ฮัดซัน…หนุ่มอินเดียวัย 30 ปีเศษ เป็นบ๋อยโรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศบาห์เรน หน้าที่ของฮัดซันนอกจากปูเตียงแล้วเขายังหารายได้พิเศษด้วยการติดต่อลูกค้าที่เข้ามาพักให้กับผู้หญิงไทยที่มาขายบริการอยู่ในโรงแรมแห่งนี้ โดยฮัดซันจะเก็บค่าหัวคิวสองต่อคือจากผู้หญิงคนละ 5 บีดี หรือ 500 บาทและจากลูกค้าผู้ใช้บริการอีก 5 บีดี และความเจ้าเล่ห์ของฮัดซันทำให้เขามีรายได้ในแต่ละวันมากกว่าผู้หญิงขายบริการเป็นเท่าตัว
วันหนึ่งฮัดซันมาเรียกฉันไปให้ลูกค้าดูตัวที่ห้องพัก ทันทีที่เปิดประตูห้องซึ่งเป็นห้องเตียงคู่ขนาดเล็ก พื้นที่ภายในห้องแคบมากประมาณ 4 x 5 เมตร แล้วฉันก็พบผู้หญิงไทยสองคนสองวัย คนหนึ่งวัยน่าจะประมาณ 40 ปี ส่วนอีกคนยังเป็นวัยรุ่นประมานยี่สิบต้นๆ ทั้งคู่กำลังนั่งคลอเคลียกับลูกค้าผิวดำร่างใหญ่ล่ำบึกอยู่บนเตียงขนาด 3 ฟุตครึ่ง ส่วนลูกค้าฝรั่งผิวขาวนั่งนิ่งอยู่อีกเตียงหนึ่ง ทั้งคู่ดูยังหนุ่มแน่นทรงผมเกรียนเกลี้ยง ฉันเดาว่าน่าจะเป็นทหารอเมริกันที่มาปฏิบัติหน้าที่ให้กับประเทศนี้
ตอนนั้นฉันนึกแปลกใจว่าทำไมฮัดซันเรียกผู้หญิงมาถึง 3 คน ทั้งที่มีลูกค้าแค่ 2 คน แต่แล้วหญิงวัยใกล้ 40 ปีเธอมองมาที่ฉันแล้วพูดว่า “ไอ้ดำต้องการควบผู้หญิงที่เดียว 2 คน” คือเธอกับเพื่อน ส่วนฝรั่งผิวขาวคือลูกค้าของฉัน สรุปคือเราทั้ง 5 คนจะต้องทำกิจกรรมทางเพศพร้อมกันภายในห้องแคบๆ โดยไม่ต้องสนใจถึงเรื่องความอับอาย เพราะนี่คืออาชีพของพวกเรา
ความจริงฉันก็ไม่อยากรับงานในสถานการณ์เช่นนี้หรอกนะ ถึงแม้จะมีอาชีพให้บริการทางเพศ แต่ฉันก็ยังมียางอายของความเป็นมนุษย์ ซึ่งแตกต่างจากสัตว์ที่ร่วมเพศกันโดยไม่สนใจสถานที่และสภาพแวดล้อมหรือแม้แต่เผ่าพันธุ์ แต่เงินตัวเดียวที่ทำให้มนุษย์อย่างฉันต้องยอมใจกล้าหน้าด้านทำได้ทุกเรื่อง เพื่อแลกกับเงินเฉียดหมื่นภายในไม่เกินหนึ่งชั่วโมง ไม่กี่นาทีต่อมากิจกรรมของพวกเราก็เริ่มขึ้นแบบตัวใครตัวมัน ทั้งที่ปิดไฟมืดมิดแต่ก็ยังพอมีแสงสลัวมองเห็นกันอยู่ดี

เวลาผ่านไปเกือบครึ่งถึงชั่วโมง ภารกิจของฉันก็จบลงไปได้ด้วยความทุลักทุเล เหตุเพราะมีคนข้างๆ คอยส่งเสียงรบกวนสมาธิให้ฉันต้องทำงานช้าลงกว่าปกติ ขณะนั้นฉันได้ยินเสียงไอ้ดำล่ำบึกส่งภาษาอังกฤษกับเพื่อนว่า ให้ออกไปรอที่นอกห้องก่อนและบอกกับผู้หญิงทั้ง 2 คนว่า ให้ใครคนใดคนหนึ่งอยู่ทำงานเพียงคนเดียวก็พอ เพราะเขาเองก็ไม่ชินกับการถูกให้บริการเช่นนี้มาก่อน แล้วเสียงของหญิงรุ่นน้องก็พูดขึ้นว่า
“แม่ออกไปรอหนูข้างนอกก่อน เดี๋ยวหนูทำงานเอง!!”
“หนูนั่นแหละออกไป…ไอ้ดำมันอึดจะตาย เดี๋ยวแม่ทำเอง”
ฉันได้ยิน 2 สาวโต้ตอบคำพูดเกี่ยวกับการแย่งกันรับศึกจากไอ้ดำ ฟังแล้วก็รู้สึกงวยงง สับสนว่าคู่นี้เป็นแม่แท็กซ์กับลูกแท็กซ์มาทำงานร่วมกันหรือเป็นคนนับถือกัน? เพราะส่วนใหญ่ผู้หญิงในวงการนี้จะให้เกียรติแก่ผู้ที่เป็นรุ่นใหญ่กว่า ด้วยการเรียกว่า “แม่” แบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
ขณะนั้นฉันและหญิงที่ถูกเรียกว่าแม่รวมทั้งลูกค้าของฉันก็พากันออกมานอกห้อง เพื่อรอให้อีกคู่ปฏิบัติกิจให้เสร็จสิ้น สำหรับฉันถือว่าหมดหน้าแล้วเมื่อรับเงินค่าตัวก็แยกย้ายเดินกลับห้องพัก แต่ก่อนจากไปฉันยังข้องใจไม่หาย ว่า 2 สาวคู่นี้เป็นอะไรกันแน่ จึงยอมเสียมารยาทถามเธอตรงๆ
“เอ่อ…น้องคนนั้นเป็นเด็กแท็กซ์ของพี่เหรอคะ?”
“อ๋อ…น้องแอนเป็นลูกสาวพี่เอง!”
“ห๋า!! ลูกสาวแท้ๆ เลยเหรอคะ?”
“ใช่…ทำไมอ่า หน้าไม่เหมือนกันเหรอ!?” เธอตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเชิงปลื้ม
ฉันยืนอึ้งไปชั่วขณะกับคำตอบที่ได้ยินและดูเหมือนเธอไม่ได้สะทกสะท้านอะไรกับเซ็กส์หมู่ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่โดยมีลูกสาวในไส้ร่วมด้วย คิดแล้วก็ไม่อยากเชื่อ ว่าแม่กับลูกจะมาขายบริการร่วมกันแถมยังทำงานกับลูกค้าคนเดียวกันในเวลาเดียวกัน ฉันไม่มีคำถามใดๆ อีกต่อไปเพราะไม่อยากเสียมารยาทไปมากกว่านี้ ได้แต่เดินก้มหน้ากลับที่พักด้วยจิตใจสลดหดหู่ที่ต้องมารับรู้เรื่องแบบนี้
ฉันยอมรับว่าตั้งแต่ทำอาชีพขายบริการมา 20 กว่าปีไม่เคยรู้สึกสะเทือนใจเรื่องใดเท่ากับเรื่องนี้ มันทำให้ฉันมีคำถามมากมายในใจว่าจริงๆ แล้วสังคมรอบตัวเรามีแต่คนรังเกียจเหยียบย่ำอาชีพขายบริการทางเพศ หลายคนอยากให้อาชีพนี้หมดสิ้นไปจากโลกนี้ด้วยซ้ำ แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อคนเป็นพ่อแม่แท้ๆ ในจำนวนไม่น้อยพยายามสนับสนุนให้ลูกสาวของตนทำอาชีพขายบริการหรือให้หาคู่ครองเป็นชาวต่างชาติ ด้วยหวังว่าครอบครัวจะมีความเป็นอยู่ที่ดีและสุขสบายกันทั่วหน้า โดยไม่สนใจว่าลูกสาวกำลังจมอยู่ในนรกทั้งเป็น…
About The Author





