OPINION

ชีวิตนี้ไม่คิดว่าจะไปเป็นกะหรี่บาห์เรน ตอนที่ 13

เอรี่ – ธนัดดา สว่างเดือน
2 ส.ค. 2560
ในเย็นวันประกาศอิสระภาพ หลังจากเคลียร์หนี้สินสิ้นสุดการเป็นเด็กแท็กอย่างเป็นทางการแล้ว ฉันก็เดินออกจากอพาร์ตเมนต์แม่แท็กด้วยอารมณ์เบิกบาน พร้อมรอยยิ้มทั้งน้ำตาที่กว่าจะผ่านมาจุดนี้ได้ แม่งโคตรทรมานร่างกายอย่างสุดๆ  ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องทำอาชีพนี้ด้วย?

วินาทีที่เป็นอิสระ ฉันอยากจะกระโดดโลดเต้นแล้วกรีดเสียงร้องดังๆ ให้กับความดีใจครั้งนี้...แต่ก็ต้องเก็บกลั้นอารมณ์นั้นไว้ เพราะกลัวจะซวยโดนตำรวจจับซะก่อน จึงได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า

นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่กูต้องอยู่ในสภาพเด็กแท็ก? นี่เป็นประเทศที่เท่าไหร่แล้วที่กูต้องผจญภัยกับอาชีพขายบริการ? นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่กูหลุดพ้นหนี้สินจากแม่แท็ก แล้วเมื่อไหร่ชีวิตกูจะหลุดพ้นจากวังวนนี้เสียที? กูเหนื่อยล้าเอือมระอากับชีวิตแบบนี้มา 20 กว่าปีแล้ว

เมื่อมาถึงห้องพักใน รร. ซีเชล ฉันเปิดประตูเข้าห้องก็พบนังนุ่นกับนังปลากำลังนอนหลับชาร์จแบตเก็บพลังเพื่อออกไปล่าเหยื่อในค่ำคืนนี้ แต่ชั่วโมงนั้นความดีใจทำให้ฉันไม่อาจกลั้นอารมณ์ไว้ได้จึงแหกปากประกาศให้เพื่อนๆ รับรู้ลั่นห้อง

“อีนุ่น อีปลา กูหมดแท็กแล้วโว้ย”
ปลา “แหมมม อีดอกแหกปากซะอย่างกะถูกรางวัลที่หนึ่ง” บ่นเสียงงัวเงียทั้งที่ยังหลับตา
นุ่น “ก็มันดีใจนี่หว่า” นุ่นพูดพร้อมขยับตัวลุกขึ้นมานั่งจุดบุหรี่สูบ
ปลา “แล้วมึงแจงบัญชีกับแม่มึงหรือยัง ระวังมันจะบวกค่านู่นนี่นั่นไม่จบไม่สิ้น”
ฉัน “จบแล้ว...กูเพิ่งไปเคลียร์มาเนี่ย”
นุ่น “งั้นคืนนี้ฉลองเลย…อีก 2 วัน กูจะกลับบ้านแล้วนะ”
ฉัน “อ้าว...มึงจะรีบกลับไปทำมัยวะ  อยู่เป็นเพื่อกูก่อนซิ”
นุ่น “ไม่เอาแล้ว กูไปหาแดกที่อื่นดีกว่า  เบื่อพวกอาหรับเต็มที  มึงก็อยู่กับอีปลานี่แหละ”
ฉัน “ตอนนี้ชีวิตเป็นของกูแล้วโว้ยยยยย กูจะนอนพักหอยสัก 3 วัน แล้วค่อยออกทำงานต่อ”

คืนนั้นพวกเราพากันไปเที่ยวเอฟวัน ฉันฉลองชัยให้กับตัวเองด้วยการดื่มอย่างไม่อั้น และตั้งใจว่าจะไม่รับแขก เพราะฉันอยากมีโมเมนต์แบบนี้มานานแล้ว คือเมาให้เต็มที่แล้วสนุกให้สุดเหวี่ยง ไม่ต้องเดินพล่านหาแขกเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา
           
หวังว่าเงินร้อยกว่าบีดีคงพอให้ฉันเมาได้ถึง 3 คืน อย่างที่นังปลาพูดก็ถูกว่าตามสไตล์กะหรี่ไทยหาเงินมาได้เท่าไหร่ก็ใช้ให้เกลี้ยง หมดแล้วค่อยหาใหม่ มี Hee อยู่กะตัวไม่ต้องกลัวอดตาย!! (แล้วก็ปลอบใจตัวเองว่า ให้รางวัลแก่ชีวิต) กูเห็นเป็นแบบนี้ทั้งนั้น!! สุดท้ายเหลือแต่ Hee กลับบ้าน

คืนนั้นพวกเรา 3 คน เมามากและสนุกกันสุดเหวี่ยง เพราะดื่มทั้งเบียร์ทั้งเหล้าบลูฟ็อกไปอีกหลายเหยือก มันคือน้ำเมายอดฮิตของสาวกเอฟวัน และดวลวอดก้ากันอีกหลายช็อต นาทีนั้นแขกเขิกไม่ต้องสนใจแล้ว เมื่อถึงเวลาเลิกก็ไปหาที่ใหม่เมากันต่อยันเช้า ปลากับนุ่นก็ไม่หวังจะได้งาน เพราะถือเป็นการเลี้ยงส่งนังนุ่นที่จะอำลาบาห์เรนเพื่อกลับไปวิ่งงานต่อที่ฮ่องกง

นุ่นไม่ถนัดกับการทำงานจับแขกในบาห์เรนที่ต้องเสียเวลาเข้าไปเจรจาต่อรองค่าตัว และบางครั้งก็ต้องยอมลงทุนให้ลูกค้าล้วงควักจนกว่าจะพอใจ  เพื่อให้มันเกิดอารมณ์แล้วถึงหิ้วตัวไปนอนด้วย 

แต่ก็มีลูกค้าหลายคนที่ล้วงควักจนหนำใจแล้วก็ไม่เอา บอกตรงๆ ว่ามันเจ็บปวดมากนะที่ต้องยอมลงทุนด้วยวิธีแบบนี้ มันเหมือนกับว่าเราเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้!!

สำหรับในฮ่องกงถึงแม้จะเป็นงานหนัก เปลืองตัว และได้เงินน้อย แต่นุ่นก็ไม่ต้องเสียเวลาเจรจาใดๆ ทั้งสิ้น แค่ยืนตามซอกตึก ตามข้างถนน มองตาพยักหน้าให้กันแล้วก็พาขึ้นห้อง ทำงานไม่เกิน 20 นาทีก็จบ วันหนึ่งได้แขกหลายสิบรอบอยู่นะ

นุ่นเคยคุยกับฉันว่า เธอจะขายไปเรื่อยๆ จนกว่าลูกสาวและลูกชายจะเรียนจบปริญญาตรีก็จะเลิกอาชีพนี้ เปลี่ยนไปเปิดร้านขายของชำอยู่กับบ้านที่โคราช  ด้วยหวังว่าลูกทั้งสองจะเลี้ยงดูเธอในบั้นปลาย ส่วนนังปลายังต้องผจญภัยในบาห์เรนกับฉันอีกนาน  ปลาบอกว่ายังไม่อยากตั้งเป้าหมายอะไรทั้งนั้น  เพราะเคยเลิกอาชีพนี้ไปหลายครั้งแล้ว  พอมีทุนไปค้าขายอะไรก็เจ๊งทุกที สุดท้ายกลับมาขายตัวอย่างเคย เธอจึงไม่อยากตั้งเป้าอะไรอีกต่อไป...แต่ลึกๆ แล้ว  ฉันรู้ว่าปลาก็อยากเจอฝรั่งใจดีพาเธอออกจากอาชีพนี้แล้วไปใช้ชีวิตร่วมกันในต่างแดน หากใครคนนั้นเปิดใจรับและรักเธอจริง

3 วันผ่านไป นุ่นก็เดินทางจากฉันไปอีกคน และคงไม่มีโอกาสได้โคจรมาพบกันอีก เพราะหลังจากนั้นเราก็ไม่ได้ติดต่อกันเลย ขอบคุณสำหรับมิตรภาพดีๆ ในต่างแดน ถึงแม้จะเป็นเวลาสั้นๆ แค่ 1 เดือนที่เราใช้ชีวิตร่วมห้อง กิน นอนและรับรู้ทุกข์สุขร่วมกัน แต่ฉันกลับมีความรู้สึกเหมือนว่าเราเคยเป็นเพื่อนรักกันมานานหลายชาติ  แม้ทั้งคู่จะอายุน้อยกว่าฉันร่วม 10 ปี

ฉันกับปลาทำงานร่วมกันได้เกือบเดือนก็พากันไปต่อวีช่าที่ประเทศศรีลังกาเป็นรอบ 2 แล้วก็กลับมาทำงานต่อ แต่ 2 เดือนที่เข้าไปจับแขกในเอฟวัน  หน้าฉันก็เริ่มช้ำมากขึ้นทุกวัน กลายเป็นคนหน้าเก่า เพราะแขกที่เข้ามาเที่ยวส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเดิมๆ เด็กแท็กหน้าใหม่ๆ สวยๆ ก็ทยอยขึ้นมาบาห์เรนกันทุกวัน

คราวนี้เราพากันไปจับแขกที่อื่นบ้าง ที่ดังๆ ตอนนั้นก็มีผับร็อกบัททอมและผับแรงเลอร์ อยู่ในโรงแรมระดับ 4-5 ดาว  ทั้งสองแห่งนี้มีทหารอเมริกันเข้าไปบันเทิงเยอะมาก  ราคาค่าตัวก็จ่ายดี แต่ทั้งสองแห่งนี้ก็ใช่ว่าจะเข้าไปหากินได้ง่ายๆ เพราะผู้หญิงที่มาจับแขกส่วนใหญ่จะมีแม่แท็กคอยฮั้วกับพวกการ์ดเฝ้าหน้าประตู
ดังนั้นมีวิธีเดียวที่เราจะเข้าไปหากินในพื้นที่นี้ได้ก็คือ  ต้องเสียเงินให้กับเจ้าแม่คุมอยู่ในพื้นที่นั้นๆ อย่างน้อยคนละ 400-500 บีดี  ซึ่งก็เป็นผู้หญิงไทย แต่มีมาเฟียอาหรับคอยคุ้มกบาลอีกที

ยิ่งอยู่ในบาห์เรนนานวัน ฉันก็ยิ่งหากินยากขึ้นทุกวัน เพราะส่วนใหญ่ทุกพื้นที่จะมีเจ้าถิ่นคุมทั้งนั้น ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันพวกแม่แท็กหน้าใหม่  ที่ขนผู้หญิงขึ้นไปค้าเป็นว่าเล่น แต่ถ้าไม่มีเส้นสาย ไม่มีคนคุ้มหัวกบาลก็หากินลำบาก อย่างดีก็ได้แค่ตามสถานที่ที่ไม่มีคลาส ลูกค้าก็ไม่มีระดับและได้ค่าตัวถูก…
 
About the Author
ยากูซ่า ค้าบริการ ติดคุก เฉียดตาย...ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เธอคนนี้เผชิญมาแล้ว วันนี้เธอคือนักเขียนมือรางวัล โดยปี 2554 “ฉันคือเอรี่ กับประสบการณ์ข้ามแดน” คืองานเขียนเล่มแรกที่ได้รับรางวัลชมนาด โดยเป็นการตีแผ่เส้นทางชีวิต หลากประสบการณ์ค้าบริการทั้งโหด เลว ดี ครบรส ล่าสุดปี 2559 เธอก็คว้ารางวัลชมนาดมาอีกครั้งในผลงานที่ชื่อ “ขังหญิง” ตีแผ่ชีวิตคนคุกที่หาอ่านไม่ได้จากที่ไหน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ผู้ชายอาหรับเขานิยมชมชอบผู้หญิงแต่งหน้าจัด หุ่นเนื้อนม บึบบับ ที่สำคัญคือต้องเสียบได้ทั้งประตูหน้าประตูหลัง
 
เพิ่งเข้าใจ...การเป็นกะหรี่ที่บาห์เรนไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ทุกคนต้องมีทักษะ ไหวพริบต้องดี ต้องไว ต้องใจกล้าหน้าด้านสุดฤทธิ์ ไม่อย่างนั้นชาตินี้ใช้หนี้ไม่หมดแท็ก