OPINION

การวิจารณ์หน้าตาคนอื่นทำได้จริงหรือ

อรภา พิชัยกุล
14 ธ.ค. 2560
กระแสดังในอินเตอร์เน็ทตอนนี้ ที่กำลังโด่งดังในเรื่องที่มีคนดัง Net Idol ออกมาวิจารณ์หน้าตา ดาราศิลปิน ต่างประเทศ เป็นฉากๆ สร้างความไม่พอใจให้เหล่าบรรดาแฟนคลับและคนทั่วไปเป็นอย่างมาก เพราะคำพูดนั้นค่อนข้างแรงและสะท้อนถึงความคิดผู้พูดเป็นอย่างมาก เลยทำให้ฉันหวนนึกคิดถึงเรื่องบางเรื่องในสังคมเรา ถ้าเทียบกับการแพร่กระจายของพฤติกรรมนี้ คงไม่ต่างจากการแพร่กระจายของเชื้อโรค เพราะมันมีอยู่ทั่วไปหมด และเริ่มมีคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่สามารถทำได้ และเริ่มทำอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง นั้นคือการวิจารณ์ผู้อื่น โดยเฉพาะบุคคลที่อาจใช้คำเรียกได้ว่า เป็น “บุคคลของสังคม” เช่น ดารา และศิลปิน ไม่รู้ใครกันที่เป็นคนตั้งต้นพูดว่า ดารา นั้นต้องยอมรับกับคำกระแสวิพากษ์วิจารณ์ให้ได้ เนื่องจากเป็นคนของสังคม? ถ้ารับไม่ได้ก็ไม่ต้องเป็นดารา? เอ๊ะ คำพวกนี้อาจคุ้นๆหูในทุกยุคทุกสมัยเลยก็ว่าได้ ในทุกๆครั้งที่เกิดการวิพากย์วิจารณ์ในสังคมหรือโลกอินเตอร์เน็ทเกี่ยวกับดารา นี่อาจเป็นความเข้าใจผิดครั้งยิ่งใหญ่ของ มวลมนุษย์ การวิพากษ์วิจารณ์มิได้บอกว่าทำไม่ได้ แต่ทำได้เมื่อมันเกิดผลดี ติเพื่อก่อประโยชน์ไม่ใส่ติเพื่อทำลายล้าง หรือสร้างความขายหน้าให้แก่บุคคลนั้นๆ ยิ่งถ้าหากเป็นเรื่องส่วนตัวเข้าแล้ว ลองคิดดูให้ดีว่าสิ่งสิ่งนั้นควรทำหรือไม่กันแน่?

การวิพากษ์วิจารณ์ที่ถูกต้องคือ ต้องเกิดประโยชน์ ไม่ใส่ผลเสีย สิ่งหนึ่งที่ควรคิดเอาไว้เลยเวลาต้องการวิจารณ์หรือพูดถึงใครคือ “พูดแล้วมีผลดีขึ้นไหม?” ถ้าคำตอบคือ “ไม่” ก็ไม่ควรเริ่มพูด หรือเริ่มต้นการสนทนานั้น เช่นเดียวกับบุคคลที่วิจารณ์หน้าตาดาราเกาหลีที่ ที่เพิ่งผ่านพ้นไป เขาอาจคิดว่า ดาราหรือศิลปิน สามารถจับต้องได้ พูดถึงได้ วิจารณ์ได้ ความคิดนี้อาจก่อขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพราะเราไม่ได้คิดว่าจะมีใครมาสนใจ เพราะเราวิจารณ์คนของสังคมหนิ? เราพูดถึงได้? เช่นนี้หรือเปล่า? เลยเกิดการทำคลิปวิจารณ์ใบหน้าดาราศิลปินนี้ ขึ้นมา แต่ความจริงก็ต้องปรากฏ คือ สิ่งที่ได้ทำลงไปนั้นถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง อย่างคำที่ได้กล่าวไปว่า “พูดแล้วมีผลดีขึ้นไหม” คำตอบของเรื่องนี้คือ “ไม่” เพราะฉะนั้นเรื่องแบบนี้ไม่ควรเป็นอย่างยิ่งจริงๆ

เรื่องนี้อาจเป็นอุทาหรณ์ว่าเราไม่ควรวิพากย์วิจารณ์หน้าตาคนอื่น ไม่ใช่แต่เพียงดารา แต่หมายถึงทุกๆคน แต่ปัญหาคือ ดารา อาจไม่ใช่ข้อยกเว้นที่สามารถทำได้ตลอดไป เพราะทุกวันนี้ยังมีคนมากมายคอยวิจารณ์ ไม่ว่าจะผ่าน Social Media หรือ ตามคอมเม้นท์ Instagram นั้นๆของดารา เวลาตนรู้สึกไม่พอใจในดาราคนนั้น น่าแปลกมาก ที่พวกเขากล้ามาคอมเม้นท์และไม่นึกถึงใจผู้อ่าน ดูเหมือน ดารา จะต้องแบกรับชะตากรรมนี้ ถ้าหากเลือกเป็นดาราเสียแล้ว ทุกๆวันนี้เพื่อนดิฉันมีคนคอมเม้นท์ต่อว่ามากมายเนื่องจากเธอเป็นดารา ทุกๆครั้งที่เธอมีข่าว จะมีคอมเม้นท์แปลกๆใต้ภาพของเธอ หรือตาม facebook ที่ลงข่าวเธอ เสียๆหายๆ จะมีคนนับร้อยนับพัน มาแสดงความคิดเห็นเหมือนเป็นกูรูชีวิตของเธออย่างน่าตกใจแบบทำร้ายจิตใจกันสุดๆ เรื่องนี้ทำให้ฉันตระหนักอยู่ห่างๆได้ว่า ดารามักจะไม่ได้รับความเป็นธรรม แถมยังต้องยอมกับคำวิพากย์วิจารณ์เหล่านั้นที่มักไม่เป็นความจริงอย่างจำนนและทำอะไรไม่ได้ ยังดีที่เพื่อนของฉันยังสามารถทนได้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้แบบเธอเลย มีดารา ศิลปินมากมาย โดนคนคอมเม้นท์ต่อว่า ครหา กล่าวหาในโลกอินเตอร์เน็ท และเม้นท์เม้ากันอย่างสนุกสนานอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง จนอาจทำให้ชีวิตคนคนหนึ่งต้องพังและจบลง หรือกลายเป็นโรคซึมเศร้าและไม่ต้องการเจอกับสังคมอีกเลย แบบนี้ก็คงเข้าข่าย Cyber Bullying หรือ อาชญากรรมทางโลกออนไลน์ เลยแหละ  ศิลปินและดาราเมืองนอกก็มีอยู่ไม่น้อยที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์นี้ จนต้องปิด Instagram หรือหายตัวไปจากสังคมสักพัก หรือเข้าสถานบำบัด เพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง

คำถามคือ พวกคุณทั้งหลายกำลังทำร้ายชีวิตคนบางคนอยู่หรือเปล่า? โดยที่คุณไม่รู้ตัว? ศิลปินดารา อาจพูดถึงได้ แต่ในบางคำพูดก็อาจทำให้เขาสูญเสียความรู้สึกดีๆไป และถ้ามีคนอย่างพวกคุณที่คอยเม้นท์คอยต่อว่าประมาณหลักพันหลักหมื่นคน ดาราเหล่านั้นก็คือคนธรรมดา เหมือนเราๆคนหนึ่งที่คงฟังคำต่อว่าจากใครไม่ได้มากมายขนาดนั้น บางทีเราอาจจะต้อง ใจเขาใจเรากันให้มากขึ้น ไม่ใช่จะพูดถึงดารา หรือคนของสังคมในทางไหนก็ได้ ความสนุกปากอาจทำให้คนคนหนึ่งชีวิตต้องพังทลาย คำครหา คำวิจารณ์อาจทำให้ใครบางคนต้องสูญเสียความมั่นใจ ต่อไปนี้การพูดถึงใครคนหนึ่ง หรือการคอมเม้นท์ในโลกโซเชี่ยล ควรทำด้วยความระมัดระวัง และนึกถึงใจผู้อื่น ไม่ใช่สักแต่ว่า พูดทุกอย่างที่คิด ที่ต้องการ เพราะมันอาจไม่ได้ทำให้สถานการณ์ในบางเรื่องนั้นดีขึ้นได้เลย
About the Author
อรภา พิชัยกุล (ปั๊น)
Art , Films , Music , Singing , Acting , Make-Up ,Traveling , Philosophy and Psychology are all my passions.
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
สวย รวย เก่ง สามคำนี้น่าจะเป็นคำที่บอกถึงผู้หญิงในยุคสมัยนี้ได้อย่างชัดเจนที่สุด
ถึงท่าเรือที่หั่วเตี่ยน ข้างๆโรงหนังเก่า หรือโรงหนังศรีสาธร แถวบางรัก ที่คนสมัยนั้นคุ้นเคยดี ค่าโดยสารอยู่ที่สองแสนสองหมื่นหยวน อากงไม่แน่ใจว่าเทียบเป็นเงินไทยได้เท่าไร แต่ที่รู้คือ เงินเก็บทั้งหมดของอากงมีไม่พอค่าเรือ