OPINION

นวัตกรรมเปลี่ยนโลก ด้วยนมผง แปรงสีฟัน และตู้เย็น

วัลลภา วู
2 ก.ค. 2560
เคยทราบกันไหมคะว่า  สำหรับประเทศเล็กๆ ที่มีประชากรเพียงแค่  9.7 ล้านคน  อย่างสวีเดน   ในอดีตเคยเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในยุโรปหนึ่งร้อยกว่าปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว  ปัจจุบันนี้สวีเดนกลับกลายเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำทางด้านนวัตกรรมในยุโรป  จุดเด่นและจุดแข็งที่สวีเดนภาคภูมิใจมากที่สุด คือ การที่เค้ามีผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมชาวสวีเดน  ที่คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ อยู่ในทุกยุคสมัย

วิถีการกิน  การอยู่  และการใช้ชีวิตที่เน้นความยั่งยืนของชาวสวีเดนที่เราได้แนะนำกันไปเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว  ไม่ได้หายไปไหนหรอกนะคะ ชาวสวีเดนยังคงใช้ชีวิตที่แนบอิงอยู่เคียงข้างธรรมชาติเช่นเดิม เมื่อวันเวลาผ่านไป สวีเดนเริ่มพัฒนาประเทศเข้าสู่ยุคของการพัฒนาเรื่อยๆ  ในศตวรรษที่สิบเก้าและยี่สิบ  นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดนก็เริ่มที่จะนำแนวคิดของความคิดสร้างสรรค์  มาคิดค้นสิ่งประดิษฐ์  สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ บนพื้นฐานของความยั่งยืน  ที่เน้นการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน  และสร้างประโยชน์แก่สังคมโดยรวม  สมาชิกในครอบครัว และตัวเองด้วย 

แปรงสีฟัน

เพิ่งจะทราบก่อนหน้าที่จะมาเล่าให้คุณผู้อ่านทราบไม่นานมานี้ล่ะค่ะ  ว่าแปรงสีฟันอันแรกของโลก  ถูกคิดค้นขึ้นที่สวีเดน  โดยครอบครัวชาวนาชาวสวนครอบครัวนึงเป็นทันตแพทย์หนุ่มน้อย  อายุเพียงแค่ 21 ปีในตอนนั้น (อายุน้อยที่สุดในสวีเดน)  ชื่อว่า  Yngve Ericsson  เป็นคนประดิษฐ์แปรงสีฟันอันแรกขึ้นมาในปี  1933  ในช่วงนั้นปัญหาการสึกหรอของฟัน  และสุขภาพฟันโดยทั่วไปแพร่หลายไปทั่วประเทศเป็นอย่างมาก   ประจวบเหมาะกับที่ช่วงนั้นหนุ่มน้อยอีริคสันกำลังเขียนงานวิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวกับการสึกหรอของฟันและการเคลือบฟัน  โดยได้กล่าวถึงคุณสมบัติของฟลูออไรด์อีกด้วย  ถึงแม้ว่าในสมัยนั้น  การผสมฟลูออไรด์ลงไปในน้ำดื่มเพื่อช่วยป้องกันฟันผุจะเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในฝั่งของประเทศอเมริกา  เพราะนักวิจัยได้ศึกษาและค้นพบว่าผู้ที่ดื่มน้ำที่ผสมฟลูออไรด์จะฟันผุน้อยกว่าน้ำดื่มที่ไม่มีฟลูออไรด์อยู่  แต่ถึงกระนั้น ก็ยังพบว่ามีปัญหาในแง่มุมอื่นอีกกับวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยวิธีผสมน้ำดื่มแบบนี้ จนกระทั่งอีริคสันได้คิดค้นแปรงสีฟันฟลูออไรด์ที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาฟันผุอันแรกของโลกขึ้นมา  ในปี  1950  ปัญหาการสึกหรอของฟัน  และสุขภาพฟันดังกล่าวจึงค่อยๆ  หายไป  ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่สร้างความสะดวกสบายในการดูแลรักษาฟัน  และเปลี่ยนวิถีการดูแลฟัน  จากหน้ามือเป็นหลังมือ  ของคนทั้งโลกเลยทีเดียว



พอได้คุยกับเพื่อนชาวสวีเดนเพิ่มเติมเรื่องแปรงสีฟันฟลูออไรด์  เพื่อนยังบอกอีกว่า เนื่องจากปัญหาฟันผุที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น  จึงเป็นประเพณีที่ชาวสวีเดนปฏิบัติสืบต่อกันมา  ในการที่จะอนุญาตให้เด็กๆ  ทานของหวานได้เฉพาะในวันเสาร์เท่านั้น  จะได้ถือเป็นการช่วยกันแก้ไขปัญหาฟันผุระดับชาติไปในตัว  แหม  ฟังแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้จริงๆ  นะคะ  เค้าไม่ใช่แค่คิดค้นอะไรขึ้นมาให้ตัวเองสะดวกสบายอย่างเดียว  แต่ก็รู้จักใช้นวัตกรรมให้เป็น ทั้งยังเป็นการรักลูกให้ถูกทางอีกด้วย
 
ตู้เย็น

ชาวสวีเดนเป็นคนรักบ้านเป็นที่สุดค่ะ  นี่ก็ถือเป็นอีกลักษณะนิสัยหนึ่งที่โดดเด่นของคนประเทศนี้  เพราะฉะนั้นพอเราเดินไปมุมไหนของเมือง  ก็จะสังเกตเห็นร้านค้าขายของตกแต่งบ้าน  หรือของใช้ในบ้านได้ทั่วไป นี่จึงเป็นที่มาว่าทำไมคนสวีเดนชอบพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ของใช้ในบ้านได้หลากหลาย  แต่เคยคิดกันบ้างไหมคะว่า  สมัยก่อนนู้นเค้าอยู่กันยังไงแบบไม่มีตู้เย็น  สงสัยอาหารที่ทำรับประทานในแต่ละมื้อจะต้องสดและใหม่อยู่เสมอ  แต่ในขณะเดียวกัน  ถ้ามีของสดเยอะแยะ  แล้วไม่ได้ทำรับประทาน  ก็คงต้องโยนทิ้งไปให้เสียดายเปล่า แล้วก็เป็นการไม่รักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย  นักเรียนชาวสวีเดนที่มหาวิทยาลัย Royal Institute of Technology  อย่าง Baltzar von Platen และ  Carl Munters  จึงได้คิดค้นตู้เย็นเครื่องแรกของโลกขึ้นในปี  1922  เพราะผลงานโดดเด่นเข้าตากรรมการอย่างนี้ล่ะคะ  จึงทำให้นักเรียนสองคนนี้ถูกดึงตัวเข้าทำงานกับบริษัททันที  เมื่อมันสมองของบริษัทดี  บริษัทจึงเติบโตและขยายกิจการได้อย่างรวดเร็วในช่วงสมัยนั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกของประเทศสวีเดนคะ



ตู้เย็นเครื่องแรกของโลก (the water-cooled D-fridge, 1925)



Baltzar von Platen  และ  Carl Munters นักเรียนที่กลายเป็นผู้คิดค้นตู้เย็นเครื่องแรกของโลก
 
นมผง

ไม่ใช่แค่นักคิดค้นนวัตกรรมที่มีแต่ผู้ชายอย่างที่เล่าไปข้างบนนี้เท่านั้นนะคะ  แต่นักพัฒนาผู้หญิงชาวสวีเดนก็มีบทบาทสำคัญในประเทศนี้เช่นกัน  ในปี  1930  สวีเดนผลิตนมได้เยอะมาก  ถึงขนาดว่ามีเยอะมากเกินไป พอในปี  1933  นักโภชนาการหญิงอย่าง  NinniKronberg  จึงคิดค้นที่นำนมที่มีเยอะเกินไปในขณะนั้นมาแปลงเป็นนมผง ถึงแม้ว่าในตอนนั้น เธอได้มีการจดสิทธิบัตรในผลงานการผลิตนมผงของเธอในประเทศสวีเดน  แคนาดา  และอเมริกาเรียบร้อยแล้ว  แต่แนวคิดสร้างสรรค์อันนี้ไม่ได้ถูกนำมาต่อยอดเท่าไรนัก  จนกระทั่งในปี  1939  นักธุรกิจอย่าง  Axel Wenner-Gren  ได้สร้างโรงงานผลิตนมผงที่มีชื่อว่า Semper dry milk factory อย่างจริงจังจากนั้นเอง นวัตกรรมการผลิตนมผงที่จริงๆ  แล้วเป็นไอเดียของ Ninni  จึงได้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก  นอกจากจะเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับประเทศสวีเดนเองแล้ว  ยังเป็นผลิตผลที่ช่วยเหลือประเทศที่ขาดแคลนนมเป็นอย่างมากได้อีกด้วย



เห็นไหมล่ะคะว่า  การคิดค้นนวัตกรรมเริ่มต้นได้จากการมองเห็นว่าปัญหาอยู่ตรงไหน  แล้วเราจะใช้ความคิดสร้างสรรค์ผนวกกับความรู้และทักษะที่มีอยู่ในการแก้ไขปัญหานั้นๆ  อย่างไร  บางครั้งปัญหาที่ถูกแก้ไขแล้วอาจจะนำไปประยุกต์ใช้ได้กับสังคมอื่นที่อาจจะประสบปัญหาประเภทเดียวกันอยู่ก็ได้  ในขณะเดียวกันการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ไม่จำเป็นต้องคิดอยู่ภายในห้องแล็ปเท่านั้น  แต่คือการออกไปพบปะ  ใช้ชีวิตรอบตัว พูดคุยกับผู้คน  เข้าใจมุมมองที่แตกต่าง  เมื่อเราเข้าใจว่าสังคมรู้สึกอย่างไรกับสิ่งรอบตัว  เราก็จะมองเห็นว่าเค้าขาดอะไร  เค้าต้องการอะไร  หรือเค้ามีอะไรที่สังคมอื่นอาจจะไม่มี  นวัตกรรมจึงไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์เป็นชิ้นเป็นอันที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาให้ตอบโจทย์คำถามข้างต้นเท่านั้น  แต่นวัตกรรมจริงๆ  แล้วคือกระบวนการ  คือมุมมอง  ที่จะเป็นตัวค่อยๆ  กลั่นกรองแนวความคิดเพื่อสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาต่างหาก

ขอบคุณสวีเดน  ไม่งั้นเราคงไม่มี  แปรงสีฟัน  ตู้เย็น  และนมผง  ใช้ในทุกวันนี้ค่ะ ! 





ที่มาภาพประกอบ
http://www.tepe.com/ie/products/toothbrushes/
http://www.electroluxgroup.com/en/photos-history-5295/
https://semperbarnmat.se/produkter/babysemp-1-0


 
About the Author
นักพัฒนากลยุทธ์ เเละความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำและองค์กร
ที่ live&learn ในสามทวีปทั่วโลกทั้งยุโรป อเมริกา และเอเชีย
เธอชอบถ่ายทอดประสบการณ์แปลกใหม่ในมุมมองที่แตกต่าง 
ปลุกพลังและแรงบันดาลใจได้ง่าย ๆ จากเรื่องใกล้ตัวที่คนอื่นมองข้าม 
และหยุดพูดไม่ได้ถ้าคุณบังเอิญชวนเธอคุยเรื่อง women empowerment
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เวลาที่นักออกแบบในประเทศสวีเดนจะดีไซน์สิ่งปลูกสร้างอะไรขึ้นมาสักอย่างนึงในประเทศนี้ มันจะต้องอยู่ด้วยกันโดยไม่ทำร้ายกันให้ได้อย่างน้อย 100 ปี! 
"ฟี้กะ" เป็นมากกว่าการดื่มกาแฟ มันคือปรากฏการณ์ทางสังคมของชาวสวีเดน เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ทำอาชีพอะไร ชีวิตคุณจะยุ่งมากแค่ไหน ชาวสวีเดนจะมีการแบ่งเวลาให้กับการ "ฟี้กะ" ระหว่างวันเสมอ ซึ่งเกิดขึ้นได้ตลอดช่วงเวลาของวัน เช้า เย็น หรือมืดค่ำก็ได้