จากปรากฎการณ์ความดังชนิดถล่มทลายของละครพีเรียดอย่าง บุพเพสันนิวาส ก่อให้เกิดกระแสต่างๆ ขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคำพูดในแบบโบราณที่ถูกเอามาใช้ทั้งในโฆษณาสินค้า และพูดในชีวิตประจำวัน เมนูอาหารที่ปรากฎในเรื่องที่หลายคนต้องรีบออกไปหาทันทีที่ละครจบลงและอีกมากมาย นอกเหนือไปจากความยอดเยี่ยมของบทละครและนักแสดง ที่ใครๆ ต่างก็ยอมรับและชื่นชมเป็นเสียงเดียวกัน
สิ่งหนึ่งที่เราสัมผัสได้จากละครเรื่องนี้ ที่สามารถเข้าไปอยู่ในหัวใจของคนดูได้ทุกหนทุกแห่ง อย่างหนึ่งก็คือความพิถีพิถัน ละเมียดละไมที่ส่งผ่านมาทางคำพูดและกิริยาท่าทางต่างๆ ภายในเรื่อง
เพราะในโลกที่เทคโนโลยีเหวี่ยงทุกอย่างให้หมุนจนแทบจะตามไม่ทัน ยุคสมัยที่ขึ้นอยู่กับความรวดเร็ว ความไว จนเราแทบจะไม่ได้ใช้เวลาไปกับสิ่งหนึ่งสิ่งไหนได้นานมากพอ การได้เห็นอะไรที่ “ช้า” ลง สามารถทำให้เราหยุดและค่อยๆ มองถึงสิ่งนั้นได้อย่างตั้งใจและเห็นภาพต่างๆ ได้ชัดมากยิ่งขึ้น
เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ บางคนใจร้อนบอกรักวันนี้ก็อยากให้เขาตอบรักกลับทันทีทันใด ส่งไลน์ไปหาก็ต้องให้เขารีบอ่านรีบตอบ พอไม่มีอะไรกลับมาก็นอยด์ว่าเป็นเพราะอะไร การไม่ปล่อยให้อะไรมันดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็น การตีกรอบเวลาจนไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ ย่อมไม่ดีกับทุกๆ ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น
อย่าเร่งเอาคำตอบเพียงเพื่อต้องให้ได้คำตอบ นั่นอาจทำให้เราไม่ได้แม้แต่อะไรกลับมาเลย
หรือการปลูกต้นไม้กว่าจะเติบโตให้ร่มเงาก็มีเวลาของมัน การเฝ้าดูให้มันแตกกิ่งก้านสาขา ถือเป็นความสุขและความทรงจำอย่างหนึ่งเช่นเดียวกัน
คำว่าค่อยๆเป็น ค่อยๆไปใช้ได้ผลเสมอ
แค่วันนี้ลองเดินให้ช้าลง อาจจะเห็นว่าสองข้างทางมันก็มีอะไรให้เรามอง ได้คิดตาม
กินให้ช้าลง ค่อยๆ สัมผัสรสชาติของอาหารที่เรากินเข้าไป เพื่อที่จะรู้ว่าจริงๆ แล้วมันแค่อร่อยหรือไม่มีประโยชน์อะไร
พูดให้ช้าลง นึกถึงถ้อยคำก่อนจะพูด นั่นจะทำให้ไม่มีใครต้องเสียใจภายหลังกับสิ่งที่พูดนั้น
แต่ไม่ได้หมายถึงให้เป็นคนเชื่องช้าเรียนรู้ช้าทำอะไรไม่ทันคน จนกลายเป็นความเสียหาย
การมีปฎิภาณไหวพริบ ฉะฉาน กระตือรือล้น ว่องไว รวดเร็ว คิดอะไรทำอะไรได้ทันท่วงทีแน่นอนว่ามันย่อมได้เปรียบกว่าอยู่แล้วในการใช้ชีวิต
หากเร็วมีข้อดี แต่ช้าก็ใช่ว่าจะแย่เสมอไป
บางคนบอกว่าไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไร อยากทำอะไรให้รีบทำ
ก็เพราะเราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไร การมีสติกับตัวต่างหากที่สำคัญที่สุด
สติที่รู้ว่าเรากำลังทำอะไร และจะต้องทำอะไร
ไม่ใช่เร่งรีบทำเพียงเพื่อคิดว่าเวลาอาจมีไม่พอ
ทำสิบเรื่องแต่ไม่ได้อะไรจากตรงนั้นสักเรื่อง
หรือทำเพียงแค่เรื่องเดียว แต่เป็นเรื่องที่ผ่านระบบการคิดมาแล้ว น่าจะดีกว่า
เพราะชีวิตไม่ใช่เรื่องของการวิ่ง เพื่อไปให้ถึงเส้นชัยได้เร็วที่สุด
แต่อาจหมายถึงการที่เราได้รู้ว่ากว่าจะไปถึงจุดหมาย เราต้องพบเจอกับสิ่งไหน
และเราได้เรียนรู้อะไรจากตรงนั้น
อาจจะไปถึงช้าสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร
ให้เราช้าในสิ่งที่ควรจะช้า
และค่อยๆไปในสิ่งที่ควรจะเป็น
วันหนึ่งเราอาจจะพบว่า ความ “ช้า” แต่ว่างดงาม มันมีอยู่จริงๆ






