
ในที่ทำงานอาจจะมีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ คำพูดดีๆที่คนรอบข้างมีต่อคุณ แต่คุณก็ไม่รู้เช่นกันว่าสิ่งเหล่านั้นจะเป็นเรื่องจริง จริงอยู่ที่ว่า คงไม่มีใครมานั่งจับผิดหรอก ว่าเขากำลังคิดอะไรกับเรา กำลังมองเราในแง่ลบหรือเปล่า เราคงไม่มีเวลามากพอขนาดนั้น แต่ไดอะล็อกที่ผมจะบอกคือ คนที่เราไว้ใจที่สุด ไม่เสมอไปว่าเขาจะน่าไว้ใจที่สุด ถ้าเราอยู่ในความมืดเราจะกลัวผี ถ้าเราอยู่ในที่เปลี่ยวเราจะกลัวโจร แต่ตอนนี้ถ้าเราไว้ใจใครมากจนลืม Save ความรู้สึกตัวเอง สิ่งที่ควรกลัวต่อจากนี้คือ “ถูกหักหลัง”

ในสังคมที่มีข่าวน่าหดหู่มากขึ้น การฉ้อโกง อาชญากรรม หรือข่าวความรุนแรงในครอบครัว สิ่งเหล่านี้เริ่มใกล้ตัวเรามากขึ้น ใช่! การไว้ใจไม่ใช่เรื่องที่ผิดครับ แต่ไว้ใจอย่างไรให้รู้สึกปลอดภัย หากคุณมีธุรกิจแต่โดนฉ้อโกงด้วยเรื่องของผลประโยชน์ จนคุณมืดแปดด้านที่จะไปต่อ เหตุการณ์นี้อาจกระซิบแว่วข้างหูคุณทุกวันหลังจากนั้นว่า “เราเองยังไว้ใจตัวเองไม่ได้เลย ว่าวันนี้เราจะคิดยังไง แล้วพรุ่งนี้ละมันจะเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า” สิ่งที่พอจะทำได้คือ “วิจารณญาณ” ที่จะช่วยคุณให้เลือกไว้ใจคนให้เป็น เมื่อเราเกิดการไว้ใจคนอื่นเราเองก็ต้องรู้จัก Save ความรู้สึกของเราเอาไว้ เราไว้ใจเขา 50% อีก 50% เผื่อไว้ว่าเขาอาจจะไม่ซื่อสัตย์กับคุณในสักวัน ก็เป็นได้
แล้วเราจะ Save ความรู้สึกอย่างไร อะไรที่ทำให้รู้ว่า เรา Save แล้วจริงๆ
“บทเรียน” คือสองคำที่มันบอกคุณมาตลอดว่าคุณควรจะทำอย่างไร และบอกให้คุณรู้ว่าคุณสามารถ Save ความรู้สึกตัวเองได้แล้วนะ บทเรียน มันเป็นครูของคุณ บทเรียนมันสอนให้คุณรู้จักความเจ็บปวดและช่วยจูงมือคุณก้าวผ่านความเจ็บปวด ถ้าคุณกำลังเจอกับการถูกหักหลัง อาจจะยังจับไม่ได้คาหนังคาเขา แต่เมื่อคุณรู้ลองถอยมาสักก้าว อยู่กับตัวเอง เตือนตัวเองว่าเราจะไม่มอบหมายอะไรที่เป็นเงินเป็นทองก้อนใหญ่ให้คนนี้ทำ เพราะถ้าเราจับได้ครั้งแรก ย่อมมีครั้งต่อไป ความเชื่อใจเป็นสิ่งดี แต่ถ้าเชื่อใจผิดที่ ผิดเวลา และผิดคน อาจจะสูญเสียจนหมดตัว

ขอบคุณคนที่เข้ามาในชีวิตคุณแล้วหักหลังคุณ อย่าได้เคียดแค้นเขาเลย เพราะเขาทำให้คุณแกร่งขึ้น และรู้ว่าต้องระวังในเรื่องอะไรบ้างต่อจากนี้ การสูญเสียทรัพย์สินเงินทองไม่ใช่จุดจบ แต่การถูกหักหลังจากคนที่รักหรือใกล้ชิดที่สุดเป็นสิ่งที่เจ็บปวดในชีวิตมาก เคยไหมมีเพื่อนมาปรึกษาว่า “เราโดนหักอก เราโดนแทงข้างหลัง ควรทำอย่างไร” พี่ที่ทำงานมาบอกว่า “ระวังคนนี้ไว้ อาจตามเขาไม่ทัน” สิ่งเหล่านี้ เป็นสัญญาณที่บอกเรา เตือนภัยเรา ว่าควรจะรับมือกับมันอย่างไร ถ้าเรารู้ตัวทัน มันจึงเกิดการเตือนสติตัวเอง เมื่อเตือนสติตัวเองจึงเกิดการระวัง เมื่อระวังแล้ว คงไม่มีการสูญเสียเกิดขึ้น แต่ทว่าการระวังนี้ไม่ใช่เป็นการที่คุณเกลียดชังคนเหล่านั้น คุณสามารถใช้ชีวิตกับพวกเขาต่อไปได้โดยที่คุณไม่ได้เจ็บปวดเลยด้วยซ้ำ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยโดน “หักหลัง”คุณรู้ใช่ไหมว่าผมหมายถึงอะไร…ใช่! มันเป็นเสียงที่บอกในความคิดว่า “ไม่น่าเลย, เขาไม่น่าทำแบบนั้นเลย, ทำไมเขาทำแบบนี้” แต่เมื่อใช้ “วิจารณญาณ” ของคุณให้ดีและผ่านมันไปได้คุณอาจจะพูดว่า “ดีเหมือนกันที่เจอเรื่องแบบนี้ในวันนั้น เพราะวันนั้นสอนให้เราแข็งแกร่งได้อย่างทุกวันนี้”…






