OPINION

“ร้านเพื่อน” เพราะเราทุกคนล้วนต้องการมีพื้นที่ยืนในสังคม

หัสสยา อิสริยะเสรีกุล
24 มิ.ย. 2560
เคยไหมคะ ที่เดินไปตามท้องถนน แล้วสังเกตเห็นคนที่ดูไม่ปกติ แต่งตัวสกปรก มอซอ เดินคุยกับตัวเอง แล้วก็พลันเรียกพวกเขาในใจว่า นี่คือคนบ้า แพรวเป็นคนนึงที่เคยเห็นบ่อยๆ แล้วก็นึกกังวลอยู่ในใจเสมอ ว่า เอ… แล้วเขาจะเข้ามาทำร้ายเราหรือเปล่า เราควรจะต้องรีบเดินหนีให้ไกลจะดีกว่า แต่ว่าวันนี้ ความคิดแบบนั้นทั้งหมดของแพรวได้เปลี่ยนไปแล้วค่ะ พวกเขาเหล่านั้นก็แค่คนที่มีอาการป่วยในรูปแบบหนึ่งเท่านั้น หากว่าพวกเขาได้รับการรักษา และได้รับยาอย่างถูกต้อง พวกเขาก็จะดีขึ้น หรือกระทั่งหายขาดเลยก็เป็นได้ค่ะ
 
เมื่อประมาณสองสัปดาห์ก่อน แพรวมีโอกาสได้ไปถ่ายรายการที่ “ร้านเพื่อน” (รายการในเจาะใจออนไลน์นี่แหละค่ะ ในคอลัมน์ The Lounge) ซึ่งเป็นร้านค้าที่อยู่ภายในโรงพยาบาลศรีธัญญา ซึ่งที่ร้านเพื่อน จะถูกแบ่งออกเป็นส่วนร้านกาแฟ ส่วนร้านขายของเบ็ดเตล็ด ของทำมือ  ส่วนร้านเบเกอรี่ ร้านล้างรถ และอื่นๆ แต่ที่สำคัญก็คือ พนักงานทั้งหมดในร้านเพื่อน เป็นผู้ป่วยจิตเวชค่ะ



แพรวได้พูดคุยกับพี่สุรีย์ ซี่งเป็นหนึ่งในนักสังคมสงเคราะห์ที่คอยดูแลผู้ป่วยจิตเวช ทั้งให้คำปรึกษาเรื่องโรค เรื่องการรักษาตัว และการใช้ชีวิตกับบุคคลภายนอก ประหนึ่งว่าเป็น “แม่” ของผู้ป่วยทุกคน นั่นทำให้แพรวได้เข้าใจว่า ผู้ป่วยจิตเวช หรือที่เราๆเรียกกันว่าคนบ้านั้น เขามีด้านที่ไม่แตกต่างอะไรกับคนธรรมดาอย่างเราๆเลย เขามีความรู้สึก มีการรับรู้ และมีความ “พยายาม” ที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต่างจากพวกเรา ผู้ป่วยบางคนเดินเข้ามารักษาด้วยตัวเองเพราะอยากจะหาย บางคนก็มีญาติพามา แต่อย่างไรก็ตาม ทุกคนมาที่โรงพยาบาลและร้านเพื่อนแห่งนี้ มาด้วยเหตุผลเดียวกัน นั่นคืออยากจะหายป่วย อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น ถ้าจะบอกว่าที่โรงพยาบาลคือการรักษาภายในร่างกายด้วยการให้ยา ที่ร้านเพื่อนก็เป็นเหมือนการรักษาภายนอก ทั้งฝึกทักษะการทำงาน การเข้าสังคม การจัดการกับอารมณ์ เพื่อให้ผู้ป่วยพร้อมที่จะกลับไปสู่โลกภายนอกมากยิ่งขึ้น



แพรวมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ป่วยจิตเวชอีกหลายคน ที่ถ้าไม่บอกว่าพวกเขาคือผู้ป่วย แพรวคงไม่รู้แน่ๆ แทบทุกคนมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นดีมาก จะเรียกว่าปกติ 100% ก็ยังได้ เพียงแต่ว่า พวกเขาอาจจะดูเป็นคนเขินอายสักหน่อย รวมถึงยังต้องมีวินัยในการดูแลตนเองให้ทานยาอย่างสม่ำเสมอ และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่พวกเขาอยากได้ ก็คือการได้โอกาสจากสังคมนี่แหละค่ะ การได้ออกไปใช้ชีวิตเยี่ยงคนปกติ คือการรักษาพวกเขาเหล่านี้ได้ดีที่สุด

ที่แพรวกล้าพูดได้เลยว่า พวกเขาคือคนปกติ เพราะว่าผู้ป่วยสองคนที่แพรวได้พูดคุยอย่างใกล้ชิด เค้าน่ารักมากๆค่ะ คนแรกเป็นคนชงและเสิร์ฟกาแฟ เค้าพูดคุยและรับออเดอร์จากลูกค้าได้ไม่มีตกหล่น รับเงิน ทอนเงินได้ไม่มีปัญหา แถมยังเป็นคนชงเครื่องดื่มทุกแก้วด้วยตัวเอง พอถามว่าเค้าอยากเอาเงินที่เก็บหอมรอมริบทุกวันนี้ไปทำอะไร เค้าก็ตอบทันทีว่า เอาไปช่วยเหลือครอบครัว ให้พี่สาวได้เอาไปสร้างบ้าน และยังเล่าถึงเรื่องราวในอดีตว่า ตนเองเคยรู้สึกเป็นส่วนเกินของครอบครัว ที่พี่สาวต้องมาคอยดูแล แต่ทุกวันนี้ เค้าสามารถมีส่วนช่วยเหลือครอบครัวได้แล้ว ด้วยค่าจ้างวันละ 300 บาท บวกสวัสดิการคนพิการอีกเดือนละ 800 บาท อย่างไรก็ตาม บัญชีของผู้ป่วยที่ถือว่าเป็นพนักงานในร้านเพื่อน จะถูกเก็บภายใต้ชื่อบัญชีของผู้ป่วยเอง แต่จะมีทีมนักสังคมสงเคราะห์เป็นผู้ถือสมุดบัญชีให้ ถ้าอยากเอาเงินไปทำอะไร ก็ต้องผ่านตานักสังคมสงเคราะห์ก่อน เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่า พวกเค้าจะไม่ถูกหลอกเอาเงินไปทำอะไรที่ไม่ถูกไม่ควร



ส่วนอีกหนึ่งคน เป็นพนักงานในร้านเบเกอรี่ที่เดินเข้ามารับการรักษาด้วยตนเอง รวมถึงยังเดินเข้ามาสมัครงานที่ร้านเพื่อนด้วยตนเองจากความชอบทำขนมในวัยเด็ก เธอเล่าให้ฟังว่า เธอมีลูกสองคนในวัยเรียนที่ต้องดูแล และทุกวันนี้ อาการเห็นภาพหลอนของเธอก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จากการทานยาอย่างสม่ำเสมอ และจากการช่วยเหลือของนักสังคมสงเคราะห์รวมถึงทางโรงพยาบาล ทำให้เธอรู้สึกว่าที่นี่เป็นเสมือนบ้านอีกหลัง
 
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่สร้างความประหลาดใจให้กับแพรวและทีมงานทุกคน นั่นก็คือการได้รับรู้ถึงสามสาเหตุสำคัญของโรคจิตเวช นั่นก็คือ

1. การใช้ยาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดมกาว ที่ส่งผลโดยตรงต่อระบบประสาทและสมอง มีผู้ป่วยจำนวนมากที่เดินเข้ามารักษาด้วยตัวเอง หรือญาติพามา มีทั้งอาการประสาทหลอน ทำร้ายคนรอบข้าง และเห็นภาพซ้อน

2. การใช้ยาลดความอ้วน ข้อนี้ถือเป็นข้อที่แพรวและทีมงานประหลาดใจที่สุด พี่สุรีย์บอกว่า ยาลดความอ้วนตามท้องตลาดนั้น มีส่วนผสมที่แตกต่างกันออกไป แม้แต่ อย. ปลอม ก็ยังมีเลย ไม่แปลกที่จะพบว่ายาลดความอ้วนหลายยี่ห้อดัง จะมีส่วนผสมที่มีฤทธิ์ในการกดประสาท ผู้ป่วยจำนวนมากที่มารักษาตัวที่นี่ ใช้ยาลดความอ้วนอย่างต่อเนื่องจนมีอาการเห็นภาพหลอน ไม่ต่างอะไรกับฤทธิ์ของยาเสพติดเลย
และสุดท้าย

3. การดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเกินขนาด นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ถ้าแพรวไม่ได้ยินจากปากของผู้เชี่ยวชาญ ก็คงไม่สามารถทราบได้ว่าผลข้างเคียงของเครื่องดื่มชูกำลังที่มากเกินไป จะมีอันตรายต่อระบบประสาทและสมองโดยตรงถึงเพียงนี้
 
วันนี้ เราคงต้องลองเช็กตัวเอง และคนที่เรารักหน่อยแล้วนะคะ ว่ามีใครมีพฤติกรรมข้องเกี่ยวกับสามข้อข้างต้นหรือไม่ ถ้ามี คงต้องช่วยดึงกันออกมา



ที่สำคัญ ทางร้านเพื่อนยังฝากมาบอกด้วยว่า ยินดีรับความช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธาทุกคน สิ่งที่ทางร้านอยากได้มากที่สุด ณ ตอนนี้ ก็คือเครื่องชงกาแฟแบบสองหัว เพื่อให้พนักงานที่ร้าน สามารถทำงานฝึกทักษะเช่นนี้ได้ต่อไป เนื่องจากเครื่องที่ใช้ทุกวันนี้เป็นแบบหัวเดียว และค่อนข้างเก่า  อีกทั้งงบประมาณจากกองทุนที่ดูแลอยู่ก็ไม่เพียงพอค่ะ  ใครสนใจสามารถติดต่อไปได้นะคะ ที่มูลนิธิโรงพยาบาลศรีธัญญาค่ะ
 
สุดท้าย ถ้าอ่านบทความนี้จบแล้วยังนึกภาพไม่ออก ว่าผู้ป่วยจิตเวชจะเป็นบาริสต้า จะทำเบเกอรี่ งานฝีมือ หรือล้างรถให้ท่านได้อย่างไร ขอเชิญมาพิสูจน์และให้กำลังใจพวกเขาได้ที่ร้านเพื่อนนะคะ เค้าเปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลาราชการค่ะ
 


 
About the Author
เป็ดที่ผ่านงานในวงการบันเทิงมาแล้วทุกแบบ ทั้งนักร้อง นักแสดง พิธีกร ดีเจ นักพากย์.. แต่ตอนนี้กำลังสนุกกับบทบาทใหม่ในฐานะพิธีกร New Gen ของเจาะใจ พ่วงด้วยบทบาทเบื้องหลังใน Johjaionline.com แบบเต็มตัว
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นออกแคมเปญ Premium Friday หรือวันศุกร์คุณภาพ ที่อนุญาตให้พนักงานในบริษัทต่างๆ เลิกงานได้ตั้งแต่บ่ายสามโมงเพื่อเอาเวลาไปทำอย่างอื่น และหวังว่าจะได้ลดความเครียดในการทำงานลง หลายหน่วยงานออกมาสนับสนุนนโยบายนี้
 
ถ้าพูดถึงวงการเพลงของเกาหลีใต้แล้ว "การเต้น" ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดสำหรับการเป็นศิลปิน (มากกว่าการร้องเพลง) เราจะสังเกตเห็นได้ชัดจากแทบทุกศิลปินที่ปล่อย MV ออกมา จะต้องมีสองเวอร์ชั่นเสมอ  คือหนึ่งเวอร์ชั่นเนื้อเรื่อง และสอง เวอร์ชั่นเต้น