OPINION

Beside Silent

สุเทพ ศรีสมุทร์
10 ก.ค. 2561
ใครจะไปรู้ว่า “ความอดกลั้น” จะเป็นที่มาของ “ความเงียบ” ในเวลาต่อมา บางครั้งถ้าเราต้องเจอกับสิ่งเดิมๆซ้ำๆโดยที่ไม่รู้ว่าจุดจบมันไปอยู่ที่ใด ท้ายที่สุดแล้ว เราจะกลายเป็นคนเงียบไปโดยไม่รู้ตัว
 


ความหวานที่เกิดในระยะแรกของคู่รัก เป็นเรื่องที่หลายคู่หวัง คงไม่มีใครอยากทะเลาะกันไปจนชีวิตคู่พังลง แต่ในบางครั้งเมื่อความสัมพันธ์เดินมาถึงทางแยกระหว่าง ไปต่อ / ถอย มันจะมีอยู่แค่สองคำนี้ หรือคำอื่นในความหมายเดียวกัน และที่น่าแปลกคือคำพวกนี้มันมักจะออกจากปากของคนใดคนหนึ่ง ในเวลาทะเลาะกัน หลังจากนั้น บริบทของการคุยจะเปลี่ยนไป มวลของความสุขที่เคยมี กลับกลายเป็นมวลของความน่ารำคาญ เบื่อ สำคัญที่บางรายเลือกที่จะ “เงียบ” การเงียบที่ว่า อันตรายกว่าการทะเลาะทุกประเภท เพราะถ้าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเงียบ นั่นอาจจะแปลได้ว่า เขากำลังคิด หรือเสียใจกับอะไรบางอย่าง และกำลังจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง

 
 
บางครั้ง การเงียบของผู้หญิงมักจะตามมาด้วย การที่เธอหายไป หรือเธอเป็นฝ่ายบอกเลิกก่อน ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้หญิงมีความอดทนมากกว่าฝ่ายชายหลายเท่า เธออาจจะทนจนถึงที่สุดแล้วก็ไปจากคุณ ยิ่งถ้าหากแฟนของคุณเคยเป็นคนร่าเริงมาก่อน ก็คงไม่ยากที่จะสังเกตว่าเธอเปลี่ยนไป เชื่อไหม? ถ้าเราเปรียบความโกรธเป็นดั่งพระอาทิตย์ ความใจเย็น คือพระจันทร์ พระอาทิตย์ที่เกิดขึ้นในชีวิตคู่ ไม่สามารถที่จะมีน้ำมหัศจรรย์จากที่ไหนมาดับไฟร้อนนี้ให้มอดลงได้ วิวัฒนาการก็มิอาจเข้าถึงพระอาทิตย์ดวงนี้ แต่พอในช่วงที่ชีวิตคู่ถูกปกคลุมด้วยแสงอ่อนๆของพระจันทร์ ความรักของคนสองคนกลับดูโรแมนติก อบอุ่น



สังเกตไหม? เมื่อครั้งที่เรารักใครสักคน วันที่กิจวัตรประจำวันของเราเปลี่ยนไป ทั้งการตื่นนอน ทานข้าว ฯลฯ เป็น Activities ที่ไม่มีเธอ มันเจ็บปวดมากกว่า การที่เคยอยู่คนเดียวแล้วเหงาเสียอีก คนเขาเลยพูดให้กันและกันว่า “รักกันนานๆนะ” “อยู่กันไปจนแก่เฒ่านะ” คำพูดพวกนี้เป็นพลังบางอย่างที่จะ เปลี่ยนเรา ให้ผ่านบททดสอบของความรักไปให้ได้
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ถึงเดือนเมษายนจะไม่เห็นซากุระสักกลีบ แต่ถ้าข้ามถนนแล้วไม่ต้องระวังรถ เดินไปไหนไม่มีคนเกะกะ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว
 
การ์ตูนล้อเลียน by น้าชู