OPINION

ชีวิตนี้ไม่คิดว่าจะไปเป็นกะหรี่บาห์เรน ตอนที่ 15

เอรี่ – ธนัดดา สว่างเดือน
17 ส.ค. 2560
 
ย้อนเวลากลับไปในช่วงที่ยังเป็นเด็กแท็ก มีนายทหารหนุ่มใหญ่วัย 42 ปี เขาแก่กว่าฉัน 1 ปี ได้สร้างวีรกรรมที่น่าประทับใจไว้ให้ฉันไม่เคยลืมจนถึงทุกวันนี้ นั่นคือครั้งแรกที่เขามาซื้อบริการในเวลาชั่วคราวแล้วจ่ายค่าตัวให้ 30 บีดี จากนั้นเขาก็หายไปเป็นอาทิตย์ แล้วกลับมาใช้บริการเป็นครั้งที่ 2 คราวนี้ มาขอให้ช่วยจัดสาวๆ ไปให้บริการแก่เพื่อนๆ ทหารอีก 20 กว่าคน....ได้ค่ะจัดให้!

แล้วคืนนั้นปาร์ตี้เล็กๆ ซึ่งเป็นงานเลี้ยงส่งทหารกลับฐานทัพอเมริกาก็เกิดขึ้นในห้องสูทขนาดใหญ่ มี 3 ห้องนอนของ รร. 5 ดาว โมเวนพิค อยู่ใกล้กับสนามบินบาห์เรน คุณผู้อ่านไปหลับตาจิตนาการกันเอาเองนะคะว่า 3 ห้องนอน กับ 20 กว่าคู่ มันจะลงตัวกันอย่างไร?

ดังนั้น ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ระเบียง ทางเดิน ไม่มีที่ว่างสำหรับพวกเรา เป็นกะหรี่ต้องอดทน ใจต้องกล้า หน้าต้องด้าน ดังนั้นจงภูมิใจเถอะเพื่อนๆ กะหรี่ทั้งหลายพวกเราไม่ได้เกิดมาเพื่อรับใช้ประชาชนทั่วโลกเท่านั้น แต่เรายังได้มีโอกาสไปรับใช้ชาติให้กับพวกทหารหลายเหล่าทัพ ซึ่งผู้หญิงอื่นๆ ไม่มีโอกาสแบบนี้เหมือนพวกเรานะคะ!

วันนั้นขวัญก็มากับชั้นด้วย แต่เธอคนโชคดีได้แขกเป็นระดับหัวหน้าตำแหน่งสูงกว่าใคร จึงแยกไปนอนห้องส่วนตัวส่วนฉันได้ห้องเตียงคู่กับทหารชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งเขาไม่ได้เอาผู้หญิงไปนอนด้วย คืนนั้นฉันกับเดฟจึงไม่กล้ามีอะไรกัน รอแยกห้องในคืนพรุ่งนี้ซึ่งฉันกับขวัญยังคงอยู่ต่ออีก 2 คืน

ดูท่าว่าตาเดฟจะชอบฉันมาก บอกตรงๆ นะว่าก็ไม่ได้พิศวาสตาเดฟสักเท่าไรหรอก เพราะตอนนั้นใจฉันไปสิงอยู่กับไอ้เดวิด ฝรั่งเตี้ยๆ นิสัยเห้ๆ ชาวเซาท์แอฟริกา แต่จ่ายค่าตัวชนะเลิศกว่าแขกทุกคน

เช้าวันรุ่งขึ้นทุกคนรับทรัพย์แล้วแยกย้ายกันกลับที่พัก ฉันรู้แค่ว่าทุกคนได้สนุก ได้เมากันเต็มที่ และได้ค่าตัวไม่ต่ำกว่าร้อยบีดี ก็ดีใจด้วย อันที่จริงแล้วการพาเพื่อนๆ ไปรับงานแบบนี้ส่วนใหญ่จะต้องเก็บค่าหัวคิวกันอย่างน้อยคนละ 5 บีดี ซึ่งทุกคนต่างรู้ธรรมเนียมกันดีและพร้อมจ่าย แต่งานนี้เพื่อการกุศลล้วนๆ จึงไม่ได้เก็บใครแม้แต่บาทเดียว

แล้ววันสุดท้ายก่อนจากกัน ฉันกับขวัญก็ลงมาส่งแขกพร้อมกันที่หน้าล็อบบี้โรงแรม ฉันกับเดฟยืนร่ำลากอดกันแน่นเหมือนรักกันมากมาย ขณะนั้นเดฟก็ยัดเงินใส่มือฉัน แล้วก็รีบเดินไปขึ้นรถตู้เพื่อไปยังสนามบิน วินาทีนั้นฉันเห็นสายตาของเดฟดูอาลัยอาวรณ์ฉันมาก แล้วรถตู้ก็ค่อยๆ หายลับตาไป (บอกตรงๆ ว่าในใจก็ไม่ได้อยากจะอาลัยอาวรณ์ตามตาเดฟหรอกนะ กูรอลุ้นอย่างเดียวว่าจะได้เงินค่าตัวสักเท่าไหร่? แต่จากที่ได้สัมผัสเงินแล้ว ฉันเดาว่าต้องมีถึง 300 บีดีแน่ๆ!!)

หลังจากส่งตาเดฟและแขกของขวัญกลับไปแล้ว เราก็นั่งแท็กซี่กลับที่พักด้วยกัน ขณะนั้นขวัญหยิบเงินที่ได้จากนายทหารขึ้นมานับ ฉันจึงถามขวัญว่า
"มันให้ขวัญเท่าไหร่วะ?"
"300 บีดี กับอีก 500 ยูเอส!!"
เฮ้ยยยยยย 4 หมื่นกว่าบาท ว่าแล้วฉันก็ไม่รอช้า รีบล้วงเงินในกระเป๋าที่ได้จากเดฟขึ้นมาดูบ้างฉัน
“อีสัส กูได้มา 40 บีดี!!!”
ขวัญ “เฮ้ยพี่...นับดูดีๆ ทำหล่นหายหรือเปล่า??”
ฉัน “ไม่หล่นแน่นอน กูค้นจนกระเป๋าจะแหกอยู่แล้ว!”
ขวัญ “ตามไปสนามบินมั้ยพี่?”
ฉัน “ตามอะไรล่ะ ป่านนี้พวกแม่งไปถึงฐานทัพวอชิงตันดีซีแล้วมั้ง!!”
ไอ้เดฟ...มึงทำกับกูแบบนี้ได้ไงเนี่ย?? เดี๋ยวมึงเจอกับกูแน่ กูมีอีเมล์ของมึง...คอยดูเถอะจะด่าให้ยับเลย ถึงกูจะพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง แต่จะพยายามสรรหาคำมาด่าให้น่วม ให้สำนึก ที่มึงทำกับกูแบบนี้!

แล้วฉันก็ปฏิบัติการส่งอีเมล์ไปด่าตาเดฟอย่างสาสมใจ ว่าอย่าดูถูกกะหรี่ไทยด้วยการจ่ายค่าตัวถูกๆ แบบนี้ เพราะฉันยังต้องหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวและยังเป็นเด็กแท็ก แม่แท็กจะต้องคิดว่าฉันอมเงินแน่ เธอทำให้ฉันต้องไปกู้เงินถึง 300 บีดีเพื่อมาจ่ายค่าตัวให้ตัวเองให้กับแม่แท็ก... แล้วก็ด่านู่นนี่นั่นไปอีกเพียบ!!!

2 วันต่อมา ตาเดฟก็ตอบเมล์มาว่า “ขอโทษอย่างแรงที่ให้เงินคุณแค่ 40 บีดี ไม่ได้คิดจะดูถูก แต่คิดว่าคุณชอบผม พอใจผมและมีใจให้ผม...ซึ่งฝรั่งถือว่า FREE SEX!! เอาเป็นว่าอีก 3 เดือนผมจะกลับมาตอบแทนและจะชดเชยทุกอย่างที่คุณเสียไป”

3 เดือนผ่านไป เดฟกลับมาประจำการที่บาห์เรนอีก 1 เดือน ครั้งนี้เขาได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จึงได้รับสิทธิ์พิเศษ สามารถพาฉันเข้าไปนอนในเบส คือฐานทัพของพวกทหารอเมริกันที่อยู่ในย่านจุ๊ฟแฟร์ ตอนนั้นเดฟขอให้ฉันเล่าเรื่องราวตั้งแต่วัยเด็กและเรื่องที่ฉันเคยไปผจญภัยขายตัวมาหลายประเทศให้เขาฟัง หลังจากฟังจบเดฟก็เริ่มเห็นใจฉัน ถึงกับรับปากว่าจะช่วยสานฝันให้ฉันได้เป็นช่างแต่งหน้าสมความปรารถนา

สำหรับในค่ายทหารที่ฉันเข้าไปเที่ยวไปนอน ในนั้นมีทุกอย่างสารพัดครบวงจร เหมือนจำลองเมืองอเมริกามาอยู่ในเมืองอาหรับ ทั้งร้านอาหารฝรั่ง ญี่ปุ่น คลับบาร์ สถานชอปปิ้ง สินค้าทุกอย่างก็มาจากอเมริกาและปลอดภาษีแล้ว ทั้งนี้เพื่อเป็นสวัสดิการให้แก่ทหารอเมริกันทุกคน จัดว่าเยี่ยมมากๆ!! (อยากให้ทหารไทยตามชายแดนได้รับสวัสดิการดีๆ พิเศษๆ แบบนี้บ้างจัง)

ครั้งนี้เดฟได้นำเงินมาใช้คืนฉันมากกว่า 300 บีดี และซื้อข้าวของที่ฉันอยากได้ให้อีกมากมาย เช่น เหล้าหลายขวด มีทั้งวอดก้า แบล็ค ชีวาส เบียร์ยกลัง เครื่องสำอางและรองเท้าผ้าใบแแบรนด์เนม น้ำหอม แชมพู สบู่ ยาสีฟัน (ส่วนหนึ่งใช้เงินฉันซื้อ แต่ใช้สิทธิ์ของเดฟซื้อในราคาถูกมาก บางชิ้นเกินกว่าครึ่ง) ของทั้งหมดนี้ฉันนำไปขายต่อเป็นระบบเงินผ่อนแบบระยะสั้น 1 อาทิตย์ให้กับเพื่อนๆ ร่วมวงการ ซึ่งมีผลกำไรเป็นเท่าตัว ส่วนเหล้า เบียร์ เก็บไว้ขายช่วงรอมฏอน เพราะตอนนั้นสถานบันเทิงและร้านเหล้าทุกแห่งจะต้องปิดให้บริการ 1 เดือน 

ดังนั้นเหล้าเบียร์จึงเป็นของมีค่าดั่งทองคำ ถ้านำไปขายให้กับพวกฝรั่งที่โหยกระหายแอลกอฮอล์ จากขวดละ 1 พันบาท สามารถอัพราคาให้เป็นหมื่นบาทได้ (จัดว่าเสี่ยงมาก ถ้าโดนจับติดคุกยาวแน่!) แหละนี่คืออาชีพใหม่ของฉันที่นอกเหนือจากรับจ้างทำความสะอาดห้องให้กับพวกลูกค้าฝรั่ง ตั้งแต่นั้นมาฉันก็แทบไม่ค่อยได้ขายตัว จะไปก็เฉพาะแขกประจำแค่ไม่กี่คนเท่านั้น แต่ที่แน่ๆ ไอ้เตี้ยเดวิดมาทุกอาทิตย์ เอาเก็บไว้เป็นค่าเช่าห้องวันละ 5 บีดี 

นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ฉันกับเดฟเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ และทุก 6 เดือนเดฟจะกลับมาบาห์เรน 1 เดือน หรือถึงแม้จะกลับอเมริกาไปแล้ว เราก็ยังคุยกันทางอีเมล์เป็นประจำ และทุกครั้งที่ใกล้เทศกาลรอมฏอน ถ้าเดฟไม่ได้มาบาห์เรน แต่เขาก็ยังฝากให้เพื่อนๆ ทหารช่วยพาฉันเข้าไปซื้อของในเบสพร้อมกับฝากเงินมาให้ทุกครั้ง....

 
 
About the Author
ยากูซ่า ค้าบริการ ติดคุก เฉียดตาย...ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เธอคนนี้เผชิญมาแล้ว วันนี้เธอคือนักเขียนมือรางวัล โดยปี 2554 “ฉันคือเอรี่ กับประสบการณ์ข้ามแดน” คืองานเขียนเล่มแรกที่ได้รับรางวัลชมนาด โดยเป็นการตีแผ่เส้นทางชีวิต หลากประสบการณ์ค้าบริการทั้งโหด เลว ดี ครบรส ล่าสุดปี 2559 เธอก็คว้ารางวัลชมนาดมาอีกครั้งในผลงานที่ชื่อ “ขังหญิง” ตีแผ่ชีวิตคนคุกที่หาอ่านไม่ได้จากที่ไหน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
แบงก์ 100 ยูเอส สอดไว้ในพาสปอร์ต ห้ามให้ใครเห็นแล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่ ตม. ตรวจคนเข้าเมืองทำการจ๊อบพาสปอร์ตเพื่อแลกกับการได้วีซ่า 1 เดือน เพียงแค่นี้ก็กลับไปทำงานที่บาห์เรนได้อีกครั้ง
 
ฉันก็เดินตัวปลิวกลับห้องพักอย่างเบิกบานใจ ไม่ใช่เบิกบานเพราะโดน_หรอกนะ แต่เพราะรับเงินมา 100 บีดี