คืนนั้นฉันออกจากเอฟวันประมาณ 5 ทุ่ม ในขณะที่จอยกำลังเมาได้ที่ จอยบอกว่าจะกลับห้อง เพราะถ้าฉันไม่อยู่นางก็ไม่สนุกแล้ว ฉันบอกให้จอยรออยู่ที่นี่แหละ เดี๋ยวจะกลับมาเอาแขกอีกรอบ เพราะช่วงหลังรอมฏอนลูกค้าจะเยอะมาก...
จอยตอบ Ok ตามนั้น แล้วให้ฉันรีบทำงานไวๆ ทั้งที่ลูกค้าฉันบอกใช้บริการค้างคืน แต่คิดว่ายังไงก็ต้องมีวิธีกลับมาจนได้แหละ (ค้างคืนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าใช้งานทั้งคืนนี่!!)
พอถึงที่พักปรากฎว่าคือโรงแรมคราวน์ ระดับ 5 ซะด้วย พอเข้ามาในห้องพอเห็นอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ของไอ้หรั่งก็รู้ว่าไอ้นี่เป็นนักธุรกิจค่อนข้างมีระดับ และท่าทางดูมีมารยาทดี ขนาดก่อนจะขึ้นเตียงกับฉันยังขอโทรหาที่รักก่อน
ไอ้หรั่งก็หันมาทำปากจุ๊ๆ ใส่ฉันประมาณว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรนะ...กระทั่งคุยจบบอกกู๊ดไนท์ไอเลิฟยูเสร็จสรรพก็วางสายแล้วหันมาบอกฉันว่า ต้องรีบโทรไปก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวนางโทรมาตอนมันไคลแม็กซ์ งานเข้าเลยทีนี้! (ฮึ่มม... ผู้ชายเป็นแบบนี้แทบทั้งนั้น รักและเคารพเมียเสมอ...แต่ซื่อสัตย์อีกเรื่องนึงนะ!!)
ก่อนขึ้นเตียงทำงาน ฉันขอเรียกเก็บค่าใช้บริการก่อน ไอ้หรั่งควักเงินให้ทันที 80 บีดี ตามที่ตกลงกันไว้ พอถึงเวลาจะทำงานจริงๆ ปรากฏว่าลูกค้าไม่มีถุงยาง!! ฉันบอกไม่เป็นไร ฉันมี 1 อัน แต่จริงๆ แล้วฉันพกมาทั้งกล่องเต็มๆ 3 อัน ที่บอกว่ามีอันเดียวก็เพราะจะได้ไม่ต้องโดยเยอะ แอบนึกในใจ...เออดี...เข้าล็อกกูเลย! หลังจากทำงานเสร็จ ไอ้หรั่งบอกว่า ตอนนี้ถุงยางไม่มีแล้วยูจะกลับเลยก็ได้นะ พอได้ยินประโยคนี้กูดีใจสุดฤทธิ์ค่ะ แถม 80 บีดียกให้หมด...เป็นไปตามแผน
ขณะนั้นเป็นเวลาเที่ยงคืนกว่า ฉันไม่รู้ว่าจอยได้แขกหรือยัง จึงโทรไปถามให้แน่ใจ ถ้ายัง จะได้กลับไปหานางที่เอฟวันอีกครั้ง
“ฮัลโหล จอยอยู่ไหนเนี่ย?”
“หนูถึงห้องแล้ว...แต่ตอนนี้อยู่กับแขก แม่งโคตรใจดีเลยว่ะเจ๊...มันบอกให้หนูจัดเพื่อนๆ มาให้มันอีก เจ๊มาเลย”
“แขกอะไร แล้วมีกี่คน?”
“โอมาน...มาคนเดียว”
“โอ้ย พี่ไม่เอาแขกอาหรับอ่ะ”
"เจ๊ไม่ต้องเอาหรอก แค่มาดื่มแล้วเต้นให้มันดู มันให้ค่าเสียเวลา"
“โห้ แล้วมันจะยอมเหรอ?”
“ยอมๆๆๆ มันบอกว่ามาเลยเดี๋ยวจ่ายให้ 40 บีดี”
“Ok... กูไปเดี๋ยวนี้เลย!”
ฟังเสียงจอยก็รู้ว่านางเมามาก คงจะดื่มไปหนักพอสมควร และจากที่คุยกันทางโทรศัพท์ นางบอกว่าหลังจากฉันไปกับแขกแล้ว นางก็กลับโรงแรมทันทีเพราะเมามาก แต่ระหว่างนอนพักผ่อนอยู่ในห้อง พนักงานโรงแรมก็เรียกให้ไปเดินงาน ก็คือแขกโอมานที่นางกำลังเมาอยู่ด้วยกัน นางบอกว่าแขกอยากฉลองหลังรอมฎอน จึงอยากได้ผู้หญิงไปสนุกกันหลายๆ คน (ประมาณว่ารวยมาก!)
จากนั้นก็รีบไปหาจอยที่ห้องพักของลูกค้าซึ่งอยู่ในโรงแรมเดียวกัน ก็ดีนะสะดวกดี ทำงานเสร็จก็เดินกลับห้องเลย แค่ห่างกันไม่กี่ชั้น เพราะห้องพักของลูกค้าที่ชั้น 3 ส่วนห้องฉันอยู่ชั้น 5 และทันทีที่ประตูห้องเปิดเข้าไป เสียงดนตรีเพลงสากลก็ดังสนั่นลั่นห้อง ลูกค้าอาหรับอยู่ในชุดโต๊ปสีขาว วัย 30 ต้นๆ เป็นผู้มาเปิดประตูแล้วต้อนรับฉันด้วยคำว่า “เวลคั่ม”
ส่วนนังจอยกำลังนั่งชดเหล้าอยู่กลางห้องโถง เมาหมดสภาพจนพูดอะไรไม่ค่อยรู้เรื่อง บางครั้งนางก็ลุกขึ้นมาเต้นอย่างสนุกสนาน
“มาๆ เจ๊... มาเต้นกัน วันนี้โตครสนุกเลย”
“เมาอยู่คนเดียวเนี่ยนะสนุก??? ทำไมแขกไม่เมาวะ?”
“ช่างเถอะ ให้มันจ่ายเงินก็พอ...มันบอกให้หนูตามเพื่อนๆ มาอีก หนูก็โทรตามอีเปิ้ลกับอีแพ็ท แต่ดันติดแขก...ดีนะที่เจ๊กลับมาพอดี จะได้อยู่เป็นเพื่อนกัน”
ฉันเข้ามานั่งได้ไม่ถึง 5 นาที แขกของจอยก็เอาเงินมาเสียบที่หน้าอกฉัน 40 บีดี อย่างคนรู้งานโดยไม่ต้องเอ่ยปากขอ แล้วเขาก็ถามฉันว่า
“มีเพื่อนที่ทำงานในตึกนี้อีกไหม? หรือพอที่จะตามเพื่อนๆ จากที่อื่นมาอีกได้ไหม?”
ฉันบอกว่าไม่มีแล้วเพราะตอนนี้เป็นช่วงปิดรอมฎอน ผู้หญิงทุกคนอยู่ในโหมดขายดีกันทั่วหน้าและวันนี้ฉันก็เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ที่โรงแรมนี้ จึงไม่รู้จักใครทั้งนั้น แต่คิดว่าไม่น่าจะมีคนไทยเข้ามาพักนะ
ตอนนั้นฉันก็นึกแปลกใจอยู่นะว่ามึงจะเอาผู้หญิงมาทำไมวะตั้งเยอะแยะทั้งที่มาเที่ยวคนเดียว แล้วมึงจะมีปัญญาเอาผู้หญิงทุกคนเลยหรือวะ? ดูท่าว่าไอ้หมอนี่เป็นคนพูดน้อยมาก ยิ้มก็ยากเหมือนว่าไม่เคยพบเจอความสุขใดๆ ในชีวิต ประมาณ 20 นาทีผ่านไปที่ฉันนั่งดื่มอยู่กับจอยและลูกค้า เราคุยนู่นนี่นั้นไปเรื่อยเปื่อย แล้วลูกค้าก็ชวนจอยเข้าห้อง จอยจึงหันมาบอกฉันว่า
“เจ๊นั่งชิวๆ ไปก่อนนะ เดี๋ยวขอหนูทำงานก่อนแป๊บนะ”
จอยพูดจบก็ถอดเสื้อผ้าออกเหลือแต่ยกทรงกางเกงใน แล้วเดินเข้าไปในห้องปฏิบัติการกับลูกค้า ขณะที่ฉันกำลังก้มหน้าก้มตาเล่นคอมพิวเตอร์อยู่กลางห้องโถงเพียงลำพังคนเดียว ก็ตอบอีเมล์ไปคุยกับตาเดฟนั่นแหละ สักครู่ต่อมาจู่ๆ ก็เหมือนเงาคนมาหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าฉัน พอเงยหน้าขึ้นก็ต้องตกใจสะดุ้งโหยงเพราะมีผู้ชายอาหรับ 6-7 คน บางคนใส่ชุดโต๊ปสีขาว บางคนใส่ชุดสากล พวกมันเปิดประตูห้องแล้วย่องเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
วินาทีนั้นฉันคิดว่าไอ้พวกนี้ต้องไม่ใช่คนดีแน่ และคิดต่อไปว่างานนี้กูโดนรุมโทรมแน่ๆ ไม่คิดเลยว่ากูจะมาถึงจุดนี้...เอาไงดีวะ? นี่เกิดเรื่องอะไรกับกูอีกวะเนี่ย!!?? แล้วชายคนหนึ่งอายุประมาณ 30 ต้นๆ อยู่ในชุดสากล คือเสื้อยืดกางเกงยีนส์ ก็เดินมานั่งตีคู่กับฉันที่เก้าอี้โซฟา แล้วพูดเป็นภาษาไทยว่า
“ไม่ต้องกลัว ผมเป็นชีไอดี...คุณมีพาสปอร์ตมั้ย?”
ฉันพยักหน้าแล้วหยิบพาสปอร์ตส่งให้มันอย่างช้าๆ แต่ในใจคิดว่าไอ้พวกนี้ต้องเป็นแมงดาแน่ๆ เพราะมึงพูดภาษาไทยได้ขนาดนี้ แม่งใช่เลย พวกมึงคงพากันมารุมโทรมพวกกู 2 คนแน่เลย…กูจะทำอย่างไงดีวะ คิดๆ
ตอนนั้นพวกมันยืนคุยภาษาอาหรับกันขโมงโฉงเฉงซึ่งฉันฟังไม่รู้เรื่อง แล้วชายอีก 2-3 คนก็เดินไปเปิดประตูห้องที่จอยกำลังทำงาน ฉันเห็นจอยนั่งหน้าซี๊ดเป็นไก่ต้มอยู่บนเตียง ทั้งที่ยังอยู่ในชุดยกทรงกางเกงใน นั่นแสดงว่าจอยยังไม่ได้ทำงาน แล้วนางก็ชะโงกมามองฉันด้วยสายตาแบบว่าสร่างเมาสนิท และเหมือนจะใช้กระแสจิตถามฉันว่า “เอาไงดีวะ?”
แล้วชายคนหนึ่งก็ถามฉันเป็นภาษาอังกฤษ “เธอมีเพื่อนคนไทยทำงานอยู่ในตึกนี้มั้ย?”
ฉันรีบตอบฉับพลันทันทีแบบไม่ต้องคิดเยอะ “มี...แต่ไม่รู้ว่าอยู่ห้องไหน ชั้นไหน ต้องลองไปตรวจดูเอง”
เท่านั้นแหละ พวกมันก็สั่งให้ฉันพาไปที่ห้องคนไทยที่พักอยู่ในตึกนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ไม่น่าจะมีหรอกนะ แต่ที่ต้องบอกไปอย่างนั้น เพราะคิดว่าอย่างไรคืนนี้ฉันกับจอยต้องโดนไอ้แมงดากลุ่มนี้โทรมแน่ๆ เอาเป็นว่าอย่างน้อยต้องหาใครในตึกนี้มาช่วยเฉลี่ยยอดรับศึกอีกสัก 2-3 คนก็ยังดีวะ ดีกว่าให้กูรับกันอยู่ 2 คน (ยอมรับว่าในวิกฤตนั้นฉันมีความคิดเลวมาก...แต่มันจำเป็นนี่หว่า!)
จากนั้นพวกมันก็คุมตัวฉันเดินไปที่หน้าเคาน์เตอร์ เพื่อให้พนักงานตรวจเช็คว่ามีหญิงต่างชาติเข้ามาพักที่โรงแรมนี้อีกไหม? ถ้ามี จะได้ไล่เปิดดูทุกห้อง...แล้วก็ปรากฏว่ามีจริงๆ คือสาวไทย 1 คน เพิ่งเข้ามาเปิดห้องเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง คราวนี้แหละฉันเชื่อสนิทใจว่าไอ้พวกนี้ต้องเป็นตำรวจซีไอดีแน่นอน เพราะไม่อย่างนั้นมันคงไม่มีอำนาจสั่งให้พนักงานเดินไปไขกุญแจห้องของผู้พักอาศัยได้
ทันทีที่ไปถึงหน้าห้องพักของผู้หญิงไทย มันก็บังคับให้เคาะห้อง ไม่กี่วินาทีประตูห้องก็เปิดออก เป็นหญิงไทยรูปร่างอวบอ้วนหน้าตาหมวยๆ สไตล์สาวเหนือ อายุไม่น่าจะถึง 30 ปี ช่วงที่นางกำลังยืนตะลึงมึนงงที่เห็นพวกเรามายืนออหน้าห้อง ตำรวจ 3-4 คน ก็กรูดเข้าไปจับกุมตัวนาง แล้วบังคับให้เข้าไปนั่งอย่างสงบนิ่ง หลังจากตรวจสอบพาสปอร์ตของนางแล้ว...ปรากฎว่านางเพิ่งลงเครื่องมาหมาดๆ เมื่อคืนนี้เอง แล้วเพิ่งเช็คอินเข้ามาตอนเที่ยงคืน (ฉิบหายแล้ว...นี่กูทำอะไรลงไปวะเนี่ย ที่พาตำรวจไปจับคนที่เขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วยเลย)
ตอนนั้นฉันรู้สึกผิดมาก ได้แต่ขอโทษเธอในใจ นี่เธอคงไม่รู้หรอกว่าฉันเป็นคนซัดทอดให้เธอต้องซวยไปด้วย คืนนั้นพวกเรา 3 คนก็ถูกคุมตัวไปที่สถานกักกันซึ่งเป็นที่เดิมที่ฉันเพิ่งเข้าไปใช้บริการเมื่อ 2 เดือนที่แล้วนี่เอง...แล้วก็เข้าคุกอีกรอบตามระเบียบ!






