คืนหนึ่งในเอฟวันแหล่งหากินเป็นประจำของฉัน ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปสู่ด้านใน เสียงดนตรีก็ดังสนั่นปะทะเข้ามาในโสตประสาท กลิ่นและควันบุหรี่ลอยฟุ้งเข้าตาเข้าจมูกอย่างจัง ผู้คนยังคงเบียดเสียดแน่นขนัดไปด้วยผู้หญิงจับแขกเช่นนี้ทุกคืน
ความรู้สึกของฉันตอนนั้นเหมือนได้กลับมาเสพบรรยากาศเดิมๆ ของวังวนน้ำกามอีกครั้ง
คิดแล้วก็ไม่อยากเชื่อนะว่าผู้หญิงที่เข้ามารวมกันอยู่ในนี้เป็นร้อยๆ ขายตัวกันทุกคน ยกเว้นเด็กเสิร์ฟชาวฟิลิปปินส์ที่คาดว่าไม่น่าจะขายอย่างเป็นทางการ
คืนนั้นฉันกับเพื่อนๆ 7-8 คน เข้าไปสนุกกันอย่างเต็มที่ หลังจากได้ลิ้มรสชาติคุกบาห์เรนมาแล้วหนึ่งอาทิตย์ ฉันเห็นเพื่อนๆ หลายชีวิตกำลังผจญภัยกับการเดินพล่านหาแขกเพื่อให้ได้เงินมาหล่อเลี้ยงชีวิตและเลี้ยงใครอีกหลายคนที่รอความหวังจากพวกเธอ
พวกเขาคงไม่รู้หรอกว่าในแต่คืนคนอาชีพอย่างพวกเราต้องเหนื่อย ต้องทุกข์ ต้องเจ็บปวด ต้องอายแค่ไหนกับความพยายามหาใครสักคนเข้ามาใช้เรือนร่างเพื่อแลกกับเศษเงินให้พวกเราได้มีลมหายใจอยู่รอด มันไม่ใช่แค่ตัวเราที่รอดแต่มีคนที่เรารักอีกหลายคนก็รอดไปด้วยกับเรา
หลายคนบอกว่ารายได้จากอาชีพนี้เป็นเงินบาป ฉันก็อยากถามจังว่ามันบาปตรงไหน? ในเมื่อเราไม่ได้ไปจี้ปล้นลัก ขโมยเงินใครมาสักหน่อย หรือถ้าคิดว่าการเสพสมกามถือเป็นเรื่องผิดบาป งั้นมนุษย์เราทุกทั่วโลกก็เกิดมาจากความบาปซินะ
จะว่าไปแล้วไม่ใช่เพราะเงินจากกะหรี่อย่างพวกเราหรือที่ต้องคอยอุปถัมภ์ค้ำชู ลูก ผัว พี่น้อง โคตรเหง้าศักราช และสร้างอนาคตใครอีกหลายคนให้เป็นใหญ่เป็นโตมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีมาแล้วมากมาย
อาชีพอย่างพวกเราขนาดไม่ได้ไปจี้ปล้นใครมา แต่พวกเราก็มักจะถูกพวกปลิงจ้องแต่จะสูบเลือด ขูดรีดไถตลอดทุกช่องทาง ไม่ได้เงินก็ขอให้ได้ตัว บางครั้งฉันคิดว่ามนุษย์กับสัตว์ก็ไม่ต่างกันนะ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก...เป็นไปตามระบบนิเวศน์ของพวกมนุษย์ที่ใครหลายคนมองไม่เห็น
ฉันเห็นผู้ชายหลายคนชอบด่าว่าดูถูกกะหรี่ว่าเป็นอาชีพต่ำสกปรกโสโครก แต่พวกมันก็มาใช้บริการจากกะหรี่อย่างพวกเรา...ระวังเถอะ ฉันเห็นมาเยอะแล้ว ยิ่งเกลียดมากแค่ไหนสุดท้ายก็ได้เมียเป็นกะหรี่แบบไม่รู้ตัว เพราะทุกวันนี้กะหรี่ยุคใหม่พัฒนารูปแบบมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นคนมีการศึกษาดี สร้างภาพลักษณ์ให้ดูดีเหมือนพวกไฮโซ
ทั้งนี้เพราะพวกเธอก็อยากได้สามีดี มีฐานะ มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดี แล้วมันผิดตรงไหน ในเมื่อผู้หญิงทุกคนก็อยากเลือกสิ่งดีๆ ให้กับตัวเองทั้งนั้น และพวกเธอก็อยากเลิกอาชีพนี้สักที!!
“พอๆๆๆ เข้าเรื่องต่อดีกว่า...ยิ่งระบายก็ยิ่งสะเทือนหลายฝ่าย”
คืนนั้นฉันยังคงออกตะเวนหาลูกค้ามาใช้บริการ ดีนะที่ไอ้เตี้ยเดวิดยังไม่เรียกใช้งานทันที เพราะฉันกลัวมันจะมาใช้บริการฟรี ชดเชยที่มันส่งเงินไปให้ฉันซื้อตั๋วเครื่องบินในยามขัดสน ก็ภาวนาขออย่าเพิ่งให้มันเรียกตอนนี้เลย เพราะฉันต้องการเงินสดสำหรับเก็บไว้จ่ายค่าที่พักและค่านู่นนี่นั่นอีกสารพัดในช่วงรอมฎอนที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วัน
ถึงแม้ว่าอายุจะมากขึ้นเรื่อยๆ สภาพร่างกายกำลังแย่ลงทุกวัน แต่ใจก็ยังสู้ไม่ถอย รอมฏอนปีนี้ฉันคงไม่มีเหล้าเบียร์ไปขายเหมือนปีที่ผ่านๆ มา เพราะดูท่าว่าช่วงนี้ตาเดฟจะไม่มาประจำการที่บาห์เรนด้วยซิ...
ทุกคืนฉันยังคงนำทีมพาเด็กแท็ก 3-4 คนของเพื่อนที่ยังอยู่ร่วมห้องเดียวกันออกไปจับแขกตามสถานบันเทิงต่างๆ แต่ตอนนี้ฉันต้องลงมือจับแขกเองด้วย ขืนมัวแต่รอค่าหัว 5 บีดีจากพวกนางคงไม่รอดแน่ เพราะถ้าคนไหนไม่ได้งานก็เท่ากับฉันจะไม่ได้เงินไปด้วย ดังนั้นจึงต้องต่างคนต่างจับ
โดยเริ่มจากเอฟวันเป็นแห่งแรก แต่ถ้าตี 2 ไปแล้ว หมดเวลาของเอฟวัน แล้วฉันยังไม่ได้แขกอีก ก็ต้องไปหาจับต่อในพื้นที่อื่นๆ จนกว่าจะได้งานหรืออาจพล่านไปยันสว่างแล้วกลับบ้านมือเปล่าก็มีนะ
นั่นหมายความว่าคืนนี้ฉันขาดทุนชวดเงินไปฟรีๆ ร่วม 2 พันบาท เพราะต้องจ่ายค่าแท็กซี่ ค่าผ่านประตูเข้าไปจับแขกและค่าเครื่องดื่มที่บางสถานที่ก็บังคับให้ต้องซื้อแดก อย่างน้อยก็ต้องมีเบียร์ 1 ขวด เห็นหรือยังล่ะ ว่างานทุกอย่างต้องมีการลงทุนทั้งนั้น แม้แต่ขาย Hee ก็เช่นกัน อย่าคิดว่าแค่มี Hee ติดตัวแล้วจะไปแบขายที่ไหนก็ได้...คุณกำลังประเมินอาชีพนี้ผิดอย่างแรง!!
ทุกคืนที่ฉันเดินสายขายตัวไปแต่ละแห่งที่ต้องได้พบปะเพื่อนฝูงไทยบ้าง จีนบ้าง และชาติอื่นๆ ทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้องยันรุ่นลูก รุ่นแม่ก็ยังมีมาขายกันอยู่ เราทักทายและถามไถ่สารทุกข์สุขดิบตามประสาคนคุ้นเคยอยู่วงการเดียวกัน หลายคนมาบ่นให้ฉันฟังว่ายังไม่เคยกลับไปเยี่ยมบ้านมานานปี หลายคนไม่มีเงินเก็บสักบาท และหลายคนหมดแท็กกลับบ้านแล้วก็ย้อนกลับมาเป็นเด็กแท็กอีกรอบ และอีกหลายคนก็กลายเป็นแม่แท็กมือใหม่ คือหลังจากใช้หนี้สินแม่แท็กครบหมดแล้วก็ตั้งตัวเป็นแม่เล้าบ้าง หลายชีวิตยังคงวนเวียนอยู่ในวังวนนี้ นั่นแสดงว่าทุกคนที่อยู่ตรงนี้ยังไม่มีใครสุขสบายได้ดี ถึงต้องออกมาหากินอยู่อย่างนี้
คืนนั้นหลังจากเอฟวันเลิกแล้ว และเป็นไปอย่างที่คิด คือฉันยังไม่ได้แขก เนื่องในเอฟวันแต่ละคืนมีผู้หญิงเข้าไปจับแขกเยอะมาก จนฉันต้องเตลิดมาจับแขกต่ออีกที่หนึ่งเรียกว่า เดอะพาค
ที่นี่เป็นสถานที่สุดท้ายของคนที่ยังไม่ได้แขกมารวมตัวกันยันสว่าง หลังจากได้ทักทายเพื่อนฝูงที่คุ้นเคยกันบ้างไปแล้วหลายคน ฉันก็สั่งเบียร์มาถือ 1 ขวดแล้วหามุมเหมาะๆ ตั้งป้อมยืนประจำการ เริ่มกวาดสายตาหาเหยื่อผู้โชคดี
เกือบทุกครั้งที่ฉันต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ ก็อดถามตัวเองไม่ได้ทุกที “นี่เหรอวะอาชีพของกู เมื่อไหร่จะจบเสียทีกับชีวิตเน่าๆ ซ้ำซากแบบนี้ แล้วชาตินี้กูจะมีโอกาสพบเจออะไรทีดีกว่านี้ไหม??
เสียงเพลงจากนักร้องยอดฮิต บียองเซ่ ยังคงสร้างความบันเทิงให้นักท่องราตรีได้ปลดปล่อยอารมณ์ แล้วความรู้สึกแย่ๆ ก็วิ่งเข้ามาในสมองอย่างฉับพลันก็คือภาพหลอนๆ กับ
เหตุการณ์ที่ฉันเคยถูกปิดประตูตีแมวอยู่ในโรงแรมวินเซอร์
เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ฉันหวาดผวาทุกครั้งที่เข้าไปในสถานบันเทิง นี่ถ้าตอนนี้ประวัติศาสตร์กลับซ้ำรอยอีกครั้งกูจะทำยังไงดีวะ? มีหวังได้ติดคุกอีกรอบแน่ คราวนี้แหละกูต้องรับโทษทบต้นทบดอกแน่ โทษฐานที่เพิ่งโดนไปหมาดแล้วไม่เข็ด ยังกล้ากลับมาขายต่ออีก แต่ก็ภาวนาขออย่าให้เป็นอย่างงั้นเลย
.
ขณะกำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก็มีชายคนหนึ่งหน้าตาหล่อเหลาคล้ายลูกครึ่งฝรั่งผสมแขกขาววัยประมาณ 30 กว่า เดินเข้ามาขอชนแก้วแล้วตีสนิทกับฉันอย่างเป็นกันเอง มันบอกว่าเห็นฉันมาที่นี่เกือบทุกคืน แต่ไม่กล้าเข้ามาทัก
หลังจากคุยกันไปได้ประมาณ 10 นาที มันก็เริ่มชวนฉันไปโรงแรม ฉันรีบตอบตกลงทันที (เหยื่อกูมาแล้วโว้ย) ยังแอบคิดเข้าข้างตัวเอง ว่ากูนี่ช่างโชคดีจริง มาปุ๊บก็งานเข้าปั๊บ!!
ขณะนั้นก็มีเจ้าแม่ขาใหญ่รายหนึ่งเดินเข้ามาทักทายฉัน ปกตินางจะประจำอยู่ที่เอฟวัน เราเคยเห็นหน้ากันบ่อยๆ แล้วนางก็กระซิบแบบง่ายๆ สั่นว่า
“ไอ้นี่เป็นสายล่อซื้อนะ!!”
นั่นไง...เกือบงานเข้าแล้วไหมกู! สงสัยคงจ้องกูมาหลายวันแล้วซินะ พอรู้อย่างนี้แล้วฉันก็ต้องหาวิธีค่อยๆ ถอนตัวออกจากตรงนั้น...สงสัยจะหาแดกยากซะแล้วบาห์เรน สรุปว่าคืนนี้กูขาดทุนกลับบ้านมือเปล่าอีกตามเคย
ฉันรู้สึกว่ากลับมาบาห์เรนครั้งนี้จะหากินยากลำบากมากขึ้นทุกที แถมยังต้องเสี่ยงวัดดวงกันวันต่อวัน มันทำให้ฉันไม่อยากอาสารับจ้างดูแลเด็กแท็กพวกนั้นอีกต่อไป เพราะต้องตกเป็นเป้าสายตาของพวกซีไอดี ที่ส่วนใหญ่จะคอยจ้องจับแต่คนที่เป็นแม่แท็ก และฉันก็เป็นหนึ่งในเป้าสายตาของใครหลายคนที่คิดว่าฉันต้องเป็นแม่แท็ก
ตั้งแต่วันนั้นฉันจึงต้องป้องกันตัวด้วยการถอนตัวเลิกรับจ้างดูแลเด็กแท็กให้เพื่อนอีกต่อไป แล้วย้ายห้องใหม่ไปอยู่กับเพื่อนอีกคน โดยการแชร์ค่าห้องกันคนละครึ่ง ถึงแม้จะต้องจ่ายมากขึ้นเท่าตัว แต่ก็ปลอดภัยดีกว่าการอยู่รวมกันแบบเป็นกลุ่ม
แล้วเทศกาลรอมฏอนก็มาถึง เสียงสวดละหมาดภาษาอาหรับดังกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองติดต่อกันวันละ 5 รอบ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงนี้ความรู้สึกฉันเศร้าหดหู่อย่างบอกไม่ถูก ยิ่งยืนมองบรรยากาศนอกหน้าต่างที่มองไปทางไหนก็มีแต่ความเงียบเหงา ร้านค้า บริษัท ห้างสรรพสินค้าต่างๆ รวมทั้งสถานประกอบการทุกที่ต้องถูกเปิด-ปิดเป็นเวลา และพอถึงเวลาปิดทั้งเมืองก็จะเงียบสนิท สภาพไม่ต่างจากเมืองร้าง






