OPINION

บุคลิกและภูมิคุ้มกัน

สุเทพ ศรีสมุทร์
24 ต.ค. 2561
มนุษย์เราก็อัศจรรย์นะ มีการปรับตัวตามสภาพแวดล้อมที่เจอ ความเป็นอยู่ หรือแม้กระทั่งสังคม เชื่อหรือไม่ว่าสิ่งที่เจอในวัยเด็ก มีผลต่อบุคลิกภาพในตอนโต…

ในช่วงวัยเด็กของเราทุกคน ต่างดำเนินชีวิตตามความเป็นไปของโลก อยู่ในวาทะของพ่อแม่ และเราจะเรียนรู้จากสิ่งที่เราเจอ, แรงกดดันจากสังคม และผู้คนร้อยพ่อพันแม่ สิ่งเหล่านี้คือตำราชั้นเลิศที่คอยสอนเรา “พ่อแม่ให้กำเนิด อุปสรรคให้ประสบการณ์”



บางครั้งที่คุณเดินไปตามท้องถนน เจอผู้คนหลากหลายสไตล์ บางคนแต่งตัวเรียบร้อยผิวสะอาดสะอ้าน บางคนมีรอยสักเต็มตัว เราจึงเห็นความหลากหลายทางบุคลิก บางคนมีวาจาถ้อยคำไพเราะ บางคนอาจก้าวร้าวรุนแรง สิ่งเหล่านี้เกิดจากการหล่อหลอมจากชีวิตในวัยเด็กทั้งนั้น หากเปรียบตัวเราเป็น “ทองคำ” สิ่งที่สอนเราหรือเราเจอมา คือ “เตาหลอม” และแน่นอนเตาหลอมนี้ หลอมทองออกมาไม่เหมือนกันสักชิ้น ยกตัวอย่าง แพทย์ อาจมีบุคลิกที่อ่อนโยน เป็นกันเอง ถูกหลอมมาในแบบนั้น ด้วยวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ครอบครัว, อาร์ตทิส หรือ แร๊พเปอร์ พวกเขาอาจจะมีบุคลิกที่แตกต่างออกไป รอยสัก, ความเป็นตัวเอง หรือในมุมมองของคนทั่วไปที่มักเรียกว่า “ติสท์” สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ตัดสินว่าพวกเขาดีหรือชั่ว แต่สะท้อนให้เห็นสิ่งที่พวกเขาเคยผ่านมา



ในบางรายที่เจอกับอะไรมาซึ่งหนักและส่งผลต่อสภาพจิตใจโดยตรง เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาอาจจำเป็นที่จะต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง ยกตัวอย่าง ผมและกลุ่มเพื่อน ความรุนแรงที่เราต่างเจอในวัยเด็ก ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงภายในสถานศึกษา, การถูกล้อเลียน ส่งผลให้เราเกิดความกลัวที่จะเป็นคนๆนั้น คนที่โดนรังแกหรืออ่อนแอ เมื่อเรามีศักยภาพในการพัฒนาตัวเอง เราจึงพัฒนาทางจิตใจและร่างกาย เรามีรอยสักมากกว่า 70% ของร่างกาย เพื่อบ่งบอกเรื่องราวช่วงชีวิตที่เราเจอมาผ่านงานศิลป์ และที่สำคัญไปกว่านั้น เราดูไม่เหมือนเนิร์ดเลยใช่ไหมล่ะ?...ในแง่ของบุคลิก เรามีบุคลิกที่สุขุมขึ้น, มั่นใจมากขึ้น นั่นก็คือการสร้างภูมิคุ้มกัน “เหมือนร่างกายที่ป่วยง่าย ป่วยบ่อยจนรู้ รู้แล้วก็ทำทุกวิถีทางเพื่อสร้าง ภูมิคุ้มกัน ไม่ให้กลับมาป่วยอีก” ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้หมายความว่าจะให้ใครสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” เพื่อหวังใช้ความรุนแรงตอบโต้คนที่เคยรังแกเรา แต่เราสามารถตอบโต้ความเจ็บปวดเหล่านั้น ด้วยความเข้มแข็งในแบบที่เราควรจะเป็น ทำในสิ่งที่ควรทำ เดินบนเส้นทางที่ควรเดิน





หมดยุคสมัยกับการตัดสินคนอื่นที่ภายนอกแล้ว ยุคนี้เป็นยุคที่คนต่างยอมรับตัวตนในแบบที่เขาเป็น  เพราะในความเป็นจริง บุคลิกทุกแบบ คือความอัศจรรย์ของโลก ที่หลอมให้คนเกิดความแตกต่าง และอยู่ร่วมกันได้อย่างสร้างสรรค์…
About the Author
สุเทพ ศรีสมุทร์ (โจ)
ชายหนุ่มผู้ที่เคยคิดปลิดชีวิตตัวเอง กลายเป็นคนที่มีชีวิตเพื่อตัวเองและผู้อื่น จากเด็กที่โดนปฏิเสธทุกโอกาสในการแสดงความสามารถ เริ่มสร้างทุกโอกาสให้ตัวเอง ปัจจุบันบทบาทของเขาคือ Creative ใน Johjaionline
 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คนแข็งแกร่ง ไม่ใช่ คนรวย หรือคนมีอำนาจ บางทีเงินทอง หรือชื่อเสียงที่ได้มาอาจจะสวนทางกับความสงบในจิตใจ ไม่มีก็อยากจะมี...พอมีก็อยากจะมีมากขึ้นไปอีก...พอหมดก็ขวนขวายเป็นวังวนไปเรื่อยๆ ส่วนการปล่อยวางนั้นทำได้ยากกว่า...ผู้ใดขึ้นชื่อว่าปล่อยวางได้ ผู้นั้นคือผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง
อย่างที่ทราบกันดีการคิดลบอาจไม่ใช่เรื่องที่ดี ถึงขั้นแย่เลยก็ว่าได้ แต่การคิดบวกก็ไม่ใช่ทุกอย่างที่ควรทำกับทุกๆเรื่องไปในบางสถานการณ์ บทความนี้อาจสืบเนื่องจากบทความก่อนที่พูดถึงข้อดีของการคิดบวกไป แต่อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดละ? สิ่งที่ดีที่สุดคือ คิดให้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ตัดสินจากสิ่งที่เป็นและยอมรับกับสิ่งที่เกิด