ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน คนหนึ่งคือ “เธอ” อีกคนก็คือ “เขา”
คนสองคนที่มีโลกกันคนละใบ โลกหนึ่งของเธอ อีกโลกก็ของเขา
และความรักที่ว่า ก็จะทำให้สองโลกนั้นมันจะมีอะไรคาบเกี่ยวกันได้ และเชื่อมโยงต่อกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ส่วนคนที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างเรา แต่ดันเอาใจเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับคนใดคนหนึ่งในสองคนนั้น ก็จะกลายเป็นบุคคลที่สามและจะถูกดีดให้มาอยู่ในโลกที่สามอย่างไม่ทันรู้ตัว
เพลงของคนโลกหนึ่งและโลกสองนั้นมีไม่น้อยเลยล่ะค่ะ เพราะๆ ซึ้งๆ ฟังแล้วก็อบอุ่นหัวใจ เธอรักฉัน ฉันรักเธอ เรารักกันทุกวันเลย เรียกว่าไปงานแต่งก็จะเจอเพลงแนวนี้เยอะหน่อย ฟังแล้วก็อิน ฟังแล้วก็ฟิน มีความสุขเบ่งบานเป็นโลกที่มีความสุขกันไป
แต่เพลงที่อยู่ในโลกที่สาม หรือเพลงของคนโลกที่สาม เชื่อว่าน่าจะมีมากกว่าเยอะค่ะ เพราะไม่ใช่แค่เราที่ตกอยุ่ในภาวะการณ์แบบนี้ ยังมีคนอีกหลายคนที่อยู่ในสเตตัสที่ว่าเหมือนกับเรา จะว่าไปแล้วเพลงมันก็เพราะในแบบของมันอยู่นะคะ ถึงจะมีความน้ำตาอยู่บ้าง เรื่องราวหรือสตอรี่ในเพลงก็มีอยู่หลายระดับเลเวลด้วยกัน ไล่มาตั้งแต่รู้สึกเบาๆ ไปจนถึงหนักหน่วงแบบเจ็บจนจุกก็มี
อย่างเบาๆ ใสๆ ก็จะเป็นเพลงแนวแอบรัก ขอแอบมองเธออยู่ตรงนี้ เห็นเธอมีความสุขกับเขาก็สุขใจ ที่ทำได้ขอเป็นห่วงเธออยู่ไกลๆ อารมณ์ขึ้นมาหน่อยก็เริ่มจะช้ำในใจ ว่าทำไมเธอถึงไม่รักฉัน ทำไมต้องเป็นเขาคนนั้น ฉันไม่ดีตรงไหน น้อยใจสารพัดเมื่อไหร่เธอจะหันมามองกันบ้าง หนักเข้าไปอีก ก็จะเริ่มอิจฉา และบางเพลงถึงขึ้นอยากให้เธอเลิกกับเขาแล้วมารักกับเราก็มี
แต่ละเพลงก็หลายเรื่องราว
ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากอยู่โลกใบที่สาม
เราคงอยากอยู่ในโลกที่มี “ใคร” คนนั้นด้วยกันทั้งนั้น
และถึงวันนี้หรือวันไหนๆ เราจะไม่ได้มีโอกาสอยู่ในโลกใบใดใบหนึ่งในสองใบนั้น
แต่โลกใบที่สาม มันก็คือโลกของเรา
โลกที่ยังคงหมุนรอบตัวเองทุกวันเหมือนโลกใบอื่นๆ โลกที่พระอาทิตย์ต้องขึ้นตอนเช้า และตกอีกครั้งตอนเย็น โลกที่มองเห็นพระจันทร์เป็นสีเดียวกัน โลกที่มีร้อนมีหนาว เป็นโลกที่ไม่ต่างไปจากโลกใบไหนๆ เลย
อาจจะแค่เป็นโลกที่ไม่มีเธอ หรือเขา
แต่โลกใบนั้น มันก็ยังเป็นของเรา
ต่อให้เป็นโลกใบที่สาม แต่มันก็คือโลกของเรา
และเพลงของโลกที่สามเหล่านั้น มันก็เหมือนเป็นเพลงของเรา…เช่นกัน
โลกของเรา เพลงของเรา และตัวตนของเรา






