OPINION

ชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะไปเป็นกะหรี่บาห์เรน!...ตอนที่ 4

เอรี่ - ธนัดดา สว่างเดือน
31 พ.ค. 2560
คืนแรกเวลา 2 ทุ่มเศษ แม่แท็กใช้ให้เลขามือขวา (กะหรี่รุ่นพี่ซึ่งหมดแท็กแล้ว) พาฉันกับขวัญและเด็กแท็กอีก 7-8 คน เข้าไปจับแขกในโรงแรมซีเชล แต่คืนนี้ฉันกับขวัญและเด็กแท็กใหม่อีก 2-3 คนที่เพิ่งบินมาก่อนหน้าฉันไม่กี่วัน ยังไม่ค่อยรู้กฎกติกาในการหากินกับพื้นที่นี้ แม่แท็กจึงทำการปฐมนิเทศเล็กๆ น้อยๆ ด้วยภาษาและคำพูดของคนกลางคืนที่ค่อนข้างหยาบ ดิบ ตรงและแรง แบบไม่สนว่าใครจะเป็นใครมาจากไหน รู้แต่ว่าเมื่อทุกคนมาอยู่ ณ.จุดนี้แล้วคือโสเภณีหรือกะหรี่ที่ต้องรับสภาพได้ทุกรูปแบบ

“คืนนี้ต้องให้ได้งานกันทุกคนนะ หัดเดินเข้าหาแขกกันบ้าง ไม่ใช่มัวแต่อายหลบมุมหนีแขก ถ้าอายก็ไม่ต้องมาขาย Hee ไปหาแดกอย่างอื่น และอีพวกคนเก่าด้วยนะไม่ใช่มัวแต่แดกเหล้าจนเมาแล้วไม่เอาแขก อย่าให้แม่รู้นะว่าใครไปกับแมงดา กูจะส่งกลับเมืองไทยทันที…จำไว้นะ ถ้ายังไม่หมดแท็กอย่าเพิ่งริมีผัว ถ้าหมดแท็กแล้วอยากจะมีผัวแมงดากี่คนก็เรื่องของพวกมึง หรือใครไม่อยากทำงานก็บอกมาตรงๆ กูจะส่งกลับบ้านทุกคน ...รู้เรื่องกันนะ!”

ทุกคนฟังคำประกาศิตแล้วพากันพยักหน้าหงึกๆ ไม่มีใครเปล่งเสียงคัดค้านใดๆ เพราะนางพูดถูก คือเวลาออกไปจับแขก หลายคนชอบอ้างว่า ถ้าไม่เมาก็ไม่กล้าเข้าหาแขก แต่พอเมาแล้วก็จะไม่ยอมไปกับแขกอ้างว่าเมา แล้วเลือกที่จะไปกับพวกแมงดา ไปแบให้เขาฟรีๆ ไม่ต้องมีค่าตัวแถมเลี้ยงเหล้าเบียร์เขาอีกต่างหาก หรือบางคนที่ติดเหล้ารักเมาก็จะไปหาที่ดื่มต่อยันเช้า! สุดท้ายก็ไม่ได้เงินมาส่งแม่แท็ก

ถึงแม้แม่แท็กจะเป็นคนปากร้ายกาจพูดจาโผงผาง ดูเป็นนักเลงไม่เกรงกลัวใคร ทั้งตัวมีแต่รอยสัก แต่ลึกๆ นางก็ใจดีมีคุณธรรมอยู่นะ คือถ้าใครไม่อยากทำงานนางก็ไม่บังคับ ยินดีส่งกลับบ้านตามความประสงค์ (แต่ต้องให้ญาติส่งเงินค่าตั๋วเครื่องบินมาใช้หนี้นางก่อนนะ 5 หมื่นบาท อย่าคิดว่าจะส่งกลับฟรีๆนะคะ!)

เมื่อมาถึงสถานที่ทำงาน ที่นี่เป็นบาร์เหล้าสไตล์อเมริกัน รูปแบบการดีไซน์ในบาร์เหมือนอยู่ในเมืองคาวบอย คือนอกจากจะมีเหล้าเบียร์ให้ดื่มแล้ว ยังมีอุปกรณ์ความบันเทิงให้พวกนักดื่มได้สนุกเพลิดเพลินกับโต๊ะพูล ตู้ม้า เป้าปาลูกดอก และที่นี่ก็เป็นศูนย์รวมของโสเภณีสารพัดชาติ เช่น ไทย จีน รัสเซีย ไนจีเรีย อุซเบกิสถาน ส่วนลูกค้าที่เข้ามาดื่มในบาร์นี้มีหลายชาติด้วยกัน ส่วนใหญ่เป็นฝรั่งชาติต่างๆ ลองลงมาคืออาหรับ ญี่ปุ่น เกาหลี จีนพอมีประปลาย

ส่วนพี่ไทยไม่ต้องพูดถึง เพราะในบาห์เรนอะไรก็แพงทุกอย่าง โดยเฉพาะค่าตัวของผู้หญิงหนึ่งคืนก็กินเงินเดือนผู้ขายแรงงานอย่างชายไทยหายไปครึ่งเดือน ดังนั้นในบาร์แห่งนี้จึงไม่เคยมีคนไทยพลาดท่าย่างกายเข้ามาเที่ยวแม้แต่คนเดียว

ตอนแรกที่เดินเข้ามาในบาร์ ฉันเห็นมีผู้หญิงไทยและจีนเข้ามานั่งอยู่ตามมุมต่างๆ ประมาณ 20-30คน แต่พอ 4-5 ทุ่มไปแล้วก็ทยอยเข้ามาอีกเรื่อยๆ จนเป็นร้อยและแน่นขึ้นแบบต้องเดินเบียดกัน พวกหล่อนเข้ามานั่งดื่มบ้าง สูบบารากุบ้าง และเดินเพ่นพ่านอยู่อีกหลายจุดทั่วบาร์ ทีแรกฉันเข้าใจว่าพวกหล่อนเป็นนักเที่ยว นักดื่ม แต่ที่ไหนได้ทั้งหมดนี้คือกะหรี่ทั้งนั้น แต่ละคนดูทรงแล้วเก่ง เก๋าเอาเรื่องกันทุกคน

ชั่วโมงนั้นฉันได้แต่ยืนตะลึงมองผู้หญิงที่มีเป็นหนอนแต่ลูกค้ามีอยู่แค่ไม่กี่สิบคนเท่านั้น คิดอยู่ในใจว่างานนี้กูตายแน่ เพราะสีแขกกับเขาก็ไม่เป็น พูดภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ จะเอาอะไรไปสู้กับพวกเสือ สิงห์ โดยเฉพาะพวกผีจีนกูบอกเลยว่า Hee ไวและใจกล้าหน้าด้านมากแบบไม่สนโลกว่าแขกใครเป็นแขกใคร ยิ่งถ้าใครสีแขกได้แล้วต้องห้ามเผลอ ห้ามลุกไปไหนเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นผีจีนจะเข้ามาเสียบแทนที่ทันที (ความหมายของคำว่า “ผีจีน” คือผู้หญิงจีนส่วนใหญ่จะไม่ชอบแต่งหน้ามาทำงาน ปล่อยให้ซีดเหมือนซากศพ คนไทยจึงให้ฉายาว่าผีจีน)

เบื้องต้นเลขาของแม่แท็กสอนงานไว้แล้วว่า ถ้าสีแขกได้แล้ว (หมายถึงจีบลูกค้าได้แล้ว) ต้องนั่งเฝ้าให้ตลอด แต่ห้ามคุยนานเกิน 10 นาที แล้วถามแขกให้รู้เรื่องไปเลยว่าจะใช้บริการหรือ? ถ้าไม่ใช้ก็ให้รีบปิดการขายทันทีแล้วหารายอื่นต่อไป และตั้งกฎการทำงานไว้ว่า ถ้าจะไปค้างคืนกับแขกก่อนเวลาเที่ยงคืนก็ห้ามเรียกราคาต่ำกว่า 180 บีดี หรือเท่ากับหนึ่งหมื่นแปดพันบาท แต่ถ้าหลังเที่ยงคืนไปแล้วราคาค้างคืนคือ 120-80 บีดี ทั้งนี้ก็เพื่อให้เด็กแท็กมีโอกาสได้งานอย่างต่ำวันละ 2 รอบ แต่สำหรับบางคนก็ไม่ได้งานสักรอบและไม่ได้ติดต่อกันหลายวันก็มี เพราะแต่ละคืนในซ่องชีเชลแห่งนี้มีผู้หญิงขายบริการเป็นร้อยๆ แย่งกันห้ำหั่นราคาค่าตัวกันแบบสุดฤทธิ์ โดยเฉพาะผีจีนค้างคืน 50 บีดีตั้งแต่หัวค่ำก็ไปแล้ว นี่คือต้นเหตุที่ทำให้ค่าตัวของสาวไทยต้องดั๊มพ์ราคาลงมาด้วย

วันนี้กูเพิ่งเข้าใจแล้วว่า การจะไปเป็นกะหรี่ที่บาห์เรนไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ทุกคนต้องมีทักษะ และไหวพริบต้องดี ต้องไว ต้องใจกล้าหน้าด้านสุดฤทธิ์ ไม่อย่างนั้นชาตินี้ใช้หนี้ไม่หมดแท็กแน่…ฉันเคยคุยกับพวกผีจีนและรู้มาว่าเด็กแท็กคนจีนต้องใช้หนี้พ่อแท็กแสนสาหัสกว่าผู้หญิงไทยเยอะ คือหลายแสนบาท ซึ่งต้องใช้เวลานานถึง 6 เดือนตามกำหนดวีซ่าที่สามารถอยู่ได้ในบาห์เรน ในขณะที่สาวไทยใช้หนี้แค่หนึ่งแสนห้าหมื่นบาทแต่มีเวลาให้ 1 เดือน (ใน 7-8 ปีที่แล้วนะ) แต่ถ้ายังใช้ไม่หมดแม่แท็กจะส่งไปต่อวีซ่ากับประเทศใกล้เคียงอยู่เรื่อยๆ (โดนบวกค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก) ดังนั้นผีจีนต้องพยายามให้ได้งานทุกคืนและรีบเก็บเงินเป็นของตัวเองให้ได้ก่อนที่วีซ่าจะหมด พวกเธอจึงต้องลดราคาค่าตัวให้ถูกที่สุดจนกว่าแขกจะพอใจและหิ้วพวกเธอไปนอนด้วย ไม่อย่างนั้นพวกเธอจะต้องกลับบ้านมือเปล่า
ผลสรุปของการทำงานคืนแรก นังขวัญได้งาน 2 รอบและคนอื่นๆ ก็ได้กันคนละ 2-3 รอบ ยกเว้นกูคนเดียว กลับบ้านมือเปล่า โชคดีนะที่ไม่โดนแม่แท็กด่า (ยังใหม่อยู่)…แล้วคืนที่ 2, 3, 4 กระทั่งหนึ่งอาทิตย์ผ่านไปฉันก็ได้งานแค่วันละรอบ บางวันก็ไม่ได้เลย ผิดกับขวัญที่นำหน้าไป 20 กว่ารอบ นั่นเป็นเหตุให้แม่แท็กเริ่มหงุดหงิดกับฉัน... แล้วฉันก็ได้รับคำสั่งให้โยกย้ายไปประจำอยู่ในโรงแรม หรือเรียกว่าเดินงาน ที่จะไม่มีโอกาสได้ออกไปพบปะผู้คนและไม่ได้โลดแล่นราตรีเหมือนเช่นทุกคืน!
 
 
About the Author
ยากูซ่า ค้าบริการ ติดคุก เฉียดตาย...ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เธอคนนี้เผชิญมาแล้ว วันนี้เธอคือนักเขียนมือรางวัล โดยปี 2554 “ฉันคือเอรี่ กับประสบการณ์ข้ามแดน” คืองานเขียนเล่มแรกที่ได้รับรางวัลชมนาด โดยเป็นการตีแผ่เส้นทางชีวิต หลากประสบการณ์ค้าบริการทั้งโหด เลว ดี ครบรส ล่าสุดปี 2559 เธอก็คว้ารางวัลชมนาดมาอีกครั้งในผลงานที่ชื่อ “ขังหญิง” ตีแผ่ชีวิตคนคุกที่หาอ่านไม่ได้จากที่ไหน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ตอนนี้มีผู้หญิงมาบาห์เรนมากขึ้นทุกวัน การแข่งขันของพวกแม่แท็กก็แพรวพราวขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีโปรโมชั่นใหม่ๆ ทำจมูก ทำนม จัดฟัน เรียกว่าทำให้ก่อนจ่ายหนี้ภายหลัง แต่ต้องคืน 2 เด้ง
 
แบงก์ 100 ยูเอส สอดไว้ในพาสปอร์ต ห้ามให้ใครเห็นแล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่ ตม. ตรวจคนเข้าเมืองทำการจ๊อบพาสปอร์ตเพื่อแลกกับการได้วีซ่า 1 เดือน เพียงแค่นี้ก็กลับไปทำงานที่บาห์เรนได้อีกครั้ง