OPINION

ทฤษฎีส่องกระจกสะท้อนความสุข

สุเทพ ศรีสมุทร์
26 ม.ค. 2561


ปัจจุบันในประเทศตุรกีนั้น มีชายหนุ่มผู้คิดค้นนวัตกรรมเพื่อช่วยผู้ป่วยโรคมะเร็ง เขามีชื่อว่า Berk Ilhan เขาได้คิดค้นกระจกที่สามารถเห็นภาพสะท้อนได้เมื่อคุณยิ้ม ซึ่งกระจกตัวนี้จะไม่สะท้อนจนกว่าคุณจะยิ้มออกมาจริงๆ เรียกว่า Smile Mirror แนวคิดนี้อาจจะตลกในสายตาใครหลายคน แต่ Berk Ilhan ยืนยันว่าเขาเองอยากจะช่วยยกระดับจิตวิญญาณของผู้ป่วยโรคมะเร็ง



ความท้อแท้ สิ้นหวังของผู้ป่วยโรคมะเร็งนั้นมีมากกว่า ผู้ป่วยโรคอื่นๆทั่วไป เนื่องจากผู้ที่ป่วยโรคมะเร็งระยะแรกเริ่มกังวลว่าเมื่อเป็นโรคนี้แล้ว มันจะไม่หายแน่นอน หรือถ้าหายได้ คงต้องโชคดีหนึ่งในแสนคนเป็นแน่ Berk Ilhan ได้เรียนรู้เรื่องขวัญและกำลังใจของผู้ป่วย และเขาเรียก Smile Mirror ว่า “เครื่องมืออันทรงพลัง”



หากพูดถึงเครื่องมืออันทรงพลัง สำหรับเราก็คือความสุขที่แท้จริง หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังหลอกตัวเองว่าคุณกำลังมีความสุข แต่แท้จริงคือไม่ คุณไม่จำเป็นต้องซื้อกระจกนี้มาใช้ แต่ให้คิดเป็นทฤษฎีก่อนปฏิบัติจริงว่า กระจกที่บ้านเรามันจะไม่สะท้อนถ้าหากเราไม่ยิ้มหรือไม่รู้สึกว่ามีความสุขจริงๆ ในกรณีของ Smile Mirror มันจะไม่สะท้อนภาพของเราเมื่อเราไม่ยิ้ม ซึ่งมันเป็นนวัตกรรม มันถูกกำหนดมาตายตัวอยู่แล้ว แต่ในชีวิตจริง หากคุณรู้สึกว่าเป็นทุกข์ ไม่มีความสุข ก็อย่าเพิ่งไปมองกระจก เพราะภาพที่สะท้อนกลับ คือใบหน้าเศร้าหมอง คือแววตาที่บ่งบอกถึงความทุกข์ใจ นั่นมันอาจทำให้ความรู้สึกของคุณแย่ไปกว่าเดิม



ขั้นแรกเมื่อคุณเศร้า คุณสามารถเคลื่อนไหวร่างกาย ด้วยการ เปิดเพลงเต้น การวิ่ง การออกกำลังกาย ซึ่งการเคลื่อนไหว ช่วยได้จริงและสามารถทำให้เราลืมช่วงเวลาเศร้าไปด้วย

ขั้นที่สอง Scream ตะโกน คุณอาจหาที่เงียบๆ หรือขึ้นเขา เข้าป่า ยืนริมทะเล และตะโกนให้สุดเสียงปลดปล่อยความทุกข์ออกไป  การเปล่งเสียงช่วยให้รู้สึกเกิดความ โล่งใจ ผ่อนคลาย หากทำได้ดี อาจหมดความกังวลในที่สุด




           
ขั้นที่สาม เหล้าไม่ตอบโจทย์ การออกไป Hang out ดื่มเหล้าเจอเพื่อนฝูงมันดี แต่จะช่วยได้เพียงแค่ในช่วงเวลาสั้นๆ แต่เมื่อตื่นเช้าขึ้นมา นอกจากจะขมขื่นกับอาการแฮงค์แล้ว ยังขื่นขมกับเรื่องราวแย่ๆที่กลับมาในความคิดอีก บางกิจกรรมอย่างเช่น การเล่นโยคะ กีฬาทางน้ำ หรือแม้แต่การนั่งชิลริมหาด ก็สามารถทำให้คุณได้ปลดปล่อยไปกับบรรยากาศ และกิจกรรมที่คุณเลือกทำ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง เมื่อคุณมีวินัยที่จะทำกิจกรรมเหล่านั้นเพื่อปลดแอกความทุกข์ ผมเชื่อว่า ความสุขจะเข้ามามีผลต่อชีวิตคุณ



เมื่อเลือกหนึ่งในสามนี้ เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้ารู้สึกว่าพร้อมแล้วที่จะส่องกระจกอีกครั้ง แค่ต้องมั่นใจว่า เมื่อส่องแล้ว เราจะยิ้มให้ตัวเราผ่านกระจกแบบจริงๆ ถ้ายังไม่ ก็ให้ซื่อสัตย์กับตัวเองว่าอย่ามองกระจกเด็ดขาด มันเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะฝึกวินัยให้เราเอง ให้เราสามารถกำหนดความทุกข์ ความสุขในจิตใจเราได้ และคงเป็นไปได้ยาก หากเราไม่ส่องกระจกเลยในตลอดสัปดาห์ เป็นเดือน หรือนานจนถึงปี ทางที่ดี รีบจัดการปลดแอกความทุกข์ และกลับมายิ้มให้กระจกกัน…

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก http://money.cnn.com
About the Author
สุเทพ ศรีสมุทร์ (โจ)
ชายหนุ่มผู้ที่เคยคิดปลิดชีวิตตัวเอง กลายเป็นคนที่มีชีวิตเพื่อตัวเองและผู้อื่น จากเด็กที่โดนปฏิเสธทุกโอกาสในการแสดงความสามารถ เริ่มสร้างทุกโอกาสให้ตัวเอง ปัจจุบันบทบาทของเขาคือ Creative ใน Johjaionline
 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
การกระทำสำคัญกว่าคำพูดก็จริง แต่คำพูดอย่าง “คิดถึง” ก็สำคัญไม่ต่างกัน
 
การเป็น “fandom” หรือที่คนไทยใช้คำว่า “แฟนคลับ” ก็เป็นธรรมชาติการเข้าพวกของมนุษย์อย่างหนึ่งที่ทรงพลังยิ่ง