เมื่อตบหน้าตัวเองหนึ่งทีตอนที่กำลังง่วงๆ แล้วหันมาดูสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า มือก็สไลด์มือถือ เล่นเฟซบุ๊กไปเรื่อยๆ นั่งมองเวลาว่าเมื่อไหร่จะได้เวลากลับบ้าน (เหตุเกิดในชั่วโมงทำงาน) สายตาก็เกิดไปปะทะกับโฆษณาในเฟซบุ๊กที่มีข้อความชวนกระแทกตาเหลือเกิน “ลิขิตฟ้าหรือจะสู้เงินร้อยล้านด้วยสองมือของคุณ” ถือเป็นสุดยอดคำคมประจำวันนี้เลยนะเนี่ย จริงๆก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่า ตัวเองจะมีศักยภาพในการสร้างเงินร้อยล้านได้ เพราะเดือนที่ผ่านมามีเงินติดกระเป๋าอยู่ห้าสิบบาท เวลาเห็นอะไรแบบนี้ขึ้นมาในหน้าเฟสบุคถึงกับเนื้อตัวสั่น เกิดพลังเพอร์สิอุสมากๆ ถือว่าเป็นเรื่องโชคดีที่จะมีเงินร้อยล้านในกระเป๋า
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากประโยคด้านบน น่าจะเป็นพลังและความฮึกเหิมที่ดูท่าจะพลุ่งพล่านอยู่ไม่น้อย สิ่งที่เราได้ถูกพร่ำสอนมาตั้งแต่เด็กๆ “ให้ตั้งใจเรียนโตขึ้นจะได้เป็นเจ้าคนนายคน” “ใช้เงินน้อยๆจะได้มีเงินเก็บมากๆ” “อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา” “มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท” หรืออะไรก็ตามที่พ่อแม่พี่น้องขุดมาฟูมฟักเราตั้งแต่จำความได้ สูญสิ้นกันไปเลยเมื่อความร้อยล้านบังเกิดขึ้นตรงหน้า สติสตางค์ที่พอมีอยู่ก็ดูร่อยหรอ สิ่งที่จะเป็นไปได้หรือไม่ก็ไม่รู้ กลับถูกปลุกปั่นอยู่ในหัว ว่าเราจะต้องมีเงินร้อยล้านให้ได้อย่างเขา คำถามคือ มันง่ายขนาดนั้นใช่ไหม เป็นคำถามที่คุณอาจไม่ได้ถามตัวคุณเอง
ในยุคที่ใครๆก็บอกว่า “เงินร้อยล้านหาได้แปปเดียว เรามีวิธีเด็ดๆแต่คุณต้อง..” ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งนี้กำลังเกิดในยุค 4.0 ที่ใครๆก็บอกว่า อะไรก็ง่ายในพริบตาเดียว เงินร้อยล้านก็เช่นกัน ฉะนั้นแล้วการที่เราจะก้าวสู่ในจุดนั้นได้ กระบวนการที่เกิดขึ้นคืออะไร นั่นคือสิ่งที่เราน่าจะให้ความสำคัญมากๆ เสื่อผืนหมอนใบแล้วนั่งเรือสำเภามาค้าขายเหมือนรุ่นปู่รุ่นย่า ยังมีอะไรแบบนั้นบ้างไหมนะ เพราะนั่นสะท้อนให้เห็นเลยว่า กว่าลูกหลานจะมีกินมีใช้ สุขสบายกันแบบทุกวันนี้ได้ ความลำบากที่รอนแรมกันไม่รู้กี่เดือนกี่ปี กว่าจะมีวันนี้ก็สองมือสองเท้ากันจริงๆ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ ที่เราจะมีคำสอนจากคนรุ่นก่อนให้รู้จักขยันทำมาหากิน อย่าขี้เกียจ และอย่าหมิ่นเงินน้อย เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำให้พวกเขามีฐานของชีวิตได้อย่างมั่นคง และความสุขสบายที่เราอยู่ทุกวันนี้ก็จากพื้นฐานที่คนรุ่นก่อนปูไว้ทั้งนั้น หรือไม่จริง..
แล้วอะไรถึงทำให้คนในยุคนี้ใส่ใจกับตัวเลขร้อยล้านได้อย่างน่าฉงนใจ เราไม่มีความค่อยเป็นค่อยไปเหมือนเมื่อก่อนกันแล้วหรอ เรายังมีอิทธบาท 4 กันอยู่หรือไม่ให้ลองคิดกันดู จากฉันทะ ที่เกิดความพอใจในสิ่งที่ตนมี และรักที่จะทำต่อไปเรื่อยๆ มาสู่วิริยะ ที่เป็นความพยายาม สู้ยิบตาแบบไม่มีท้อ และจิตตะ คือการมีจิตที่รับรู้แบบไม่เพ้อฝัน สุดท้ายวิมังสา เป็นการใช้ปัญญาอย่างรอบคอบ ทั้งหมดนี้ยังอยู่หรือไม่ในยุครวยร้อยล้าน สิ่งนี้ต้องถามใจของคุณผู้อ่านกัน

จะด้วยความเร็วฉลาดล้ำในยุค 4.0 หรือจะเป็นความเชื่อในความมั่งคั่งหรืออะไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เราพอจะยึดเหนี่ยวและใช้นำทางชีวิต นอกจากอิทธิบาท 4 ในข้างต้นสิ่งที่ยังต้องอยู่กับเรามากๆ นั่นก็คือ สติ เราไม่ได้บอกว่าความฝันที่อยากมีเงินร้อยล้านเป็นสิ่งที่ผิด แต่สิ่งที่น่าจะเป็นนั่นคือ การค่อยเป็นค่อยไปและยึดมั่นในสิ่งที่ตัวเองทำ และใช้สตินำทาง เพราะเอาเข้าจริงๆ คำว่าร้อยล้าน มีความอันตรายในตัวสูงมาก หากคุณใช้ชีวิตที่เอาผลลัพธ์ไว้เป็นที่ตั้ง แน่นอนว่าวิธีที่จะตามมานั้นมันช่างหลากหลายรูปแบบ ความไม่ยั้งคิดของมนุษย์ และความโลภมักอยู่บนเส้นเดียวกันเสมอ ยิ่งท้าทายก็ยิ่งล่อแหลม ใจเราเองนิ่งพอหรือไม่ที่จะไม่ทำอะไรบนพื้นสีดำ คำตอบตอนนี้อาจไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นก็ได้ใครจะไปรู้
ด้วยความแยบยลของสมองที่ถูกป้อนอะไรเข้าไป ก็อินไปอย่างง่ายๆ นั่นอาจทำให้รู้ว่าความเผลอไผลแบบไร้สติกำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเรา ฉะนั้นแก่นหลักในชีวิตที่ควรจะมีกันอย่างง่ายๆและถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี นั่นก็คือ การมีเป้าหมายที่ชัดเจนในชีวิต ว่าเราจะเป็นใคร อยากทำอะไร ที่เหลือก็เป็นวิธีการที่จะทำให้ได้ในจุดนั้น คุณอาจจะบอกว่า “ก็ฉันอยากมีเงินร้อยล้านไงล่ะ” นั่นก็ไม่ผิด ถ้าคุณมีสิ่งที่รักและทำในทุกวันอย่างมุ่งมั่น เช่น คุณอาจจะมีร้านขายข้าวแกง แล้วคุณก็ตั้งเป้าไว้ว่า “นี่แหละฉันจะทำร้านนี้ให้เป็นข้าวแกงร้อยล้าน” หรือ คุณอาจจะเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีเงินหมื่นห้า แต่มีความฝันว่า “เราจะพัฒนาตัวเองให้เก่งกว่าเดิม แล้วค่อยๆขยับตำแหน่งให้สูงขึ้นในวันข้างหน้า” นั่นก็เป็นไปได้ทั้งหมด เพียงแค่คุณมีเป้าหมาย ไม่ใช่ว่าตั้งต้นด้วยอยากมีเงินร้อยล้าน ถามว่าจะทำอะไรล่ะ “ไม่รู้เลย ยังคิดไม่ออก”
ถ้าความร้อยล้านทำให้คุณมีพลังฮึกเหิมในเส้นทางที่คุณกำลังก้าวไป และอยู่บนพื้นฐานแห่งความสุขในชีวิต นั่นก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าความร้อยล้านทำให้คุณวุ่นวายใจในการคิดหาสารพัดวิธี เราคิดว่าการทำให้ตัวเองเป็นจุดเริ่มต้น แล้วขยับตัวเองไปเรื่อยๆ อย่างที่คนสมัยก่อนได้พร่ำสอนเรา นั่นก็น่าจะเป็นสิ่งที่ควรจะเป็น เพราะการอดทน ขยัน และรอคอย มันไม่เคยทำให้ใครไม่ได้อะไรจากตรงนั้น ถึงแม้สุดท้ายทำไปแล้วล้มเหลว แต่สิ่งที่ได้มาอีกทีเราก็จะไม่กลับไปทำในรูปแบบเดิมแน่นอน เพราะเรามีบทเรียน อย่างไรก็ตาม ความร้อยล้านอยากมีก็มีได้ แต่อย่าลืมมีสติ






