OPINION

คำว่า “โอกาส” มีค่ากับคุณมากแค่ไหน?

หัสสยา อิสริยะเสรีกุล
17 เม.ย. 2560
คนบางคนเกิดมาพร้อมโอกาสรายล้อม หากแต่ไม่เคยใช้โอกาสเหล่านั้นให้คุ้มค่า บางคนแค่เข้าใกล้คำว่า “โอกาส”ยังไม่มีแม้แต่ “โอกาส”

การได้คุยกับ “พี่เจ๋ง”และ "พี่จ่อย" (นามสมมุติ) นักโทษคดียาเสพติดที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง วัย 29 และ 36 ปี ทำให้รู้สึกว่า “โอกาส” คือสิ่งที่มีค่าต่อคนที่นี่มากที่สุด พี่เจ๋งอยู่ที่นี่มาแล้ว 4 ปี และยังคงต้องอยู่ต่อไปอย่างน้อยๆอีกประมาณ 6 ปี ส่วนพี่จ่อยอยู่มานานกว่า และยังต้องอยู่ต่อไปอีกสิบกว่าปีเป็นอย่างต่ำ ทั้งคู่ถูกจับด้วยคดียาเสพติด ในปริมาณของกลางที่ต่างกัน ทำให้โทษจำคุกต่างกัน ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทั้งพี่เจ๋งและพี่จ่อยกำลังยอมรับผลในการกระทำ และพยายามที่จะใช้ “โอกาส” ที่มีอยู่อย่างจำกัดในทัณฑสถานแห่งนี้อย่างคุ้มค่าที่สุด ทั้งคู่พยายามที่จะทำทุกๆวันให้มีค่า เพื่อเป็นกำลังใจให้กับตนเองในการก้าวต่อไปให้ได้มากที่สุด
 
พี่เจ๋งมีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักร้อง เขาได้รับ"โอกาส" ในการเป็นนักร้องนำของวงดนตรีที่นี่ เคยมีโอกาสร้องเพลงให้สมาชิกคนอื่นๆกว่าเจ็ดพันเจ็ดร้อยคน ในสิบสองแดนของฑัณทสถานกลางแห่งนี้ รวมถึงผู้คุม ได้ฟังหลายต่อหลายครั้ง ส่วนพี่จ่อยนั้น ถือว่าเป็นนักเต้นเชียร์ลีดเดอร์ปอมปอมตัวพ่อ (หรือจริงๆจะเรียกว่า ตัวแม่ ก็ดูจะเหมาะกับบุคลิกของพี่จ่อยมากกว่า) ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ท่าเต้นยากๆที่เราเห็นกันในทีวีเวลามีประกวดปอมปอมเชียร์ลีดเดอร์ จะท่าตีลังกา ขาเดี่ยว ขาคู่ ต่อตัวสามชั้นสี่ชั้น พี่จ่อยทำได้ทั้งนั้น และยิ่งไปกว่านั้น ตลอดระยะเวลาหลายปีที่อยู่ที่นี่ เขาได้ถ่ายทอดวิชาเหล่านี้ให้กับสมาชิกคนอื่นๆ โดยมีความหวังว่า ทักษะเหล่านี้อาจสามารถสร้าง "โอกาส" ให้พวกเขา ในวันที่ได้ก้าวกลับออกไปใช้ชีวิตจริงข้างนอกตามเดิม
 
ที่ข้างนอก... คำว่า "โอกาส" สำหรับบุคคลที่เคยได้ชื่อว่าเป็น"คนคุก" อย่างพวกเขานั้น... หายากเหลือเกิน
 
เขาทั้งคู่พยายามที่จะพัฒนาตนให้เป็นคนดีขึ้นในทุกๆด้าน พี่เจ๋งเล่าว่า นักโทษที่นี่ถูกแบ่งออกเป็น 6 ระดับชั้นตามความประพฤติ นั่นก็คือ นักโทษชั้นเลวมาก นักโทษชั้นเลว นักโทษชั้นกลาง นักโทษชั้นดีนักโทษชั้นดีมาก และ นักโทษชั้นเยี่ยม นั่นคือชั้นที่พี่เจ๋งและพี่จ่อยอยู่ในตอนนี้ นักโทษทุกคนเมื่อแรกเริ่มถูกส่งตัวเข้ามาที่นี่ จะถูกให้ระดับเท่ากันเป็นนักโทษชั้นกลาง การจะได้เลเวลอัพ หรือ เลเวลดาวน์นั้น ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของตนเองล้วนๆ ถ้ามีเรื่องชกต่อย จลาจล จะถูกปรับระดับลงทันที แต่ถ้าทำตัวดี ไม่สร้างเรื่อง ช่วยงานผู้คุมสม่ำเสมอ ก็จะได้อัพเลเวลขึ้นไปเรื่อยๆ และจะสามารถคงสถานะอยู่ที่ นักโทษชั้นเยี่ยมได้อย่างต่อเนื่อง
 
ชั้นของนักโทษ มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อ “โอกาส” ที่นักโทษแต่ละคนจะได้ก้าวเท้าออกไปจากที่นี่ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อถึงช่วงอภัยโทษของปีที่แล้ว นักโทษชั้นเยี่ยม จะได้ลดเวลาการจองจำลง 5 วันต่อโทษการจองจำ 1 เดือน เท่ากับว่า ถ้าโทษของเขาคนนั้นคือ 1 ปี เขาจะได้ลดวันจองจำลงไปถึง 60 วัน หรือเทียบเท่า 2 เดือน และจะทำให้วันจองจำของเขา เหลือเพียง 10 เดือน
 
และนั่น.. ก็หมายความว่า ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามการคำนวณอย่างคร่าวๆของพี่เจ๋ง จากโทษจองจำ 6 ปีของเขา ก็จะได้ลดลงเหลือเพียง 5 ปีเท่านั้น
 
นอกจากนี้ ระดับชั้นของนักโทษ ยังมีผลต่อการได้รับสิทธิที่ญาติจะได้เข้าพบอย่างใกล้ชิด กล่าวคือ นักโทษชั้นดีขึ้นไปเท่านั้น จึงจะมีสิทธิได้พบกับบุคคลในครอบครัวที่ตนคิดถึงแบบหน้าชนหน้า สามารถโอบกอด ไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบ ให้สมกับความคิดถึงได้ แต่สำหรับนักโทษชั้นกลางลงไป จะมีโอกาสได้พบหน้าญาติผ่านลูกกรงกระจก และได้ยินเสียงกันผ่านการยกหูโทรศัพท์ภายในเท่านั้น ไม่แปลกที่นักโทษหลายๆคนพยายามกลับตัวกลับใจ และพยายามอัพเวลของตนอยู่ตลอดเวลา
 
นักโทษเหล่านี้คือคนที่พร้อมกลับตัวกลับใจและไขว่คว้า “โอกาส” ที่จะได้ออกไปจากที่นี่และเริ่มต้นชีวิตใหม่
 
ในขณะเดียวกัน ก็ไม่แปลกที่นักโทษบางคนจะรู้สึกว่า การได้ออกไป หรือต้องติดอยู่ที่นี่ พวกเขาก็ไม่มี “โอกาส” ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่อยู่ดี เพราะรู้สึกว่า ไม่สามารถเปลี่ยนเเปลงชีวิตให้ดีขึ้นกว่านี้ได้อีกแล้ว
บางคนเวียนว่ายเดินเข้าออกทัณฑสถานกว่าสิบครั้ง บ้างก็ได้ออกไปใช้ชีวิตข้างนอกหลายเดือนแล้วก็ถูกจับกลับเข้ามาใหม่ บ้างก็ได้ออกไปเพียงสามวันก็มี
 
ทั้งพี่เจ๋งและพี่จ่อยบอกว่า 30% ของคนที่ได้ออกไปจากที่นี่ วนเวียนกลับเข้ามาสู่วงจรนี้ทั้งนั้น และเหตุผล ก็มีอยู่เพียงข้อเดียว นั่นก็คือจิตใจ.. ที่ไม่แข็งแรงพอ
 
วงจรชีวิตเดิม สังคมเดิม บ้านหลังเดิม ผู้คนรอบตัวเดิม... สิ่งเหล่านี้คืออุปสรรคที่ คน 30% นั้น ไม่สามารถก้าวผ่านไปได้
 
 
เคยมีคำกล่าวที่ว่า คนๆนึงติดคุก ไม่ได้หมายความว่าเขาคนนั้นถูกจองจำคนเดียว หากแต่ได้ลากเอาครอบครัวเข้าไปด้วย จนเกิดบาดแผลทางความรู้สึก ที่คนที่ถูกจองจำได้สร้างให้กับบุคคลในครอบครัว จะโดยตั้งใจ หรือไม่ก็ตาม..
 
ช่วงเวลาสั้นๆที่ได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศภายในที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางแห่งนี้ เปลี่ยนทั้งความคิดและความรู้สึกของคนๆนึง ในฐานะผู้เยี่ยมชมสถานที่ และผู้ที่เคยมีอคติกับคำว่า “คนคุก” มากเหลือเกิน
 
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคนบางคนไม่คู่ควรกับ “โอกาส” จากสังคมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
 
แต่.. จากสิ่งที่ได้สัมผัสได้ฟังได้เห็นจากทั้งพี่เจ๋งพี่จ่อยและผู้คุมหลายๆท่าน ทำให้มั่นใจว่ายังมีกลุ่มคนในนั้นจำนวนไม่น้อยที่สมควรได้รับ “โอกาส”จากคนในสังคม
 
“โอกาส” ที่จะได้แก้ไขในความผิดพลาด
 
“โอกาส” ที่จะได้กลับไปเจอหน้าครอบครัว
 
และ “โอกาส” ที่จะบอกเล่าประสบการณ์ชีวิตให้กับคนรุ่นหลังว่าความคึกคะนองและการหลงผิดเพียงชั่วครู่อาจนำพามาซึ่งการหมดโอกาส “ทั้งหมด” ในการใช้ชีวิต
 
ยาเสพติดไม่เคยให้คุณกับใคร แต่หากวันนึงได้หลงผิดไปแล้ว คงจะดีถ้ามีใครบางคนดึงมือขึ้นมาได้ทันท่วงที
 
พี่เจ๋งและพี่จ่อยย้ำอีกครั้งก่อนจบการสนทนาว่า
 
“พวกเราขอแค่เพียงโอกาส ส่วนที่เหลือ เราจะพยายามทำให้ดีเอง”
About the Author
เป็ดที่ผ่านงานในวงการบันเทิงมาแล้วทุกแบบ ทั้งนักร้อง นักแสดง พิธีกร ดีเจ นักพากย์.. แต่ตอนนี้กำลังสนุกกับบทบาทใหม่ในฐานะพิธีกร New Gen ของเจาะใจ พ่วงด้วยบทบาทเบื้องหลังใน Johjaionline.com แบบเต็มตัว
แกลลอรี่รูปภาพ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
นึกภาพตามนะคะ นี่คือรายการวาไรตี้ ตลกโปกฮา จู่ๆมีดราม่าพี่อ้อยพี่ฉอดซะงั้น
พยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อให้นางรู้สึกดีขึ้นยังไงก็ไม่เป็นผล แต่.. ยังไม่ทันที่ฉันจะไปต่อ ก็มีสายโทรเข้ากลางรายการ
มนุษย์อาจจะเคยชินกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ทั้งพระอาทิตย์ตกดิน หรือแสงจันทร์ยามค่ำคืน แต่แท้ที่จริงแล้วมันมีความหมายอยู่ในตัวมันเอง