึ้นพูด เพราะมันสร้างความรู้สึกที่ว่าจะนั่งอยู่ตรงไหนมุมห้องเราก็มีสิทธิ์ที่จะพูดเท่ากัน ทุกคนนั่งเป็นวงกลมกับพื้นบนเก้าอี้ไม่มีขาในลักษณะที่สบายต่อร่างกายที่สุด ในที่สุดเราก็จะรู้สึกสบายใจที่จะคิดตามที่สิ่งที่ได้ยิน และเมื่อเห็นเพื่อน ๆ แย่งกันยกมือแชร์ ถาม เถียง เราก็มีความอยากที่จะต้องแชร์ ถาม เถียง ในมุมมองของตัวเองเช่นกัน

นี่ไงคะ จุดประสงค์ของการดีไซน์สถานที่แห่งนี้ให้ธรรมชาติปลุกเร้าความคิดสุดสร้างสรรค์ของคุณให้ออกมาอย่างไม่ต้องประดิษฐ์เลยสักนิด ในห้องกิจกรรมนี้มีตู้หนังสือและโปรเจ็กเตอร์สกรีนเป็นกำแพง มีเตาผิงและแสงเทียนเป็นหลอดไฟธรรมชาติที่ให้แสงสว่างแก่พวกเรา แหม มันช่างแตกต่างจากห้องประชุมงานในทุก ๆ วันในชีวิตของเราหลายคนจริง ๆ ใช่ไมคะ ห้องที่บางครั้งเราต้องนั่งในมุมเดิม ๆ ตั้งแต่เช้ายันดึก audit ไม่เสร็จไม่ได้กลับบ้าน ดีเฟนบัดเจ็ดไม่ผ่านกับเจ้านายก็ต้องนั่งที่เดิมและสู้กันอยู่ตรงนั้นจนจะผ่านเห้อ!นอกจากจะคิดหาเหตุผลอย่างอื่นก็ไม่ออก ยังต้องนั่งที่เดิมในห้องเดิม ๆ อีก
เพราะเหตุนี้ไงคะ ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล เจ้าของเกาะแห่งนี้จึงได้ผนวกสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่เข้ากับงานดีไซน์ที่อิงธรรมชาติรอบตัวเป็นหลัก ทำให้พวกเราเข้าใจถึงความสำคัญของสิ่งปลูกสร้างทางกายภาพที่ส่งผลอย่างชัดเจนกับการพัฒนาความคิดและสติปัญญา ทั้งนี้ก็เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการสร้างศักยภาพความเป็นผู้นำรอบด้าน ทั้งตัวของผู้นำเอง องค์กร และสำคัญที่สุดคือต้องให้เกิดการกระตุ้นความคิดและสร้างจิตสำนึกเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นให้ได้
ธรรมชาติอยู่ใกล้ตัวเรา และช่วยเราได้มากกว่าที่เราคิดจริง ๆ คะ
โอกาสหน้าจะพาผู้อ่านทุกท่านกลับไปสวีเดนกันใหม่
อยากรู้กันบ้างใหมว่าทำไมคนประเทศนี้อยาก“เช่า” อะไรที่คนไทยคิดไม่ถึง!
แล้วพบกันใหม่นะคะ...






