OPINION

รักไม่จำกัดเพศ

สาวิตรี ลีกระจ่างแสง
21 ธ.ค. 2561
คุณคิดว่า “ความรัก” สำหรับคุณคืออะไร?
 
“ความรัก” ที่เกิดขึ้นต้องเป็นเพศชายคู่กับเพศหญิงอย่างเดียวใช่หรือไม่?  ความรักจำเป็นต้องจำกัดอยู่ที่เพศอย่างเดียวจริงหรือ?
 
หากคุณคิดเช่นนั้นฉันว่าคุณคิดผิด ! ฉันคิดว่า “ความรัก” มันคือสิ่งที่เกิดได้กับทุกคน ไม่ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะเป็นเพศอะไรก็ตาม เพราะ “ความรัก” มันคือสิ่งที่ความสวยงาม มันคือสิ่งที่บริสุทธิ์ในการที่จะรักใครสักคน
 
อีกทั้งในปัจจุบัน “ความรัก” ของคนเพศเดียวกัน สังคมก็ยอมรับและเปิดกว้างกันมากยิ่งขึ้น “ความรัก” มันไม่มีการจำกัดความอะไรหรอก มีแต่พวกคุณเองนั่นแหละที่ไปจำกัดมัน
 
แล้วคุณคิดว่า ความรักของพวกเขาที่เป็นเพศเดียวกันนั้นผิดไหม?
ถ้าหากมันผิด  มันผิดที่อะไรละ? ผิดที่พวกเขาเป็นคนที่มีเพศเดียวกันอย่างนั้นหรือ? เพศเดียวกันจะรักกันไม่ได้เลยหรือ?
 
หากแต่ความจริงแล้ว “ความรัก” มันไม่มีผิดไม่มีถูกหรอก เพราะหากทุกคนคิดเช่นนั้น ทุกคนที่มีความรักก็ต้องผิดหมดสิ จริงไหม?
 
ใครหลายคนอาจจะบอกว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นพวกผิดเพศ ผิดแปลกและแตกต่างไปจากคนทั่วไป มันอาจจะใช่ก็จริง หากแต่พวกเขาเลือกเกิดไม่ได้ แต่พวกเขาก็คือคนแบบคุณไม่ใช่หรือ?  พวกเขาก็มีหัวใจเช่นเดียวกับคุณ และพวกเขาก็ต้องการที่จะใช้หัวใจรักใครสักคนเช่นเดียวกับคุณเช่นกัน
 
คุณอาจจะบอกว่าความรักของพวกเขานั้นไม่ยั่งยืน อะไรคือสิ่งที่วัดความยั่งยืนของความรักละ? เวลาที่คบกันอย่างนั้นหรือ?  เวลามันไม่ได้วัดความยั่งยืนของความรัก หากเวลามันวัดความยั่งยืนได้จริง ทำไมความรักของคนที่คบกันมานานต้องจบลงละ จริงไหม?
 
”ความรัก” ไม่จำเป็นต้องไปจำกัดที่เพศ ไม่ต้องจำกัดที่ถูกหรือผิด หรือแม้กระทั่งต้องยั่งยืนหรือไม่ยั่งยืน เพียงแค่คุณมีใจที่จะรัก และใช้ใจในการรัก มันก็มากเพียงพอแล้ว
 
สุดท้าย “ความรัก” หากคุณรักเขา คุณอย่ามองว่าเค้าเป็นเพศอะไร อย่ามองว่าเค้าเป็นคนที่ผิดแปลกไปจากคนอื่น เพียงแต่คุณควรมองที่หัวใจของคนที่คุณรักและเค้าก็รักคุณก็พอ
 
โดยข้อมูลของ LGBTI ในประเทศไทย พบว่า จากการสอบถามบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือที่เรียกว่า LGBTI  มีจำนวนคนข้ามเพศ 77% เกย์ 49 % และเลสเบี้ยน 62.5 % ถูกเลือกปฏิบัติจากการที่เป็นบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ
 
ข้อมูลจาก : http://blogs.worldbank.org/eastasiapacific/th/lgbti-in-thailand-new-data-paves-way-for-more
About the Author
นักศึกษาฝึกงาน ที่อยากถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของตัวเองจากช่วงชีวิตที่ผ่านมาผ่านตัวอักษร
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ผมพบว่าโลกไม่ได้น่าอยู่เหมือนแต่ก่อน เพราะโรคนี้ได้สร้างโลกอีกใบขึ้นมาให้ คือโลกที่เรารู้สึกว่าเราอยู่ตัวคนเดียว บางคนอาจจะมองไปอีกมุมว่านั่นเป็นแค่ความติสท์ในตัวตนเราหรือเปล่า แต่แท้ที่จริงแล้วความติสท์กับโลกซึมเศร้าถูกแยกส่วนออกจากกัน ความติสท์คือสิ่งที่ติดตัวเรามานานเป็นอุปนิสัยส่วนตัวของเรา ส่วนโรคซึมเศร้ามันไม่ได้เป็นของเรา มันแค่มาเยี่ยมเรา
 
สองพี่น้องกิบบอนส์ คือจูนและเจนนิเฟอร์ ทั้งคู่ได้ตัดขาดจากโลกภายนอก หรือไม่เข้าสังคมนั่นเอง