OPINION

วันแห่งความรักที่ไม่ใช่สีชมพู : Valentine Blues

สุรพร เกิดสว่าง
12 ก.พ. 2561
ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ลง เขาพึ่งโทรสั่งดอกกุหลาบราคาแพงในเช้าวันวาเลนไทน์ สีหน้าเขาดูงงและผิดหวัง เพราะคำสั่งดอกไม้ทั้งหมดไม่ได้มาจากเขาเอง หากมาจากแฟนสาว ที่สั่งให้เขาส่งดอกไม้ให้เธอไปยังที่ทำงาน
 
ชายหนุ่มนึก คงเป็นเพราะของขวัญวันวาเลนไทน์ที่เขาพึ่งให้เธอเมื่อวานนี้ ไม่ได้เป็นที่ถูกใจนัก หญิงสาวจึงต้องการดอกไม้เพิ่ม เขาจำได้ว่าหญิงสาวขอบคุณและไม่ได้ให้ความสนใจอะไรอีก ความหวังกระหยิ่มว่า เธอจะเอามือถือออกมาถ่ายภาพเพื่อโพสลงโลกโซเชียลอวดทั้งเพื่อนเธอและเพื่อนเขาในทันที ก็ไม่เกิดผล ดูเหมือนเธอจะสนใจรายการบนเมนูอาหารเสียมากกว่าด้วยซ้ำ
 
ส่วนชายหนุ่มเอง ก็ไม่ได้รู้สึกดีอะไรกับของขวัญราคาแพงที่หญิงสาวมอบให้นัก ไม่ใช่ว่าเพราะนิสัยเขาไม่ชอบของหรู หากเป็นเพราะเขารู้สึกด้อยไปทันที เนื่องจากของขวัญที่เขาให้เธอนั้นมีค่าเป็นตัวเงินต่ำกว่าของที่เธอให้มาก และนั่นทำให้สำหรับอาหารมื้อเย็นเมื่อวาน ทั้งสองเลือกที่จะ gossip เรื่องคนอื่นเป็นการหันเหความสนใจจากความอึดอัดบางอย่างที่มี ปล่อยให้ของขวัญทั้งสองชิ้น วางนิ่งอยู่ใกล้ขวดเครื่องปรุง
 
..สองชั่วโมงต่อมา ดอกกุหลาบช่อโตไปถึงที่ทำงานหญิงสาวเรียบร้อยแล้ว และเพื่อนๆในออฟฟิสดูจะตื่นเต้นชื่นชมกันมาก ที่เขารู้ดี ก็เพราะหญิงสาวโพสช่อดอกไม้นั้นลงในทั้ง Facebook และ Instagram ในทันที พร้อมกับตามมาด้วยจำนวนคลิก like ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆและ comment ทำนองแซวกึ่งชื่นชม 
 
แน่นอนว่า ในวันแห่งความรักนี้ ทั้งคู่ดูดีในสายตาคนทั่วไปจนเป็นที่อิจฉา เพียงแต่ว่า......    


 
วันวาเลนไทน์หรือวันแห่งความรัก เป็นวันที่มีความหมายพิเศษสำหรับหลายคน และอาจมีอารมณ์ผูกพันกับวันนี้มากกว่าวันปีใหม่ หรือวันเทศกาลอื่นๆของปีมากมายนัก หลายคนมองว่าวันวาเลนไทน์เป็นวันแห่งความสุขที่รอคอย บางคนถือโอกาสวันนี้เป็นวันบอกความรู้สึกที่ซ่อนไว้ และแน่ๆ หลายคนถือเป็นวันฉลองความรักที่กำลังเบิกบาน
 
แต่ถ้าหากวันวาเลนไทน์เป็นวันแห่งความรัก ทำไมเดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งวันวาเลนไทน์ เป็นเดือนที่มีสถิติหย่าร้างมากที่สุด  อีกทั้งเป็นเดือนที่มีการบอกเลิกมากที่สุดอีกด้วย
 
จากการศึกษาของ Arizona State University พบว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่คร่อมวันวาเลนไทน์ มีการเลิกกันมากกว่าปกติถึง 2.5 เท่า ส่วนงานวิจัยโดย Morse and Newberg บอกว่า 5.49 เท่า  อีกงานศึกษารายงานว่า ในเดือนกุมภา การบอกเลิกมีถึง 13% ของการบอกเลิกทั้งปี ในขณะที่อย่างเดือนเมษามีสัดส่วนแค่ 7.4% กันยา 4.2% พฤษจิกา 5.1% เท่านั้น  ส่วน CNN รายงานว่า หลังจากวันวาเลนไทน์ เว็บไซด์ Attorney.com ที่ให้บริการคำปรึกษาทางกฏหมาย มีเคสที่ขอปรึกษาเรื่องหย่าพุ่งสูงถึง 38% ในทันที และถือว่าวันที่ 15 กุมภา เป็นวันเริ่มต้นแห่งฤดูธุรกิจการหย่า เช่นเดียวกับเว็บ Findlaw.com ที่ให้คำปรึกษาทางกฏหมาย รายงานว่า การ search คำว่า divorce พุ่งสูงในเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงมีนาคม
 
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?
 
ในทางทฤษฎี  วันวาเลนไทน์อาจจะเป็นวันแห่งความรัก แต่ในทางปฏิบัติ มันคือวัน “วันนัดสอบ” หรือ หรือ วัน performance appraisal “วันประเมินผลประจำปี” ของคู่รักหลายๆคู่ ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม
 
วันวาเลนไทน์ต่างจากวันเทศกาลอื่นๆ  เราไม่ต้องหวังอะไรในวันปีใหม่ หรือวันสงกรานต์นอกจากหวังว่าจะได้รื่นเริง แต่สำหรับวันวาเลนไทน์ เป็นวันแห่งความคาดหมายและความหวัง ที่โยงลึกจนถึง ego และความเป็นตัวตน ซึ่งล้วนเป็นเรื่องเปราะบาง มีความเสี่ยงสูง  วันวาเลนไทน์จึงเป็นวันมีอิทธิพลต่อความสุขและความทุกข์มากที่สุดในบรรดาวันเทศกาลทั้งหมด
 
ด้วยเหตุนี้ วันวาเลนไทน์จึงกลายเป็น “วันนัดสอบ” ไปโดยปริยาย ซึ่งก็หนีไม่พ้นธรรมชาติของการเรียนและสอบ ที่บางคนตอนเรียนก็เรียนทำได้ดี ตอบคำถามได้ดี แต่พอชั่วโมงสอบกลับทำพลาด ไม่ต่างจากเรื่องของความรักที่ทำดีมาทั้งปี แต่มาเสียวันวาเลนไทน์ เพราะทำตัวให้ “ดูรักไม่พอ”
 
ในเมื่อหลายคนมองเห็นวันนี้เป็นวันสำคัญมาก จึงทำให้กดดันบังคับตนเองทำให้วันนี้เป็นวันสำคัญจริงๆขึ้นมาให้ได้ ตั้งแต่รีบบอกรัก หรือ ต้องการคำมั่นสัญญาบางอย่าง ทั้งที่ความสัมพันธ์ยังไม่ได้ไปถึง stage นั้น กลายเป็นเรื่องของ “forced demand ที่ out of sync” หรือ ยื่นความต้องการที่ไม่ได้สอดคล้องกับความพร้อมหรือสถานภาพที่เป็นอยู่ ทั้งนี้เพียงเพื่อให้ทัน “ฤกษ์ดีวันที่ 14 กุมภา” เท่านั้น
 
ปัญหาจะยิ่งมากขึ้น หากอีกฝ่ายไม่เห็นด้วย เป็นธรรมชาติของผู้หญิงและผู้ชายที่จะมองความสัมพันธ์ใน stage ที่ต่างกัน โดยผู้หญิงจะต้องการไปให้ดำเนินไปช้าๆ เพราะมีต้นทุนทางสังคมและสุขภาพสูงกว่า ในขณะที่ผู้ชายมักต้องให้ความสัมพันธ์พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว  นักจิตวิทยาด้านความสัมพันธ์บอกว่า อาการ out of sync นี้ อาจปรากฏให้เห็นในวันวาเลนไทน์เป็นพิเศษ ซึ่งจะทำให้วันแห่งความรักกลายเป็น วันแห่งความเครียด ไปในที่สุด
 
ความคาดหมายที่ไม่ตรงกัน ก็เป็นสาเหตุหลักอย่างหนึ่งของการสอบตกในวันที่ 14 กุมภา  บางคนหวังการฉลองที่สุดโรแมนติก แต่อีกคนแค่คิดว่าทานข้าวด้วยกันก็พอ บางคนรอของขวัญ แต่ได้มาแค่คำพูด บางคนอยากได้บรรยากาศขนาดที่อวดโลกโซเชียลได้ แต่แล้วก็ผิดหวังเพราะของคนอื่นดูดีกว่า
 
เราอาจผิดหวังเล็กๆกับของขวัญวันปีใหม่ และไม่คิดอะไรมาก นอกจากเก็บเข้าตู้ แต่สำหรับของขวัญในวันวาเลนไทน์นั้น หลายคนรู้สึกเป็นเรื่องซีเรียสกว่าของขวัญปีใหม่มาก อีกทั้งความรู้สึกผิดหวังก็ต่างจากของขวัญปีใหม่ ตั้งแต่ความหมายของของขวัญที่อาจจะดูไม่โรแมนติกพอ ไปจนถึงมูลค่าราคา ที่บางคนให้ความสำคัญ โดยเชื่อว่า “ราคาคือตัววัดปริมาณความรักของผู้ให้”
 
หากเปรียบเทียบกับ “dead weight loss” ในทางเศรษฐศาสตร์ หรือ มูลค่าทีี่เสียไปในของขวัญเพราะผู้ได้รับเห็นค่าน้อยกว่าราคาตัวเงิน แล้ว ของขวัญวันวาเลนไทน์มีความเสี่ยงสูงกว่าของขวัญปีใหม่มากมายนัก เพราะไม่ใช่แต่ตัวของขวัญเอง (physical present) ที่จะถูกมองว่าด้อยค่ากว่าราคาที่ซื้อหามาเท่านั้น หากตัวผู้ให้อาจจะดูด้อยค่าลงไปด้วย เกิดผลเสียตามมาหลังวันที่ 14
 
dead weight loss ในของขวัญวันวาเลนไทน์จึงเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำเท่านั้น แต่ยังมีความเสียหายที่ยังมองไม่เห็นในวันนั้น ซ่อนอยู่ในอนาคตข้างหน้าอีก
 
นั่นหมายความว่า การหาซื้อของขวัญวันวาเลนไทน์จึงมี ความเครียด ความเสี่ยง สูงกว่าการหาซื้อของขวัญวันปีใหม่มาก เลยทำให้หลายคนไม่ต้องการเสี่ยง โดยหันไปหาของขวัญเชิงสัญลักษณ์ที่ไม่มีประโยชน์ใช้สอยแทน อย่างเช่น ดอกกุหลาบ หรือ ช็อกโกแลต เพราะเสี่ยงน้อยกว่ามาก
 
แต่กระนั้นก็ตาม บางคนมองว่า สัญลักษณ์เหล่านั้นเป็นของโหล และต้องการของที่พิเศษส่วนตัวกว่า โดยลงทุนทุ่มเวลาและเงินในการหาซื้อของขวัญนั้น เพื่อแลกกับ return หรือความสัมพันธ์ที่ดี ทั้งที่โอกาสพลาดมีมาก นับเป็น “การลงทุน” ที่มีความเสี่ยงสูง ได้ผลตอบแทนต่ำ หรือ high rish- low return อันเป็นเงื่อนไขต้องห้ามในหลักการลงทุนทั่วไป
 
ส่วนที่เป็นผลตอบแทนต่ำ ก็เพราะ ทุกคนต่างคาดหมายสูงอยู่แล้ว  จึงไม่มีอาการ surprise มากมายอะไรถึงแม้จะได้ของถูกใจ เรียกว่าทำได้ดีสุดก็แค่เสมอตัว
 
โอกาสพลาดในวันวาเลนไทน์ยิ่งสูงขึ้นไปอีก หากฝ่ายหนึ่งใช้คนอื่นมาเป็นมาตราฐานเปรียบเทียบ ในโลกโซเชียลตั้งแต่เช้าวันที่ 14 ไปจนถึงช่วงดึก ภาพ ของขวัญ ดอกไม้ และการฉลอง ที่แต่ละคนต่างโพส ทำให้เกิดการเปรียบเทียบตลอดเวลา จนกลายเป็น benchmark ในการวัด คุณภาพของวันวาเลนไทน์ของแต่ละคนไปโดยปริยาย โดยหากคู่อื่นดูโรแมนติกว่าคู่เรา ก็จะรู้สึกแอบผิดหวัง  และวันที่ 14 กุมภา คงไม่มีใครโพสไปในทางลบ  ดังนั้น จึงเป็นไปได้ว่า คู่ไหนๆก็ดูโรแมนติกกันทั้งนั้น
 
สำหรับคู่รักที่มีปัญหามาก่อนแล้ว วันวาเลนไทน์เป็นวันที่นักจิตวิทยาบอกว่าอาจ “ฟางเส้นสุดท้าย” หรือเป็นตัว catalyst กระตุ้นให้ระลึกถึงปัญหาจนลุกลามใหญ่โต เข้าทาง catalyst hypotheis นั่นคือ หลายเรื่องที่ทนๆกันมา อาจไม่ขอทนอีกต่อไปแล้วในวันนี้ เพราะถูก trigger หรือจุดชนวนจากบรรยากาศดีๆของคู่รักรายอื่น ไปจนถึงบรรยากาศของเมืองที่อบอวลไปด้วยสีแดงและสีชมพูแห่งความรัก ที่ดูขัดแย้งกับบรรยากาศอึมครึมของความสัมพันธ์ที่ดำเนินอยู่
 
ปัญหาทั้งหมดนี้ มีวิธีแก้ได้ด้วยประโยคเดียวคือ “อย่าไปให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์ให้มากนัก” - เท่านั้นก็จบ 
 
สัจธรรมที่ดูขัดแย้งกันก็คือ คู่ที่ดูแลกันทุกวัน และไม่ได้ให้ความสำคัญกับวันนี้มาก นอกจากมองเป็นเพียงเทศกาลสนุกๆวันหนึ่งบนปฏิทิน จะผ่านวันนี้ไปได้ด้วยดี สมกับเป็นวันแห่งความรัก
 
ส่วนคู่ที่เอาจริงเอาจังกับวันนี้ มีความคาดหมายสูง กลับจะหาความสุขจากวันนี้ได้ยาก 
 
และที่สำคัญ  อาจจะหาความสุขต่อจากวันนี้ได้ยากอีก เพราะคู่ทีซีเรียสกับวันวาเลนไทน์นี้เอง ที่ทำให้เดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนที่มีการเลิกรากันมากที่สุดของปี
About the Author
background จากการศึกษาและทำงานด้าน การเงินการธนาคาร เศรษฐศาสตร์ และ IT เชื่อว่าคนเราสามารถหาความสุขได้ง่ายๆจากความอยากรู้อยากเห็นและความสงสัย นอกจากการอ่านและเขียนแล้ว เขาใช้ชีวิตกับกิจกรรม outdoor หลากหลายชนิด
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
สมัยนั้นการพาชีวิตไปถึงญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องผ่านเส้นทางน้ำกามแต่ละประเทศ จนเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง
หนึ่งในประเทศที่มีเอกลักษณ์ทางทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่โดดเด่น เป็นประเทศอารยธรรมแห่งลุ่มแม่น้ำไนล์  นั่นคือ “อียิปต์”