OPINION

ภัยจาก “ฝันร้าย”

สุเทพ ศรีสมุทร์
6 มี.ค. 2562
หลายคนเคยประสบพบเจอกับการ “นอนฝันร้าย” แล้วสะดุ้งตื่นขึ้นมายามดึกพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรง ซึ่งมีตัวเลขวิจัยยืนยันออกมาว่า มีคนมากถึง 90% ที่เผชิญกับโรคนอนฝันร้าย ในบางรายอาจถึงขั้นนอนกัดฟัน ซึ่งการนอนกัดฟันนั้นก็ไม่ใช่เรื่องปกตินัก แต่เป็นภัยร้ายที่มาพร้อมกับการนอนฝันร้ายของเรานี่เอง…



ผลวิจัยหนึ่งปรากฏว่า บางครั้งการที่เรานอนฝันร้ายอาจเป็นผลดีกับเรา เพราะว่ามันช่วยกระตุ้นให้เราได้ใช้สมองเผชิญกับภาวะความตึงเครียด เคยเป็นไหมบางครั้ง เราอาจจะเก็บเรื่องราวที่พบเจอระหว่างวัน เก็บมานอนฝันยามค่ำคืน ไม่ว่าเรื่องนั้นจะถูกจัดเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ก็ตาม ถ้าหากใจเราจดจ่อและคิดอยู่กับอะไรมากๆ เชื่อได้เลยว่า จะต้องมีส่วนหนึ่งไม่มากก็น้อยที่เราจะเก็บเรื่องเหล่านี้ไปนอนฝัน นั่นก็เพราะว่า สมองจะทำงานโดยการสร้างสถานการณ์ที่เข้ากันได้กับความรู้สึกของเรา บางครั้งสมองมนุษย์ก็เรียนรู้ที่จะกลัวบางสิ่ง ในขณะที่สิ่งนั้นอาจจะยังไม่ได้ทำอะไรเราเลยด้วยซ้ำ

เราคิดว่าการฝันร้ายจะตามมาซึ่งสิ่งที่ไม่ดี และก็มีความเชื่อตามธรรมะประเพณีต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคำบอกเล่าบอกต่อที่ว่า ในขณะที่เราหลับและฝันตั้งแต่เวลา 22:00 น. จนถึงเวลา 02:00 น. หากหลับและเกิดฝันขึ้นในช่วงเวลานี้ นั่นแปลว่าฝันนี้จะเป็นจริงภายใน 1-3 เดือนข้างหน้าอย่างแน่นอน แต่ในความเป็นจริงสิ่งดังกล่าว อาจจะเกิดหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ เพราะในความเป็นจริงไม่มีใครสามารถไปหยุดสิ่งเหล่านี้ได้หากมันจะต้องเกิดจริงๆ และการตื่นตระหนกกับคำบอกเล่าเก้าสิบเหล่านี้ อาจจะไม่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว แต่ทั้งนี้ทุกสิ่งและวิธีการปฏิบัติทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคล แต่ก็ไม่ควรจะไปตื่นตระหนกกับมันจนเกินไป

เก็บฝันร้ายคลายความตกใจ และอยู่กับตัวเองก่อนเมื่อเกิดฝันร้ายในช่วงกลางดึก มันคงเป็นสิ่งที่ใครก็ไม่อยากเจอ แต่ก็ไม่แย่หากมันจะต้องเจอ เพราะว่า โดยปกติการทำงานของความฝันนั้น เวลาฝันไปจะมีการผสมผสานระหว่างสิ่งที่น่ากลัวกับสิ่งที่ไม่น่ากลัวรวมกัน ซึ่งสมองมนุษย์จะนำมาประติดประต่อกันโดยอัตโนมัติ เมื่อเวลาผ่านไปเราก็จะรู้สึกกลัวน้อยลง ดังนั้นในความเป็นจริง ฝันร้ายก็มีสิ่งที่ดีๆอยู่
หากหลายคนอยากสำรวจตัวเองเพื่อหาสาเหตุที่มาของการฝันร้าย ให้ลองสังเกตตัวเองเบื้องต้นได้ ดังนี้

หากคุณมีอาการ
1.ไม่สบายหรือมีไข้
2.เกิดความเครียดสะสม, ความวิตกกังวล
3.รับประทานอาหารก่อนเข้านอน
4.ผลข้างเคียงจากการใช้ยารักษาบางตัว เช่นยาต้านอาการซึมเศร้า, ยาสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิต
5.ดื่มของมึนเมาในปริมาณมากจนเกินไป



นี่คือสาเหตุคร่าวๆ ที่ให้คุณสำรวจตัวเองเบื้องต้นได้ แต่ในความเป็นจริงมีสาเหตุมากประการที่ทำให้คนเรานอนไม่หลับและเกิดฝันร้ายขึ้นมาได้ ควรเลือกหาวิธีที่จะกำจัดอาการนอนฝันร้ายนี้ออกไปโดยเร็ว
การรักษาเบื้องต้นทำได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะลองเริ่มที่การรับการรักษาหรือขอคำปรึกษาปัญหาสุขภาพจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะโรคนอนฝันร้ายในบางรายอาจเสี่ยงถึงขั้นเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นต้น หรือจะใช้วิธีการบำบัดด้วยจินตนาการ ซึ่งการบำบัดประเภทนี้จำเป็นจะต้องใช้ยารักษาร่วมกับฝึกผู้ป่วยให้เปลี่ยนความคิดที่มีผลโดยตรงกับความฝัน
สุเทพ ศรีสมุทร์

อย่างไรก็ตามแต่เราไม่สามารถหยุด เรื่องราวที่มีผลกระทบกับความรู้สึกในเชิงลบของเราได้ แต่การเจอและสามารถรับมือกับมันได้มากกว่า ที่จะเป็นทางออกที่ใช้ได้กับทุกคนอย่างชัดเจนที่สุด การรู้เท่าทันและรีบปรึกษาแพทย์ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย แต่เป็นเรื่องที่ดีที่เราจะสามารถจะจัดการและรับมือกับมันได้ทัน
About the Author
สุเทพ ศรีสมุทร์ (โจ)
ชายหนุ่มผู้ที่เคยคิดปลิดชีวิตตัวเอง กลายเป็นคนที่มีชีวิตเพื่อตัวเองและผู้อื่น จากเด็กที่โดนปฏิเสธทุกโอกาสในการแสดงความสามารถ เริ่มสร้างทุกโอกาสให้ตัวเอง ปัจจุบันบทบาทของเขาคือ Creative ใน Johjaionline
 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ความเก่ง ไม่ได้เป็นเรื่องของคนหนึ่งคน แต่เป็นเรื่องของคนหลายคนที่อยู่เบื้องหลังด้วย และคนเหล่านี้มักถูกมองข้ามไป เหลือเพียงคนเดียวทีถูกมองเห็น 
เอาจริงๆ เราก็คิดเหมือนกันนักธุรกิจท่านนั้นมานานหลายปี แต่คราวนี้เราอยากจะปรับโฟกัสที่ดวงตาของเราดูบ้าง ว่าเราจะเห็นอย่างอื่นที่ไม่เคยเห็นหรือเปล่า “ทำไมคนไทยชอบไปสิงคโปร์กันจัง?”