ผู้ใหญ่ที่งอแงเหมือนเด็กบางทีไม่ได้น่ารักเสมอไป ดังนั้นไม่สำคัญว่าคุณจะมีอายุเท่าไหร่แต่สำคัญที่ความคิดเป็นผู้ใหญ่หรือยัง?
มองความสำคัญของส่วนรวม
คนที่มีวุฒิภาวะจะเลิกคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลและสูบทุกอย่างเข้าตัวแต่เขาเรียนรู้ที่สร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวมมากขึ้น
รู้ผิดชอบชั่วดี
เขารู้ว่าอะไรเป้นสิ่งดีก็จะเอาตัวเข้าไปหา ขณะที่อะไรจะดีจะพยายามเอาตัวออกห่าง
ฉลาดทางอารมณ์ มีเหตุผลและตรรกะที่ดี
เลิกใช้อารมณ์เหวี่ยงวีน...ใช้เหตุผลในการแก้ไขปัญหา รวมถึงสามารถใช้ความคิดเชิงวิเคราะห์ได้อย่างมีหลักการ
สามารถเป็นแบบอย่างให้ใครสักคน
สร้างบารมีจากการประพฤติตามครรลองคลองธรรม ความเคารพ หรือเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนอยากปฏิบัติตามในแนวทางเดียวกัน
รับผิดชอบตัวเอง(และครอบครัว)ได้
เลิกแบมือขอเงินจากพ่อแม่ เลิกรูดบัตรเครดิตกับทุกอย่างที่อยากได้ แต่สามารถทำงานหาเงินดูแลตัวเองได้โดยไม่เบียดเบียนใคร
ไม่รับปากส่งเดชและกล้าปฏิเสธในบางเรื่อง
ไม่กลัวว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะเสียน้ำใจหากอะไรที่ทำไม่ได้ต้องรู้จักปฏิเสธ ดีกว่ารับปากส่งเดชแล้วมาเสียเครดิตทีหลัง
ยอมรับและเรียนรู้จากความพ่ายแพ้
ไม่มีใครทำอะไรแล้วประสบผลสำเร็จไปตลอด แต่ต้องรู้จักยอมรับความพ่ายแพ้และเก็บประสบการณ์นั้นมาเป็นบทเรียน
รู้จักระบบทีมเวิร์ก
เลิกโชว์ออฟ ทำงานฉายเดี่ยวเอาหน้า แต่รู้จักร่วมมือกันเป็นทีม บางอย่างเราไม่ถนัดก็ถอยให้คนที่มีประสบการณ์มากกว่า บางอย่างที่เราถนัดก็อาสาเสียบ้าง เพื่อความสำเร็จของทีม
รู้จักสร้างหนี้
หนี้ในที่นี้ไม่ใช่ความสุรุ่ยสุหร่ายแต่เป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดความมั่นคงในชีวิต อย่างหนี้อสังหาริมทรัพย์ หนี้เพื่อการลงทุน หนี้รถ(เพื่อใช้ในการทำงาน) เป็นต้น แต่ให้ห่างจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เช่นหนี้สินค้าฟุ่มเฟือย หนี้จากการดื่มเที่ยว เป็นต้น
โฟกัสไปที่งานและเงิน
ขยันทำงานสร้างอนาคต เพิ่มพูลทักษะชีวิตเพื่อการเติบโตในสายงานและเป้าหมายในชีวิต
เลิกเที่ยวกลางคืน
จากที่ทุกเสาร์อาทิตย์ต้องใช้เงินไปกับการสังสรรค์และซื้อความสุขให้ชีวิต พอเป็นผู้ใหญ่แล้วอาจจะต้องยอมเสียความสุขด้านนี้มากขึ้น เพื่อการอดออมหรือเพื่อสุขภาพตามแต่กรณี
วิตกกังวลน้อยลง
ประสบการณ์ชีวิตจะสอนให้เราวิตกกับเรื่องที่ยังไม่เกิดให้น้อยลง กล้าที่จะเผชิญหน้ากับอุปสรรคและมองปัญหาเป็นเรื่องท้าทาย
มีความฝันที่จับต้องได้มากขึ้น
ยังคงมีความฝันได้ แต่ความฝันจะจับต้องได้มากขึ้น อย่าง ‘โตขึ้นฉันจะรวยร้อยล้าน’เปลี่ยนเป็น ‘มีความสุข พออยู่พอกิน ไม่เดือดร้อนใคร’ เป็นต้น
แบ่งเวลาได้ยืดหยุ่นขึ้น มีแผนสำรองในชีวิตมากขึ้น
ควรรู้จักยืดหยุ่น To Do List ตามสถานการณ์ ตามกำลัง แบบไม่สร้างความลำบากใจให้ชีวิต และหากแผน A ไม่สำเร็จก็ควรเข็นแผน B เข้ามาใช้ ต้องมีสักแผนแหละที่เราสามารถบรรลุได้โดยไม่รู้สึกสูญเสียคุณค่าความเป็นตัวเอง
เลิกคิดถึงความสมบูรณ์แบบ
ความสมบูรณ์แบบเป็นเรื่องน่าเบื่อ...และในโลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบโดยแท้จริง เมื่อเข้าใจดังนั้นก็ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเหนือกว่านั้นให้ปลง ปล่อยวางแล้วชีวิตจะมีความสุข






