OPINION

อย่าเพิ่งเปลี่ยนเบอร์มือถือแก้เคล็ด ทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่มเปลี่ยนนิสัยตัวเอง

JAZZYKWANG
20 เม.ย. 2560

จริงๆเนื้อหาของบทความนี้ ถูกสรุปอย่างตรงไปตรงมาในชื่อบทความเป็นที่เรียบร้อย แต่เพื่อให้เนื้อหานี้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ผู้เขียนจึงขออธิบายใจความในชื่อเรื่องอีกสักหน่อยแล้วกัน

เคยได้ยินกันไหม ที่เขาว่ากันว่า ถ้ามีของสิ่งหนึ่งที่ติดตัวคุณเป็นประจำในทุกวัน ของเหล่านั้นย่อมบอกได้ดีว่าชีวิตของคุณจะเป็นแบบไหน เช่นเดียวกับเบอร์มือถือที่จะตามติดคุณไปทุกที่ แล้วยังเป็นช่องทางที่ทำให้ผู้คนได้พูดคุยกับคุณ ฉะนั้นเบอร์มือถือจึงมีพลังกับคุณเป็นอย่างมาก! (เริ่มคล้ายคำโฆษณาใน1900)

ในข้อความข้างต้น จะด้วยหลักเลขศาสตร์หรือศาสตร์ใดๆที่มีผลต่อการคำนวนและแปลความหมาย ผู้เขียนไม่ขอมีข้อโต้แย้งแต่อย่างใด แต่อยากให้คิดในสิ่งที่นอกเหนือไปกว่าเบอร์มือถือ อะไรที่ติดตัวเราไปมากกว่านั้น ผู้เขียนคิดว่า สิ่งนั้นน่าจะเป็นตัวตนหรือนิสัยเราๆนี่ล่ะ
 

 

หากลองคิดเล่นๆถึงสมัยเรียนชั้นประถม ที่โรงเรียนยังไม่อนุญาติให้พกมือถือติดตัวมาโรงเรียน ทุกคนมีแค่กระเป๋านักเรียน หนังสือ และมากสุดคือกล่องข้าว เรามีแค่นี้ที่ติดตัวไปโรงเรียนทุกๆวัน แต่ในขณะเดียวกันในห้องเรียนของเรากลับมีผู้ถูกเชิดชูในด้านต่างๆมากมาย ทั้งเด็กเรียนเก่ง เด็กมารยาทดี เด็กมีน้ำใจ เด็กที่มีความเป็นผู้นำ เด็กผู้เป็นนักกีฬาดีเด่น และอีกมากมายรวมถึงเด็กหลังห้องด้วย

แล้วอะไรที่เป็นตัวแปรสำคัญในวัยเยาว์ที่ทำให้เด็กคนหนึ่งมีความเก่งกาจและมีตัวตนที่คนอื่นๆรับรู้ได้ นั่นก็น่าจะเป็นตัวตนของพวกเขา ที่ไล่เรียงมาตั้งแต่การเลี้ยงดู อิสระทางความคิด ความตั้งใจ ความขยัน และอีกหลายๆสิ่งที่บ่มเพาะจนเขาเริ่มมีความเก่งกาจเฉพาะตัว ซึ่งทั้งหมดมันมาจากตัวเขาเพียวๆ

แต่เมื่อโลกหมุนเร็วขึ้น เราโตขึ้น ทำไมเราถึงไม่เติบโตอย่างช่วงวัยเด็กบ้าง เรากลับเริ่มเติบโตแบบเฉไฉ เลือกจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองสบายใจ แม้จะไม่เป็นรูปธรรม วัดผลไม่ได้ ก็ไม่ได้สนแต่อย่างใด ส่วนตัวผู้เขียนเคยพูดคุยกับผู้ชายคนหนึ่งที่มีชีวิตลุ่มๆดอนๆ ที่ในตอนแรกเขาพยายามต่อสู้ทุกวิถีทาง เข้าวัด สวดมนต์ ทำบุญ เปลี่ยนเบอร์มือถือ เรียกได้ว่าอะไรที่ว่าดี เขาจะทำทันทีอย่างไม่ลังเล แต่จนแล้วจนรอดชีวิตลุ่มๆดอนๆก็ไม่เห็นจะดีขึ้นอย่างคำชวนเชื่อ


เขาจึงหยุดทุกอย่างแล้วหันมาโฟกัสที่ตัวเองตามคำแนะนำของหนังสือเล่มหนึ่ง หลังจากนั้น ชีวิตของเขาก็ค่อยๆดีขึ้น เขาบอกกับเราว่า “เขาเปลี่ยนเบอร์มือถือดูแล้วไม่ได้ดีขึ้นเลย แต่พอเริ่มมาเปลี่ยนตัวเอง ทิ้งนิสัยแย่ๆ ผลของการเปลี่ยนเบอร์ก็ดูจะดีขึ้นเรื่อยๆ” คำพูดนี้ไม่ได้บอกว่าเปลี่ยนเบอร์แล้วดีขึ้น แต่กำลังจะบอกว่า เปลี่ยนเบอร์ได้แต่อย่าลืมหันมาพินิจพิเคราะห์ตัวเองดูบ้าง ว่าเราทำอะไรผิดพลาดไป

อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนเบอร์มือถือตามความหมายหรือเพื่อเสริมพลังใดๆ ถ้าคุณไม่งมงายมันก็ไม่ใช่เรื่องงมงาย ถ้าเปลี่ยนเบอร์มือถือได้ การเปลี่ยนนิสัยปรับปรุงตัวเองก็ไม่น่าใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรง เราแนะนำให้ลองเริ่มจากง่ายๆก่อน ถ้าขี้เกียจก็ให้เริ่มขยัน ถ้าขี้เบื่อง่ายก็ลองหาสิ่งที่รักจะได้ทำได้นานๆ ถ้าเป็นคนเจ้าชู้ก็ลองหยุด จะได้ไม่ทะเลาะกับที่บ้าน นั่นล่ะ เหมือนกลับไปตอนเด็กๆ อยากเรียนเก่งๆไม่ใช่นั่งขอพร แต่ต้องตั้งใจเรียน ลองทำดูนะ ได้ผลอย่างไรมาบอกกันด้วย เลิฟผู้อ่านทุกคน

 

About the Author
นักคิดแก้โจทย์ธุรกิจและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนในทุกๆวัน ที่เพจ jazzykwangandfriends
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
แมวก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ชอบกดชัตเตอร์ใส่รัวๆเช่นกัน ฉะนั้นเทคนิคที่จะแชร์ในวันนี้ เราไม่ได้ได้จากการเรียนรู้จากช่างภาพมืออาชีพแต่อย่างใด แต่เราได้จากการนั่งเล่นกับแมวแทบทุกวัน ซึ่งเป็นแมวข้างบ้าน ข้างถนน และแมวใครก็ไม่รู้ นั่นเลยได้รู้นิสัยและเทคนิคจากสารพัดแมวเลยล่ะ และผลของเทคนิคเหล่านี้ก็คือ การได้รูปแมวที่ไม่เบลอ ได้ท่าทางประหลาด ได้ความเป็นแมวจริงๆ ทั้งหมด 7 ข้อนี้ล่ะ
ประสบการณ์มันก็เหมือนบาดแผลของชีวิต ที่บางครั้งมันคือแผลเป็น แต่บางครั้งก็ไม่หลงเหลือรอยอะไรไว้อยู่เลย แต่สุดท้ายเราก็จำได้ว่าความเจ็บปวดมันเป็นอย่างไร และเราคงไม่กลับไปทำให้แผลนั้นเกิดขั้นอีก