OPINION

ชีวิตนี้ไม่คิดว่าจะไปเป็นกะหรี่บาห์เรน ตอนที่ 16

เอรี่ – ธนัดดา สว่างเดือน
23 ส.ค. 2560
ฉันเริ่มเห็นช่องทางทำกินเกี่ยวกับงานขายของเงินผ่อนมากขึ้นเรื่อยๆ คราวนี้ฉันกลับไปเยี่ยมแม่ที่เมืองไทย อยู่เต็มที่ไม่เกิน 2 อาทิตย์ แล้วขากลับมาบาห์เรนก็จะซื้อของมาขายด้วย เช่น เสื้อผ้าแฟชั่น พวกแนวโป๊ๆ กระเป๋า รองเท้า เสื้อยกทรง กางเกงในแบบเป็นชุดราคาถูกๆ 2 ร้อยกว่าบาท ตลอดจนเครื่องสำอาง ครีมหน้าขาว ยาลดความอ้วน ยานมฟู รูฟิต ซึ่งของเหล่านี้ขายดีมากๆ กำไรก็ Ok.D นะ เพราะในบาห์เรนไม่มีของแบบนี้ขาย นอกจากสินค้าแบรนด์เนม ซึ่งคนไทยบางกลุ่มไม่สู้ราคา

ตั้งแต่นั้นมาฉันก็ไม่ไปต่อวีซ่าที่ศรีลังกาอีกเลย แต่เลือกกลับไทยเพื่อจะได้ไปซื้อของมาขายด้วย ถือเป็นการออกนอกประเทศเพื่อกลับมาได้วีซ่าใหม่เช่นกัน ทั้งที่กลับไทยแต่ละครั้งแล้วจะกลับเข้ามาบาห์เรนใหม่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าไปศรีลังกาเยอะ แต่ก็ช่างเถอะเพื่อให้ได้ของติดมือมาขาย ก็ยอมๆ กันไป ถือซะว่าน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า วินๆ ด้วยกันทั้งคู่

สำหรับฉันคิดว่าการทำงานทุกอาชีพ ทุกวงการ ต้องมีการลงทุนทั้งนั้น มันอยู่ที่คนว่าจะเลือกทำงานอะไร ไม่เว้นแม้แต่อาชีพกะหรี่ ถ้าอยากขาย Hee ก็ต้องลงทุนเช่นกัน ต้องมีแม่แท็กคอยดำเนินการให้ทุกอย่าง ถ้าไม่มีแม่แท็กกะหรี่พวกนี้จะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปขายกันเองนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ

ฉันขอพูดในฐานะคนเคยอยู่ในวงการค้ากามมานานกว่า 20 ปี เห็นอะไรมาเยอะมาก ฉันเป็นทั้งผู้ขาย คนคุมเด็ก และเคยหนีแท็กมาก่อน พูดง่ายๆ คือใครมีหน้าที่อะไรก็ทำไป คนขาย Hee มีหน้าที่ขายก็ขายไป

สำหรับคนเป็นแม่แท็กจัดว่ามีความเสี่ยงสูงมาก เสี่ยงคุก เสี่ยงขาดทุน เสี่ยงโดนฆ่าตายได้เช่นกัน เพราะกว่าแม่แท็กเหล่านี้จะเปิดมาร์เก็ตติ้งขาย Hee ในต่างแดนได้ต้องลงทุนสารพัด ไหนจะค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก บางคนก็ขอเบิกเงินล่วงหน้าไปให้โคตรเหง้าใช้ก่อน และไหนจะต้องดิวกับหน่วยงานต่างๆ หลายจุด เสียค่าเบี้ยใบ้รายทางมาตลอด ไหนจะต้องมาชนกับพวกมาเฟียคุมพื้นที่ต่างๆ ทั้งสถานบันเทิง โรงแรม ซ่อง ไนท์คลับ ผับ บาร์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้พวกกะหรี่ทั้งหลายได้มีที่ลงทำกิน ถ้าแม่แท็กไม่เข้มงวด ไม่สตรองจริงก็คุ้มผู้หญิงพวกนี้ไม่อยู่

ในเมื่อทุกคนยินยอมพร้อมใจเลือกที่จะมาขาย Hee ก็ต้องคิดให้ดีถึงผลลบที่จะเกิดด้วย อย่าวาดฝันสวยหรูจนเกินไป ฉันเชื่อว่าทุกคนที่คิดจะเดินทางไกลไปต่างแดนโดยเฉพาะไปบาห์เรน รู้ทั้งรู้ว่าที่นี่มีข่าวโดนหลอกมาขายตัวตลอด แต่ก็ยังมากัน และเท่าที่ฉันเห็นแต่ละคนส่วนใหญ่ก็เป็นกะหรี่อยู่ก่อนแล้วทั้งนั้น บางคนหมดสภาพขายไม่ออกก็วิ่งโล่หาแม่แท็ก ทั้งกราบทั้งไหว้ ขอให้พาไปขายที่ไหน อย่างไงก็ได้หมด (กูคนหนึ่งแหละที่เป็นแบบนี้!)

บางคนเป็นเสือซ่อนเล็บ ช่ำชอกผ่านศึกมาหลายประเทศ แต่ทำใสซื่อดูไม่ออกจริงๆ พอมาเป็นเด็กแท็กได้วัน 2 วัน ก็แหก Hee หนีแท็กไปหาแดกเองซะแล้ว เห็นมาเยอะเรื่องวงการน้ำกาม ถ้าแต่ละคนไม่เก่ง ไม่เก๋าจริงไม่มีทางกล้าข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงบาห์เรนหรอกคะ

ดังนั้นฉันจึงไม่เห็นด้วยกับการช่วยผู้หญิงเหล่านี้ที่เข้าไปแจ้งความร้องทุกข์ ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ เพราะมันเป็นเยี่ยงอย่างให้คนอื่นๆ เรียกร้องสิทธิ์ไปตามๆ กัน ไอ้คนที่ไปช่วยก็ไม่ได้โง่หรอกนะ แต่เป็นเพราะเขาทำหน้าตรงนี้ ก็ต้องช่วยๆ ไปอย่างนั้นแหละ ทั้งๆ ที่รู้ว่าตอแหลทั้งนั้น

นอกจากขายของเงินผ่อนแล้ว ฉันก็เริ่มมาทำธุรกิจปล่อยเงินกู้ เก็บดอกร้อยละ 20 ผู้หญิงที่มากู้เงินส่วนใหญ่จะเอาไปจ่ายค่าห้องพักบ้าง เอาไว้เป็นทุนไปจับแขกบ้าง และเอาไปเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่อวีซ่าบ้าง เนื่องจากมีผู้หญิงไทยจำนวนมากมายในบาร์เรนไม่ค่อยได้งาน หรือได้งานแล้วไม่เคยเก็บเงิน กิน เที่ยว เล่น ชอป ติดผู้ชายและเมาทุกวันจนวีซ่าใกล้หมด พวกเธอก็จะดิ้นรนขวนขวายหาเงินไปต่อวีซ่า เพื่อจะได้อยู่ให้รอดปลอดตำรวจในบาห์เรน 

แต่ถึงแม้จะมีวีซ่าก็เถอะ ถ้าโดนตำรวจจับในขณะทำงาน หรือเมื่อไรที่ตำรวจซีไอดีขึ้นตึกกวาดจับกะหรี่ทุกชาติ...กะหรี่ที่มีวีซ่าก็โดนจับส่งกลับได้เหมือนกัน สำหรับคนที่ไม่มีวีซ่าหรือเรียกว่าพวกเว่อร์วีคือพวกปล่อยให้วีซ่าขาดไปเรื่อยๆ เป็นดินพอกหางหมู เพราะคนกลุ่มนี้ไม่มีเงินไปต่อวีซ่า เลยต้องปล่อยไปตามเวรตามกรรม พวกเธอคิดอย่างเดียวว่าถ้าอยากกลับบ้านเมื่อไหร่ก็ค่อยหาเงินไปเสียค่าปรับทีเดียว คือเดือนละ 40 บีดี = 4 พันบาท ใครเว่อร์กี่เดือนก็คูณเข้าไปเถอะ แต่ถ้าไม่มีเงินเสียค่าปรับก็ต้องติดคุกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะติดต่อให้ใครนำเงินมาจ่ายค่าปรับและค่าตั๋วเครื่องบินให้ได้

อันที่จริงแล้วมีผู้หญิงไทยจำนวนมากมายอยากกลับบ้านใจจะขาดเต็มที เพราะอยู่แบบไม่มีวีซ่ามานานหลายปี บางคนอยู่มาเกือบปี 10 ปี จนไม่มีปัญญาหาเงินไปเสียค่าปรับกลับไทย ก็ต้องอยู่ไปเรื่อยๆ จึงไม่แปลกที่คนกลุ่มนี้จะรักบาห์เรนมากประหนึ่งว่าเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองไปแล้ว แต่ถ้าดวงซวยโดนจับเมื่อไรก็ติดคุกยาวเมื่อนั้น

นี่แหละอาชีพขายบริการที่ว่าหาเงินง่าย แต่ส่วนใหญ่ทำแล้วไม่รู้จักเก็บก็จะมีสภาพเช่นนี้ คือหลงระเริงอยู่ในโลกมายาราตรี อยู่ในแสงสี มันคือสวรรค์ในนรกที่กลืนกินชีวิตไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้ตัว ส่วนใหญ่ชีวิตจะพังบรรลัย ส่วนน้อยมากๆ ที่ชีวิตจะได้ดี

สำหรับเรื่องการต่อวีซ่า ฉันเคยถามเพื่อนๆ หลายคนว่าทำไมต้องไปต่อวีซ่าที่โอมานหรือศรีลังกา ทั้งที่ค่าตั๋ว ค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็พอๆ กับกลับไทยบ้านเรา แถมยังได้ไปเจอหน้าพ่อแม่ญาติพี่น้องอีกต่างหาก แต่เสียงส่วนใหญ่ที่ตอบกลับมาคือ ไม่ค่อยมีใครอยากกลับบ้านเพราะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก อย่างน้อยต้องมีหลักแสนกลับขึ้นไป
 
 
About the Author
ยากูซ่า ค้าบริการ ติดคุก เฉียดตาย...ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เธอคนนี้เผชิญมาแล้ว วันนี้เธอคือนักเขียนมือรางวัล โดยปี 2554 “ฉันคือเอรี่ กับประสบการณ์ข้ามแดน” คืองานเขียนเล่มแรกที่ได้รับรางวัลชมนาด โดยเป็นการตีแผ่เส้นทางชีวิต หลากประสบการณ์ค้าบริการทั้งโหด เลว ดี ครบรส ล่าสุดปี 2559 เธอก็คว้ารางวัลชมนาดมาอีกครั้งในผลงานที่ชื่อ “ขังหญิง” ตีแผ่ชีวิตคนคุกที่หาอ่านไม่ได้จากที่ไหน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
แบงก์ 100 ยูเอส สอดไว้ในพาสปอร์ต ห้ามให้ใครเห็นแล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่ ตม. ตรวจคนเข้าเมืองทำการจ๊อบพาสปอร์ตเพื่อแลกกับการได้วีซ่า 1 เดือน เพียงแค่นี้ก็กลับไปทำงานที่บาห์เรนได้อีกครั้ง
 
รู้ไหมว่ามึงทำให้ชีวิตกูพังชิบหายย่ำแย่ถึงเพียงนี้!! ทำไมกูต้องมาทนอดๆ อยากๆ เพื่ออะไร? แล้วกูจะโง่รออะไรอยู่ล่ะ กลับไปขายหอยเหมือนเดิมดีกว่า เผื่อชีวิตจะกลับมาดีอีกครั้ง