OPINION

ไฟแรง (แต่จุดไม่ติด) GEN C

สุเทพ ศรีสมุทร์
7 ก.ค. 2560
ในยุคของคน GEN C ยุคนี้เป็นยุคที่มีพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือ โซเชียลเน็ตเวิร์ก เสพติดการเชื่อมต่อ แชร์ทุกสิ่งได้ทุกเมื่อ คนประสบความสำเร็จเพิ่มมากขึ้น เก่งมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะคิด จะทำอะไรก็รวดเร็ว สั่งได้ดั่งใจ จึงเกิดนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรง ไอเดียใหม่ๆที่เข้ามาเปลี่ยนโลก แต่หลายคนอาจหลงลืมไปว่า ไฟยุคใหม่ที่ติดขึ้นมาได้ ก็ต้องอาศัยเชื้อเพลิงเก่า..



เชื้อเพลิงเก่า ถ้าพูดกันแบบบ้านบ้าน พวกเขาคือคนยุค GEN Y คือคนที่เกิดปี พ.ศ.2523-2540 คนเหล่านี้อยู่ในยุคที่กำลังสร้างสรรค์ให้สังคมเป็นปึกแผ่น เทคโนโลยีที่เริ่มเกิดขึ้น เป็นกลุ่มคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ด้านไอที แต่กว่าจะเกิดมาได้อย่างทุกวันนี้ ก็ได้ผ่านกระบวนการ การคิดค้นจากคนยุค GEN X ซึ่งคนยุค GEN X คือคนที่เกิด พ.ศ. 2508-2522 ในอดีตมีฮีโร่และผู้มีชื่อเสียงจากการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่างๆ ออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวก พวกเขาโตมากับ วีดีโอเกม, คอมพิวเตอร์ และทีวีขาวดำ ผู้คนทั้งยุค GEN X, GEN Y ต้องอดทน ลองผิดลองถูก เจ็บปวดกับความผิดพลาดในการสร้างสรรค์เทคโนโลยี เพื่อให้ได้มาซึ่งชนวน “เปลี่ยนโลก” ทั้งหลาย



แต่ทว่า คนในยุค GEN C เราหลายคนอยู่ในยุคที่เพียบพร้อม สะดวกและง่ายขึ้น กดแชร์ครั้งเดียวก็เปลี่ยนโลกได้ เท่าที่ผมได้สัมผัส GEN C จะมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง คิดอะไรทำเลย จนบางครั้งมองข้ามคำแนะนำหรือการขอคำปรึกษาจากคนยุค GEN X หรือ Y ไป แน่นอนว่าคนยุคนั้นถึงจะตามไม่ค่อยทันกับเทคโนโลยีในยุคนี้ แต่อย่าลืมเชียวว่า เรามีวันนี้ได้เพราะพวกเขา เขาเป็นอาจารย์ของเรา ความรู้บางอย่าง ภูมิปัญญาบางเรื่อง เรายังคงจำเป็นต้องนำมาใช้ในปัจจุบัน ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดขึ้น ในประเทศไทย สิ่งที่ขายออกและดังระดับโลก คือ “มวยไทย” อาจารย์ของมวยไทยก็คือ “นายขนมต้ม” ผู้ที่สามารถใช้อวัยวะทุกส่วนในการล้มคู่ต่อสู้ เขาทำให้มวยไทยนั้นเป็นมรดกเเละภูมิปัญญาไทยที่โดดเด่น จนปัจจุบันมีค่ายมวยไทยไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นแห่งทั่วโลก เห็นไหมละ ลองนึกภาพตามหากเราคนยุค GEN C ล้มเลิกที่จะสืบสานภูมิปัญญานี้ต่อ เพียงเพราะเห็นว่า เป็นเรื่อง “เชย” ตกยุค ตกสมัย ภูมิปัญญานี้จะตกเป็นของชาติไหนหรือ พนันได้เลยว่าจะไม่ใช่ของชาติไทยอีกต่อไป ภูมิปัญญา มรดกที่คนยุค GEN X, GEN Y สร้างมาเพื่อเรา หลายอย่างยังคงนำมาปรับใช้ได้ดีเลยทีเดียว และเกิดผลดีต่อคนยุค GEN C และประเทศชาติเสียด้วย



ในขณะเดียวกัน GEN C หลายคนออกมาต่อต้านภูมิปัญญาเดิมที่ขัดต่อความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัจจุบัน ด้วยเหตุผล GEN C ไฟแรงกว่า คิดเร็ว ทำเร็ว แชร์เร็ว เกิดผลเร็ว หนูเอ๋ย ผมเกิดในยุค GEN Y ผมก็โตมาพร้อมเทคโนโลยีที่เริ่มดีขึ้น โตมากับเพลงฮิบฮอบที่เริ่มติดหู แต่ที่ผมมีวันนี้ได้ ผมยังต้องอาศัยการถ่ายทอดความรู้จาก GEN X อยู่เลย หากหนูเข้าไปทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง หนูอาจจะเก่งที่สามารถหยิบจับอะไรก็ทำสำเร็จไปหมด เจ้านายภูมิใจ แต่มันก็มีหลายเรื่องอยู่ที่หนูยังไม่รู้ จำเป็นไหม ที่ต้องให้ผู้ใหญ่เขาสอนงาน สำหรับผม จำเป็นมาก หนูเอ๋ย ถึงหนูจะเก่งเทคโนโลยี อยู่ในโลกโซเชียลมีเดียเป็นครู อาจารย์ แต่ก็อย่าลืม ครู อาจารย์ GEN X เสียล่ะ เพราะเรามีวันนี้ได้เพราะเขา หลายคนที่ทำตัวเป็นแก้วน้ำที่ว่างเปล่า รอคอยให้ใครมาเติมน้ำให้เต็มอยู่ตลอด คนเหล่านั้นแหละถือว่าเก่ง อยู่เป็น และฉลาดมาก ขนาด Steve Jobs ยังบอกเลยว่า “จงทำตัวหิวกระหายตลอดเวลา จงทำตัวโง่ตลอดเวลา” เพื่อหนูจะได้เก็บเกี่ยวความรู้ และเก่งขึ้นยังไงละ ไม่มีหรอกนะ GEN C ที่จะเก่งได้ด้วยตัวเองหรือโดยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว อาจจะจริงสมัยนี้ เรียนจาก YouTube ได้ คนเก่งประสบความสำเร็จจากเจ้า YouTube นี่เยอะนะ แต่ถ้าหนูอยากเป็นเชฟ อยากทำอาหารเก่งๆเป็นเชฟไปแข่งขัน เชฟดังๆอย่างเชฟวิลเมนต์ ลีอองเชฟระดับโลก เขายังบอกเลย เรียนจากแค่ YouTube ไม่ได้ทำให้หนูเก่งขึ้นได้นะ เพราะหนูลงมือทำด้วยตัวเองกับการดูและฟังจาก YouTube แต่หนูไม่ได้มีโค้ช ที่มาโค้ชหนู จี้หนู ดุหนูแบบที่มันควรจะเป็น หากหนูมีพรสรรค์ทำอะไรได้แทบทุกอย่าง แต่ถ้าไม่มีคนจุดประกายมัน มันก็มองไม่เห็นพรสวรรค์ตรงนั้นหรอก มันก็เหมือนกับไฟแช็ก GEN C เป็นเชื้อเพลิง ส่วน GEN X, GEN Y ก็เป็นกลไกที่ทำให้เกิดประกายไฟ นี่สิถึงเรียกว่า GEN C ไฟแรงจริง ไม่ใช่ไฟแรงแต่ดันจุดไม่ติดเสียอย่างนั้น

 
About the Author
สุเทพ ศรีสมุทร์ (โจ)
ชายหนุ่มผู้ที่เคยคิดปลิดชีวิตตัวเอง กลายเป็นคนที่มีชีวิตเพื่อตัวเองและผู้อื่น จากเด็กที่โดนปฏิเสธทุกโอกาสในการแสดงความสามารถ เริ่มสร้างทุกโอกาสให้ตัวเอง ปัจจุบันบทบาทของเขาคือ Creative ใน Johjaionline
 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เคยไหม “เลิกกันไปแล้ว” กลับมาเจอหน้ากันอีกครั้งในวันที่ยังรักเขาอยู่… เธอเป็นอย่างไรบ้าง มีใครมาแทนที่เราหรือยัง เธอมีคนใหม่แล้วใช่ไหม? หรือเราจะเกิดมาเพื่อแค่รักกันจริงๆ
 
สภาวะที่กดดันและการต่อสู้กับอุปสรรคหลายอย่างในชีวิต เป็นเพียงแค่ขั้นตอน “ปิ้งขนมปัง” แต่เพียงเท่านั้น ถ้าเราสามารถผ่านมันไปได้ และไม่กลัวมัน มันจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นและใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งและภาคภูมิใจ