ถ้าเรากำลังเริ่มศึกษาดูใจกับคนๆหนึ่งที่เจอกันในโลกออนไลน์ เราไม่มีเบอร์ แต่เรามีไอดี เวลาคุยก็คอลหากัน เวลาคิดถึงเราก็แชทไปหา แล้วถ้าวันนี้ทุกอย่างหยุดลง เราจะคุยกันอีกครั้งได้จากที่ไหน
ถ้าเราอยากรู้จักใครสักคน อยากรู้ว่าเขาชอบอะไร ควรจะชวนคุยเรื่องอะไรดีเพื่อให้สนิทกันเร็วๆ การ search และการเข้าไปส่องข้อมูลส่วนตัวคงใช้ไม่ได้อีกต่อไป แล้วเราจะทำความรู้จักกันอย่างไร
ทุกวันนี้เรารู้ว่าเพื่อนสมัยอนุบาล สมัยประถม หรือญาติพี่น้องที่อยู่ไกลๆ พวกเขามีความเป็นอยู่อย่างไร เรารู้แบบไม่ต้องเอ่ยปากถาม แล้วถ้าไม่มีโพสพวกนั้นขึ้นมาให้เราดู เราจะต้องเดินทางไปหา หรือโทรหาทุกคนในเวลาเดียวหรือเปล่า อันนี้ก็น่าคิด
ถ้าวันนี้เราเก็บภาพถ่ายในวันสำคัญ ทั้งวันแต่งงาน วันให้กำเนิดลูกสาว วันบวชน้อง หรือแม้กระทั้งโมเม้นท์ที่น่าประทับใจ เราเก็บทุกอย่างไว้ตามช่วงเวลาที่เราโพสไว้ แล้วเราจะทำอย่างไร ถ้าเราเข้าไปดูไม่ได้แล้ว
ถ้าเราจดจำวันเกิดเพื่อนหรือวันสำคัญต่างๆผ่านการแจ้งเตือนของระบบ แต่ถ้าวันนี้ระบบแจ้งเตือนหายไป

แถมเข้าไปดูก็ไม่ได้ เราจะทำอย่างไรให้รู้อีกครั้งในวันสำคัญเหล่านั้น
ทุกครั้งที่เราจะไปทานอาหารในมื้อเก๋ๆ ความพิเศษและความน่าเชื่อถือก็จะอยู่ที่ข้อมูลและคำแนะนำจากคนที่ไปกิน เราจะ search หาอยู่อย่างนั่นจนได้คำตอบ แต่ถ้าไม่มีให้ search เราจะทำอย่างไรกัน
ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า ธุรกิจต่างๆที่มาฝังตัวกันในทุกๆแพลตฟอร์ม พวกเขาจะทำกันอย่างไรถ้าวันนี้ไม่มีสิ่งนั้นให้พูดคุยกับลูกค้ากันอีกแล้ว
หนุ่มสาวหน้าตาดี เน็ตไอดอลที่มีรายได้เดือนละหลายแสน ถ้าวันนี้ไม่มีช่องทางนี้แล้ว รายได้ของพวกเขาจะหายไปด้วยหรือไม่ หรืออาจจะต้องตั้งหลักกันใหม่เลย
ข้อความสวัสดีวันจันทร์ที่กลุ่มเพื่อนๆพ่อแม่ของพวกเราที่ส่งกันทุกเช้า เขาจะจัดการอย่างไรกับรูปพวกนั้น แล้วเขาจะติดต่อกันอย่างไรในเมื่อวันนั้นเขาไม่เคยขอเบอร์โทรศัพท์กันเลย นี่ต้องไปเริ่มต้นหากันใหม่อีกรอบหรือเปล่า
การปลุกกันทุกเช้าและส่งข้อความก่อนเข้านอน อาจจะเปลี่ยนเป็นเสียงที่โทรมาหา มันอาจจะทำให้เราได้ยินเสียงหวานๆทุกวันก็ได้

การรอคอยของอะไรสักอย่างมันถูกปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งเมื่อความรวดเร็วต่างๆหายไป เราอาจจะรู้จักโฟกัสได้ดีกว่าเดิม ความฉาบฉวยของชีวิตก็กลับละเมียดมากขึ้น แรกๆอาจจะหงุดหงิดบ้าง แต่ทุกอย่างจะกลับไปสู่จุดเริ่มต้นเมื่อครั้งที่พ่อแม่เราเขียนจดหมายหากัน
ถ้าวันนี้ไม่มีโซเชียลมีเดียแล้ว เหตุการณ์ทั้งหมดที่เราบอกมาข้างต้นถ้าเป็นตัวคุณจะเลือกเดินต่ออย่างไร แต่สำหรับเราแล้ว การมีโซเชียลมีเดียมันทำให้โลกเราเล็กลง คนที่อยู่ไกลก็ใกล้กันมาก แต่ในทางกลับกันก็แอบคิดนิดๆว่า ถ้าวันนี้ไม่มีโซเชียลมีเดียแล้วเกิดเหตุการณ์อย่างที่ว่ามาทั้งหมด ที่ว่าใกล้กัน คราวนี้เราอาจจะใกล้กันมากกว่าเดิมก็ได้ เพราะสิ่งที่เราสัมผัสได้นั่นคือ เสียง แววตา เป็นสิ่งตรงหน้าที่รู้สึกได้อย่างมากที่สุด บางทีมันลึกซึ้งกว่าสติ๊กเกอร์ที่เราเห็นอีกนะ ทดสอบง่ายๆหยุดโซเชียลสักวันแล้วออกมาสบตากันดูสิ แล้วจะรู้ว่าความรู้สึกที่เราสัมผัสได้อย่างไม่มีตัวกลางมันเป็นอย่างไร






