OPINION

เมื่อผู้ใหญ่คิดอย่างเด็ก...กับความสุขที่กลับคืนมา

วาริชไวรัลย์ ศรีไสย
12 ม.ค. 2561
ขณะที่เรากำลังขะมักเขม้นกับการสร้างความมั่นคงในชีวิต จนหลายครั้งปล่อยให้ชีวิตทุกด้านดู ‘จริงจัง’ เกินไป บทความนี้จะดึงความเป็นเด็กในตัวคุณกลับมา บาลานซ์กับประสบการณ์ที่สั่งสมในชีวิต เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า
 
ตื่นเต้นกับเรื่องรอบตัว
จงตื่นเต้นกับการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในชีวิต มันจะลบความน่าเบื่อออกไปจากชีวิตคุณ เช่น วันนี้ซื้อหนังสือใหม่มาอ่าน ร้านอาหารมีเมนูโปรดที่ไม่ได้ทานมานาน หรือได้ลองออกกำลังกายรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยทำ ฯลฯ
 
มีอารมณ์ขันอยู่เสมอ
การหัวเราะช่วยหลั่งสารโดปามีนที่ช่วยในการเรียนรู้และความจำ อีกทั้งยังสามารถลดความเครียดได้ด้วย นอกจากนั้นคนที่มีอารมณ์ขันใครก็อยากเข้าใกล้ มีเพื่อนมากมายตลอดเวลา
 
มองโลกในแง่บวก
ประสบการณ์ชีวิตอาจสอนให้คุณเข้าสู่สายดาร์ก ไม่ไว้ใจสถานการณ์ใดๆทั้งสิ้น แต่เชื่อเถอะมองบางมุมในแง่บวกสามารถทำให้คุณมีความสุขมากขึ้น มีความมั่นใจและกล้าเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ต่างๆได้ดีขึ้น
 
กล้าพูดความรู้สึกของตัวเอง
หลายครั้งเราซ่อนสิ่งที่ต้องการไว้ในกรอบที่ชื่อว่า ‘มารยาท’และ’ความเกรงใจ’ แต่สำหรับเด็กแล้วเขากล้าที่จะพูด กล้าเสนอความคิดเห็นออกไป บางทีการพูดตามที่ใจเราต้องการอาจจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายสำหรับผู้ฟังก็ได้...ลองดู!
 
มีความฝัน
สำหรับบางคนพออายุมากขึ้นจำยอมต้องทิ้งความฝันเพื่ออยู่กับความเป็นจริง แต่ลองค้นในใจดูว่า ยังมีฝันเล็กๆที่พอจะทำได้อยู่ไหม เสมือนว่าเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตในวันพรุ่งนี้ เช่นอยากเปิดร้านขายขนมในอนาคต อยากเรียนจัดดอกไม้วิชาชีพ เป็นต้น
 
พลังเกินร้อย
สมัยเด็กๆ เราวิ่งวุ่นแบบไม่เคยเหน็ดเหนื่อย เรียกได้ว่าพลังกายพลังใจเต็มร้อย แล้วทำไมตอนนี้เราถึงใช้ชีวิตได้เนือยๆล่ะ ลองตื่นเช้าในวันหยุดทำงานบ้าน ตอนเที่ยงไปช็อปปิ้งกับเพื่อน ตอนบ่ายไปฟิตเนส ตกเย็นทำอาหารกินกับครอบครัว ใช้ชีวิตคุ้มดีออก
 
มีความสร้างสรรค์
จำวันที่เราวาดรูปลงในสมุดเรียนได้ไหม มันอาจจะดูเป็นความสุขเล็กๆ แต่ถ้าประยุกต์กับการทำงานในปัจจุบัน พรีเซนเทชั่นที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ การอภิปรายโดยมีดนตรีประกอบ โต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยฟิกเกอร์น่ารักๆ ฯลฯ ยิ่งทำให้ชีวิตการทำงานมีแต่ความสนุก แล้วคุณจะไม่เกลียดวันจันทร์อีกเลย
 
ไม่หยุดที่จะเรียนรู้
วัยเด็กเราคือวัยเรียนรู้ อยากรู้อยากลองไปซะทุกเรื่อง ดังนั้นเมื่อเรามีอายุมากขึ้นหลายคนปิดกั้นตัวเองเพราะเชื่อว่าประสบการณ์สะสมมามากพอแล้ว แต่เชื่อเถอะไม่มีใครแก่เกินไปที่จะเรียนรู้
 
มองเรื่องจริงจังเป็นเรื่องสนุก
ไม่ได้ให้คุณเป็นคนเหลาะแหละ แต่อยากให้คุณเลิกซีเรียสจนเกินเหตุ สมัยเด็กเรามักสนุกกับสิ่งที่ทำโดยไม่ต้องมานั่งเครียดจนสมองจะแตก แล้วทำไมงานที่กองอยู่ตรงหน้าคุณไม่ค่อยๆแก้ปัญหา โดยคิดว่าว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของการท้าทาย แทนที่จะคิดว่ามันเป็นภาระล่ะ?
 
ร้องไห้แปบเดียวเดี๋ยวก็หาย
ตอนเด็กเราร้องไห้แค่แปบเดียวเดี๋ยวก็ลืม...แต่ตอนโตเป็นผู้ใหญ่ทำไมเราถึงจำฝังใจ ไม่เคยปล่อยผ่านไปได้บางครั้งเราถึงขนาดปล่อยให้ความผิดหวังเกาะกุมหัวใจจนไม่อยากทำอะไรต่อไป งั้นลองเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ร้องไห้จบจากนั้นก็ลุกขึ้นสู้ในวันใหม่ อะไรที่ผ่านไปแล้วช่างมัน ปล่อยผ่านแล้วเอาใหม่ ชีวิตจะได้ไปต่อ
 
ติดพ่อแม่และครอบครัว
ตอนเด็กเราแทบจะไม่ห่างจากพ่อแม่และครอบครัว แต่พอโตขึ้นอาจเนื่องด้วยงาน เพื่อน หรือ แฟน ทำให้เวลาที่ให้พ่อแม่มีน้อยลง ดังนั้นอย่าลืมกลับไปกินข้าวกับท่าน พาท่านไปเที่ยวบ้าง ใช้เวลาอยู่กลับท่านนานๆ แล้วจะรู้ว่าความสุขไม่ได้อยู่ไกลเลย
About the Author
Content Creator กร้านโลก ผู้มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง เชี่ยวชาญการผสมผสานชีวิตทั้งสองขั้วถ่ายทอดออกมาให้คนรอบข้างรู้สึกแกร่งได้อย่างน่าแปลกใจ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
วินาทีนั้นคำเตือนก็วิ่งเข้ามาในหัวฉันทันที ว่าอยู่ที่ญี่ปุ่นต้องไม่เข้าไปยุ่งกับพวกไอ้กอหรือยากูซ่าเด็ดขาด เพราะไอ้พวกนี้อันธพาล จะทำให้เราอยู่ไม่เป็นสุข 
ฉันนั่งมโนภาพไว้อย่างสวยงามว่าจะคว้าเงินแสนกลับบ้านมาให้พ่อแม่ อย่างที่เฮียดำพูดไว้ว่า...ถ้ามาทำงานฮ่องกงต้องได้เงินแสนกลับบ้านทุกคน และถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงฉันจะได้เก็บเงินส่วนหนึ่งไว้ลงทุนค้าขายอะไรสักอย่าง จะได้ไม่ต้องกลับมาขายตัวอีกต่อไป