OPINION

4 วิธีเลี่ยง “หน้าแตก” บนรถไฟฟ้า BTS

สุเทพ ศรีสมุทร์
9 ก.พ. 2561
ในยุคที่ต้องเร่งรีบกับความแออัดของคนเมือง BTS ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการโดยสาร เพื่อเลี่ยงรถติด และอุบัติเหตุบนท้องถนน ด้วยการตอบรับของประชาชนที่ล้นหลาม BTS หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน จึงต้องมีให้บริการเพียงพอกับความต้องการ และถ้าหากพูดถึงในมุมของผู้โดยสารแบบเรา ไม่ว่าชายหญิง ก็คงจะเคยมีประสบการณ์หน้าแตกบน BTS มาบ้าง และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราอับอายแค่ไหน…

หน้าแตกที่ 1 ผู้ชายลุกให้ผู้หญิงนั่ง แต่ผู้หญิงไม่นั่ง
 


สุภาพบุรุษแสนใจดี ในโลกความเป็นจริงยังคงมีอยู่มากมาย แต่คงจะค่อยๆตายไป เมื่อคุณผู้ชายถูกปฏิเสธจนหน้าแตกครั้งแล้วครั้งเล่า หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ขึ้นรถไฟฟ้า BTS แล้วเมื่อ BTS จอดตามสถานีต่างๆ เราก็จะเห็นผู้สูงอายุ เด็ก พระสงฆ์ เข้ามาในโบกี้ ผู้ชายแบบเราก็จะลุกให้นั่ง ซึ่งบุคคลดังกล่าวไม่มีปัญหาอะไรกับการที่เราลุกให้นั่ง แต่จะไปมีปัญหากับเหล่าสาวๆทั้งหลาย ที่มักจะปฏิเสธผู้ชายบ่อยครั้ง ยกตัวอย่างเช่น “ ผู้ชายคนหนึ่งลุกให้ผู้หญิงที่เดินเข้ามา จากสถานีนานา แต่ผู้หญิงกลับบอกว่า ไม่เป็นไร จะลงสถานีหน้า หรือไม่เป็นไร ฉันชอบยืน” เมื่อคุณผู้ชายลุกแล้ว คงไม่กล้ากลับไปนั่งเป็นแน่

วิธีแก้ง่ายๆคือ เมื่อคุณเห็นสาวๆกำลังเดินเข้ามา และประจวบเหมาะกับเธอมายืนโหนอยู่บริเวณคุณ ให้คุณเอ่ยปากถามก่อนลุกเลยว่า “          นั่งไหมครับ?” ถ้าเธอตกลงปลงใจที่จะนั่งคุณก็สามารถลุกแบบหล่อๆให้เธอนั่งและคุณก็โหนไปจนถึงสถานีเป้าหมาย แต่ถ้าหากเธอไม่นั่ง คุณก็ยังจะสามารถ Save หน้าของคุณจากการแตกเป็นเสี่ยงได้ เพราะก้นคุณยังติดเก้าอี้อยู่ ถือว่าเป็นวิธีที่ป้องกันความอายได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

หน้าแตกที่ 2 ประตู BTS ปิดก่อนจะเข้าโบกี้



เมื่อผ่านด่านซื้อ tickets มาแล้ว คุณจะต้องลุ้นว่ามีขบวน BTS จอดรออยู่ด้านบนไหม แล้วถ้าหากจอดรอ ประตูจะใกล้ปิดแล้วหรือไม่ เมื่อคุณขึ้นบันไดเลื่อนแล้วพบว่า ประตูยังเปิดอยู่ คุณจึงรีบวิ่งเพื่อให้ทัน แต่แล้วสัญญาน ตี๊ด ตี๊ด ดังขึ้น ประตูจึงปิดตรงหน้าคุณ จากนั้นขบวนรถไฟค่อยๆเคลื่อนออกไป ทิ้งให้คุณยืนงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

วิธีแก้ง่ายๆคือ ให้คุณคำนวณ ว่าอย่างไรก็ตามแต่ ประตู BTS ไม่มีทางเปิดเกิน 1 นาทีเป็นแน่ เมื่อคุณผ่านบันไดเลื่อนจนมาถึง on top แล้ว ให้คุณเดิน Survey ดูสัก 5 ก้าว โดยดินเลียบไปสู่โบกี้กลางๆ เมื่อเดินจนครบ 5 ก้าว ยังไม่ได้ยินเสียงเตือน ก็ให้รีบพุ่งตัวเข้าโบกี้ที่คุณชื่นชอบทันที วิธีนี้เป็นการป้องกันการหน้าแตก จากคนในโบกี้ที่ได้เข้าไปแล้ว และป้องกันความรู้สึกของเราเอง

หน้าแตกที่ 3 ขาดศักยภาพในการจับห่วง เพราะความสูงไม่ถึง



การที่เราเกิดมาตัวเล็ก ไม่ได้มีปัญหาอะไร จนกระทั่งเราเข้าไปใน รถไฟฟ้า BTS ในขณะที่กลุ่มคนแออัดอยู่ทุกโบกี้ คุณพยายามเบียดตัวเข้าไปในโบกี้ และมองไปรอบข้างผู้คนสามารถโหนเสา โหนห่วงได้อย่างเหมาะสม แต่คุณพยายามเอื้อมแล้ว แต่ไม่ถึงเป้าหมายเสียที จนรถไฟฟ้าขบวนนั้นออกตัว ภาพความประทับใจสุดท้ายของคุณคือ คุณลงไปนอนกองอยู่กับพื้น

วิธีแก้ง่ายๆคือ ให้คุณวิ่งตรงไปจับเสาบริเวณกลางโบกี้ หรือแถวๆประตูแทน เพื่อลดโอกาสในการลื่นหกล้มตอนขบวนรถไฟฟ้าออกตัว

หน้าแตกที่ 4 ยืนชิดติดขอบชานชาลารถไฟฟ้าเกินไป



เมื่อคุณจับกลุ่มคุยกับเพื่อนจนเพลิน ในขณะที่รอรถไฟฟ้าอยู่ชานชาลา แต่เท้าเจ้ากรรม ดันเหยียบล้ำเส้นที่ขีดไว้ สิ่งที่ตามมาคือเสียงนกกหวีดจากเจ้าหน้าที่ และเขาก็พุ่งตรงมาที่คุณเพื่อตักเตือนท่ามกลางผู้คนร้อยพัน

วิธีแก้ง่ายๆคือ เตือนใจตัวเองเสมอว่าเราจะไม่ตกเป็นเหยื่อ ของเจ้าหน้าที่รถไฟฟ้าผู้เข้มงวด ต้องระมัดระวังในการยืนไม่ให้ล้ำเส้น นอกจากป้องกันความอายจากเสียงนกหวีดแล้ว ยังป้องกันอันตรายที่จะทำให้พลัดตกลงไปในรางรถไฟอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม 4 ข้อนี้ เป็นเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันบน BTS ที่เรามักจะพบเห็นได้บ่อย แต่ยังคงมีเรื่องแปลกชวนขำอีกมากมายที่เกิดขึ้นบนรถไฟฟ้า แต่ใครที่ประสบพบเจอกับปัญหาทั้ง 4 ข้อนี้ สามารถนำวิธีแก้ไปใช้เพื่อทางออกที่ดีได้…
About the Author
สุเทพ ศรีสมุทร์ (โจ)
ชายหนุ่มผู้ที่เคยคิดปลิดชีวิตตัวเอง กลายเป็นคนที่มีชีวิตเพื่อตัวเองและผู้อื่น จากเด็กที่โดนปฏิเสธทุกโอกาสในการแสดงความสามารถ เริ่มสร้างทุกโอกาสให้ตัวเอง ปัจจุบันบทบาทของเขาคือ Creative ใน Johjaionline
 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
การ์ตูนล้อเลียน by น้าชู
ในการแข่งขัน เวลาที่รู้สึกว่าสถานภาพกำลังถูกคุกคาม ผลคือ perform ออกมาได้แย่ลง Kakkar เรียกสภาพนี้ว่า “status momentum”