OPINION

สิเมือไปอยู่ ‘อีสาน’ เฮ็ดหยังแม่? (เมื่อฉันเจอความเปรี้ยวชิค ณ อีสานใต้)

วาริชไวรัลย์ ศรีไสย
7 ส.ค. 2561
สิเมือเฮ็ดหยังแม่?
ฉันมีคำถามในใจเสมอ เมื่อแม่บ่นอยากกลับไปอยู่อีสานถิ่นเกิด (คุณแม่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.ราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ) ขณะที่ธุรกิจที่นี่(กรุงเทพฯ)ก็พอไปวัดไปวาได้ ส่วนตัวฉันเองก็ยังอินกับความเก๋ไก๋ในเมืองหลวง...ความโก้หรู หน้าที่การงานและเส้นทางสูงส่งที่ฉันวาดฝันไว้ช่างงดงาม สารภาพตามตรงเลยว่าฉันวางแผนเอาดีที่กรุงเทพไปจนตายในฐานะเด็ก GEN-Y ที่รักความสบายและความรื่นเริง ฉันคิดไม่ออกแม้แต่น้อยว่าอีสานจะตอบโจทย์ชีวิตในแง่ในได้บ้าง ถ้าพูดแบบดัดจริตคือ ‘มันไม่ฟูลฟีล’

และจุดพีคอยู่ที่ว่าคุณแม่ตัดสินอยากจะไปปลูกบ้านที่อีสานอย่างจริงจัง (อยากได้มาก!) ซึ่งนั่นหมายความว่าผู้กู้หลักคือตัวฉัน ถามว่าหนักไหม...หนักสิ! แต่ทำไงได้มีแม่อยู่คนเดียวนี่นา...ก็เลยหลับหูหลับตามองข้ามตัวเลขกู้ธนาคารราคาเจ็ดหลักไป จู่ๆบ้านหลังนี้ก็ตั้งตระหง่านท่ามกลางชนบทบนพื้นที่นาในจังหวัดศรีสะเกษ คำถามคือความฝันของเด็กคนหนึ่งที่อยากจะตั้งถิ่นฐานในเมืองหลวงล่ะ? ถ้าไม่ปังจริงๆ หรือถูกหวยรวยเบอร์ การจะมีบ้านอีกหลังในเมืองกรุงขณะที่เป็นหนี้บ้านที่อีสานไปอีก 30ปี มันยากนะ!


บ้านสไตล์อิงลิช-คอทเทจ ตั้งตระหง่านท่ามกลางชนบท อ.ราษีไศล สังเกตุทางขวานั่นคือยุ้งฉาง เข้ากันดีใช่ไหม?
 
‘สิเมือไปอยู่ ‘อีสาน’ เฮ็ดหยังแม่?’ แปลเป็นภาษากลางหมายความว่า “จะกลับไปอยู่อีสานทำไมอ่ะแม่” เชื่อไหมจู่ๆเราได้รับคำตอบนี้ เมื่อตอนกลับไปพักผ่อนในเทศกาลเข้าพรรษาที่ผ่านมา วันที่ฉันตามหาความเก๋ไก๋ของอีสานจนเจอ
 

หยิบบูทมาแมทช์กับสไตล์คัลเลอร์บล็อคพร้อมลุยนา
 
รันเวย์นาข้าวและฟร้อนโรว์แปลงหัวผัก
ฉันหยิบรองเท้าบูทไปนาของตัวเองครั้งแรก (พอใส่แล้วก็เปรี้ยวชิคแอบเป็นรันเวย์กุชชี่เบาๆ) ฉันเห็นความสวยงามของนาข้าวสุดลูกหูลูกตา นานี่แหละที่ผลิตข้าวหอมมะลิให้ทุกคนในครอบครัวได้กิน (คอนเฟิร์มว่าข้าวหอมมะลิบ้านเราหอมและนุ่ม) นอกเหนือจากกินเองเราก็ยังเอาเข้าโรงสีของคุณลุง ผลผลิตออกมาสามารถขายสร้างกำไรได้ด้วย และในพื้นที่เดียวกันนี้เองหลังจากฤดูปลูกข้าวไปสู่ฤดูหนาวชาวศรีสะเกษจะลงแขกกันปลูกหัวผัก (ที่นี่เรียกหอมแดงว่าหัวผัก) เราจะเห็นความเขียวสดชุ่มฉ่ำสุดลูกหูลูกตา ไคลแม็กซ์ของมันคือเพื่อนบ้านทุกคนจะสามัคคีลงแรงกันช่วยปลูก นาคนนู่นที คนนี้ที เที่ยงมาก็พากันกินต้มปลาข่อ (ปลาช่อนนา) ข้าวจี่และแจ่วปลาร้า (น้ำพริกปลาร้าตำ)แกล้มเหล้าเบียร์กันสนุกสนาน เป็นความสามัคคีที่ฉันมองว่า ‘เออ...มันสนุกดีแฮะ’
 

ผู้เขียนกับพ่อวัวตัวโปรดของลุง
 
สวนสัตว์เปิดราษีไศล
ความน่ารักของสังคมเกษตร นอกเหนือลุงๆป้าๆต้องพาวัวควายไปกินหญ้าที่นาทุกวัน...ทุกบ้านจะมีฟาร์มเลี้ยงสัตว์ขนาดย่อม ส่วนสวนของพี่ๆ จะมีฟาร์มไก่บ้านที่ขยันออกไข่ให้เราเอาไปเจียว ตัดภาพมาเป็นแม่เป็ดกับลูกๆที่เลี้ยงแบบเปิดในพื่นที่กว้างขวาง ฉันว่าเป็ดที่นี่รู้คุณนะ ฉลาด เลี้ยงปล่อยแค่ไหนก็ตามๆกันกลับบ้านมาเองได้...ส่วนตัวฉันชอบเมนูไข่เป็ดพะโล้ที่สุดเพราะไข่ที่เก็บสดๆจากเล้าช่างสด หอมหวานกินกับข้าวหอมมะลิร้อนๆค่อนข้างเริ่ดทีเดียว


พยายามจะไปเซลฟี่ แต่กลัวน้องวัวขวิด แถมสีเสื้อก็แสบทรวงเสียเหลือเกิน
 
เมื่อตามเสียงอื้ออึงไปดูในบ่อคุณจะเห็นน้องกบมากมาย บ้างก็ว่ายน้ำ บ้างก็เกาะกลุ่มทำหน้าแบ๊วอยู่บนฝาพลาสติกที่พี่ๆหย่อนลงไปในบ่อ ประหนึ่งว่าเป็นคอนโดขนาดย่อมให้น้องกบมานั่งเล่น ที่หมู่บ้านนี้กบเป็นอีกหนึ่งสัตว์เศรษฐกิจเราจะนำไปขายที่ตลาดทั้งตัวเมืองราษีไศลและส่งเข้ากรุงเทพฯ สร้างรายได้ให้กับครอบครัวมากโข คนกรุงเทพหลายคนอาจจะงงว่ากบเอาไปทำอะไรได้บ้าง ฉันขอท้าให้คุณได้กินกบทอดกระเทียมพริกไทย กบยัดไส้ และป่นกบ กินกับข้าวสวยร้อนๆ ถ้าคุณกล้าลองเราการันตีว่าคุณจะติดใจ


ฟาร์มกบเลี้ยงแบบธรรมชาติ คิ้วท์ๆ
 
ถัดไปที่กลางนา แม่ฉันขุดบ่อลึกลงไปแล้วเอาแม่พันธุ์ปลามาปล่อย มันจะมีช่วงที่เหล่าพี่สาวสูบน้ำเพื่อมารดสวน ส่วนบรรดาพี่ชายจะลงตมไปจับปลาข่อมาปิ้งกันสดๆร้อนๆ ส่วนปลาตัวเล็กตัวน้อย(เอาจริงๆฉันจำไม่ได้ว่าเขาเรียกปลาอะไรบ้าง) แม่จะเอามาทำปลาร้าพาสเจอร์ไรส์แล้วส่งขายกรุงเทพ บางครั้งเรานิมนต์พระมาฉันเพลปลากันถึงที่นาเลยทีเดียว โดยรวมเราว่ากิจกรรมนี้ในอีสานสนุกมากทีเดียว ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นตั้งเยอะ
 

ลองชิมเมนูกบยัดไส้ทอดกระเทียม รสชาติคล้ายเนื้อไก่แน่น แซ่บถึงพริกถึงขิง
 
เก็บเห็ดกับผี!
หน้าฝนบรรดาพี่ๆจะเข้าป่าตอนดึกเพื่อไปเก็บเห็ด หน้านี้เห็ดขึ้นชุมและอร่อยมาก มีทั้งเห็ดปลวก เห็ดระโงก เห็ดผึ้ง(ไปเปิดภาษากลางในกูเกิลเอาเองนะ จำไม่ได้!) ฯลฯ แทบทุกครั้งก็จะกลับมาเล่าเรื่องราวปาฏิหาริย์ เชื่อได้บ้างไม่ได้บ้าง เช่นไปเจอบ่อน้ำที่น้ำผุดขึ้นมาตลอดเวลา น้ำสะอาดกินได้แต่กินเสร็จต้องชมว่าอร่อยนะเพราะเจ้าที่เขาแรง ถ้าเจ้าที่พิศมัยเรามากๆก็จะมาเข้าฝันบางคนก็กลับไปขุดเจอทองคำก้อนก็มี หรือบางทีก็เล่าเรื่องหลงป่าแล้วมีวิญญาณผู้หญิงนำทางไปจนเจอทางออกได้ ซึ่งเอาจริงๆนะ...เชื่อได้รึเปล่าไม่รู้ แต่ที่รู้คือเวลานั่งฟังเขาเล่าในวงกับข้าวพร้อมซดแกงเห็ดไปด้วยยิ่งได้อรรถรส รู้สึกเหมือนอีสานมีเรื่องราวลึกลับแบบ E-San Horror Story สงสัยผีจะรักจังหวัดนี้ มาอยู่กันชุมเชียว มันได้ฟีลอบอุ่นและสนุกดีจัง
 

รวมมิตรเห็ดอีสาน เห็ดปลวก เห็ดระโงก เห็ดผึ้ง และเห็ดอะไรบ้างก็ไม่รู้ เยอะมาก
 
ออแกไนซ์จัดงานไหนก็ไม่ปังเท่างานแห่เทียนอุบลฯ
หากคุณอยากไปซึมซับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่งดงามระดับโลก ฉันแนะนำเทศกาลแห่เทียนที่อุบลฯ (จากราษีไศลไปสู่ จ.อุบลราชธานี ไม่ไกลเลย ) เราไปจับจองอัฒจันทร์กันตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ได้เห็นขบวนแห่เทียนทั้งชุดใหญ่ ชุดเล็ก หรือแบบติดพิมพ์ ซึ่งรถแห่แต่ละคันเป็นตัวแทนของทุกอำเภอในจังหวัดอุบลฯ แม้ว่าวันนี้ฝนตกเล็กน้อยแต่โคตรมีความสุข ความประณีตตระการตาของลวดลายต่างๆของเทียนบอกเล่าเรื่องราวทางพุทธศาสนาได้อย่างลึกซึ้ง ฉันทึ่งกับความสร้างสรรค์และความพยายามของชาวอุบลฯ แถมมาที่นี้เราได้เจอชาวต่างชาติมากมายที่สนใจในวัฒนธรรมไทย เราได้แลกเปลี่ยนเฟสบุกกับเพื่อนใหม่ชาวเบลเยี่ยม เยอรมัน อเมริกัน อังกฤษ ฯลฯ ปีหน้าเขาบอกอยากมาอีกฉันจึงอาสาให้เขามาพักฟรีที่บ้านของฉันได้เลย! ถือเป็นมิตรภาพจากชาวอีสานที่มีต่อเพื่อนต่างชาติคอเดียวกัน


ขบวนแห่เทียนเข้าพรรษา จังหวัดอุบลฯ รอบเช้างดงามตระการตามาก
 
อีกอย่างที่ฉันชอบในตัวเด็กวัยรุ่นที่นี่ ทุกคนแต่งตัวกันจัดหนักจัดเต็มขนสไตล์สตรีทแวร์มาตรึม ฉันเห็นบางคนใส่รองเท้า Van รุ่น Old Skool สุดเก๋ กับต่างหูสไตล์เดอะทอย มาพร้อมกางเกงวอร์ม Adidasสามแถบสาละวนเดินถ่ายรูปตามขบวนแห่เทียน เป็นภาพความผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมพื้นบ้านกับกลิ่นอายคนรุ่นใหม่อย่างลงตัว        


ผู้เขียนถ่ายรูปคู่กับเนตไอดอล ‘เจ๊ต๊อกแต๊ก ตำแรดแซ่บนัว’ สาวอุบลคนงามที่เปิดร้านส้มตำชื่อดังที่กรุงเทพ วันนี้นางมาเที่ยวงานแห่ฯ เช่นกัน
 
จากนั้นฉันและเพื่อนแว่บไปกินข้าวเที่ยงกันที่ร้านข้าวเปียกเส้น (คนอีสานเรียกก๋วยจั๊บญวนว่าข้าวเปียกเส้น) มาอุบลฯ ทั้งทีคุณต้องกินหมูยอ แหนมเนือง ก๋วยจั๊บญวน ไข่กระทะและขนมปังเวียดนาม ลองชิมก็ไม่ผิดหวังตามคำคุยเลย อร่อยมาก! รองท้องเพื่อรอการแสดงภาคค่ำบริเวณรอบทุ่งศรีเมือง


ไข่กระทะที่อุบลฯ หนึ่งในเมนูที่ผู้เขียนคอนเฟิร์มว่ารสเด็ด!
 
เมื่อการแสดงแห่เทียนรอบค่ำที่มาพร้อมกับแสงสีเสียงเราได้เห็นน้องๆนักเรียน นักเรียนอาชีวะและนักศึกษานาฏศิลป์จากสถาบันดังทั่วอีสานขนการแสดงมาโชว์กันอย่างเต็มที่ มีทั้งแบบอ่อนช้อยงดงาม แบบเท่ๆบอยๆ รวมถึงมีการแสดงสมัยใหม่จากบรรดา Drag Queen ที่เรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มท่ามกลางฝนที่ตกปรอยๆ ส่วนเหล่านางเทียนและนางรำหลายๆคนสวยมากทีเดียว หนุ่มๆก็ผิวแทนหล่อล่ำ เรียกได้ว่าเด็กอีสานเลือดใหม่คมคายยังกับนายแบบ-นางแบบ


น้องๆนางรำหน้าตาจิ้มลิ้มจากทั่วอิสาน มาร่วมทำการแสดงที่งานแห่ฯ
 
ฉันจำได้ว่าเพื่อนคนหนึ่งที่มาด้วยขับรถมาเพิ่งถึงตอนเช้าแล้วมาดูงานแห่ทันที อดหลับอดนอนมาครบ 24 ชั่วโมงเต็มๆ พูดกับฉันว่า “เฮ้ยโคตรดี! ไม่เสียดายเลยที่ข้ามน้ำ ข้ามทะเลอดนอนมาดู” ฉันอิ่มใจมาก ฝากขอบคุณพ่อเมือง ขอบคุณออแกไนซ์จัดงาน ขอบคุณน้องๆนางรำ และชาวอุบลฯ ทุกคนที่สร้างสรรค์งานนี้ขึ้นมา มันทำให้ฉันภูมิใจในเลือดอีสานของตัวเองมาก


ขบวนแห่ฯภาคค่ำ มาพร้อมกับแสง สี เสียงสุดอลังการ
 
กินเหล้าริมมูล
หากอยากสัมผัสชีวิตศิวิไลซ์ อีสานใต้สมัยใหม่ไม่ทำให้คุณผิดหวัง นอกจากร้านรวงและเซ็นทรัลอุบลที่เจริญไม่ต่างจากเซ็นทรัลปิ่นเกล้าแม้แต่น้อย คุณสามารถหาร้านนั่งชิล ร้านเหล้าปั่น ร้าน Food Truck-ปังปิ้งนมสดได้ง่ายทีเดียว เราเลือกจิบเหล้าปั่นที่แพริมแม่น้ำมูล มองทัศนีภาพรอบแม่น้ำ ‘นี่อีสานหรือเวนิช!’ ฉันยังคิดอยู่ อาหารที่นี้ค่อนข้างถูก และได้ปริมาณมาก ความใจดีของแม่ค้าหากพูดกันถูกคอหน่อย นางๆจะแถมนู่นนี่นั่นเยอะมากยิ่งถ้าเป็นนักท่องเที่ยวจากเมืองหลวง บรรดาแม่ค้าจะสวิตช์ตัวเป็น Pr จังหวัดโดยอัตโมมัติ นี่ยังติดใจกามิกาเซ่เพิ่มช็อทกับเมนูส้มตำหมูยอไร้แป้งใส่ปลาร้านัวๆ คิดแล้วฟิน


ทิวทัศน์ริมมูลโรแมนติกไม่แพ้ ‘เวนิช’ นะเออ!
 
ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ
อีกหนึ่งความภูมิใจในเลือดอิสาน ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษอร่อยมาก ฉันและเพื่อนขับรถไปอำเภอขุนหาญ เพื่อไปลุยสวนทุเรียนลุงเสริม ดินที่นี้เป็นดินภูเขาไฟเก่าค่อนข้างดีทีเดียว ปลูกได้ทั้งต้นยาง มะละกอ แก้วมังกร ลองกอง เงาะ สะตอ และไคลแม็กซ์คือทุเรียนภูเขาไฟ ฉันกับเพื่อนลองชิมแบบสดๆ พบว่ามันหอม หวาน กรอบนอก นุ่มใน ไม่เหม็นฉุนขึ้นจมูก เพื่อนสาวฉันลงทุนซื้อกลับบ้านทั้งหมด 5 ลูกไปปอกเอง(ลูกละ 5 โล ใหญ่มากกก!)  จนตอนนี้คุณเธอยังทักฉันมาอีกว่าเมื่อไหร่จะกลับบ้านอยากพรีออเดอร์ทุเรียนอีก


เมื่อผู้เขียนขอร้องให้เพื่อนแชะภาพคู่กับทุเรียนภูเขาไฟ ผลปรากฎว่ากล้องมือถือโฟกัสได้ดีเว่อร์ เอาซี่! ใครเป็นนางเอก
 
จากที่ฉันถามตัวเองเสมอว่าปลูกบ้านที่อีสานทำไม ปลูกแล้วจะได้มาอยู่เหรอ? คือตอนนี้ฉันดีใจมากที่มีบ้านอยู่ที่นี่ นั่นแสดงว่าแม่เข้าใจทุกอย่างมาตลอด แม่สร้างสะพานความสุขให้กับตัวฉันเสมอมา ยืนยันจากที่ครอบครัวเราที่ถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติ ความอบอุ่น ความสนุกสนานและเรื่องราวร้อยแปด ขณะเดียวกันฉันได้มีโอกาสซึบซับวัฒนธรรมอันงดงามที่ผสานกับศิวิไลซ์ไปในตัว กล้าพูดเต็มปากว่าวันหนึ่งจะกลับไปเป็นสาวอีสานกูตูร์! ภูมิใจในเลือดอีสานที่ข้นคลั่กยิ่งกว่าปลาร้าต่วง #ไว้โอกาสหน้าจะมาเล่าเรื่องไปเที่ยวงานบั้งไฟยโสธร(จังหวัดใกล้บ้าน)ให้ฟังนะ #อยากมาเที่ยวศรีสะเกษ-อุบลฯหรือยโสธรมาพักที่บ้านเราได้นะ...แต่ช่วยเราผ่อนบ้านด้วย แฮะๆ
 

ปิดท้ายด้วยท่าโพสเปรี้ยวๆกับริมผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแห่งอีสานใต้ที่น่าไปเยือน
About the Author
Content Creator กร้านโลก ผู้มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง เชี่ยวชาญการผสมผสานชีวิตทั้งสองขั้วถ่ายทอดออกมาให้คนรอบข้างรู้สึกแกร่งได้อย่างน่าแปลกใจ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ไม่ต้องกลัวว่ายุค 4G คนมัวแต่มองจอจนลืมคนทางบ้าน อีกนัยหนึ่งเทคโนโลยีอาจจะทำให้คุณกับพ่อแม่เข้าใจกันมากขึ้น คุณจะได้เห็นหลายมุมน่ารักๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อคุณพ่อคุณแม่เริ่มเล่นสมาร์ตโฟนเป็น
 
ในสายตาของใครหลายคนอาจมองว่าผู้หญิงอย่างพวกเราเป็นพวกมักง่ายรักสบาย  สนุกสนาน  ร่าเริงกับอาชีพที่ทำอยู่  คือสนองความใคร่แลกกับเงิน  แต่ลึกๆ ในหัวใจยังคงซ่อนไว้ด้วยความทุกข์  ความเจ็บปวดทุกวินาที