OPINION

คำพูดทำลายมิตรภาพ

สาวิตรี ลีกระจ่างแสง
18 ธ.ค. 2561
เราคงเคยได้ยินคำคมที่ว่า เวลาจะ “กรอง” ให้เอง ว่าคุณควร “คบใคร” ไว้ในชีวิตบ้าง - ปราย พันแสง
 
คุณคิดว่า มันเป็นเรื่องจริงไหม? แต่ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงนะ ที่เวลาจะช่วยกรองว่าสุดท้ายแล้วเราควรจะคบใครไว้บ้าง โดยเฉพาะเพราะคนที่ขึ้นชื่อว่า “เพื่อน”
 
“เพื่อน” คือมิตรภาพดีๆ เพื่อน คือ คนที่คอยอยู่เคียงข้างกันในเวลาที่ทุกข์ใจ คอยปลอบใจในเวลาที่เศร้า และคอยให้กำลังใจในเวลาที่ท้อ
 
หากแต่เพื่อนคนนี้กลับทำให้คุณรู้สึกว่า ระยะเวลาที่เป็นเพื่อนกันมาไม่สามารถช่วยให้รักษามิตรภาพเหล่านี้ได้เลย มิตรภาพที่สวยงาม กลับพังทลายลงเพียงเพราะคำพูดไม่คิดเพียงคำเดียว
 
แต่ใครหลายคนกลับบอกว่า ที่เขาพูดอาจจะพูดด้วยอารมณ์โมโห  เลยเผลอพูดไปโดยไม่ตั้งใจ  ใช่ เขาอาจจะพูดโดยตั้งใจ  หากแต่คนที่เป็นเพื่อนกันก็ควรที่จะพูดรักษาน้ำใจกันไม่ใช่หรือ? ควรต้องเชื่อใจกันไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมเขากลับพูดคำๆนั้นได้โดยที่ไม่รู้สึกอะไรเลยละ?
 
แล้วยิ่งถ้าคุณไม่ได้ทำอะไรผิด แต่คุณกลับต้องขอโทษเขา เพียงเพราะเขาคือเพื่อน เลยทำให้คุณรู้สึกผิดที่อาจจะทำให้เขาไม่พอใจ แล้วถ้าหากคำขอโทษนั้นไม่มีประโยชน์สำหรับเขาละ?  และเขายังตอบคุณกลับมาด้วยคำพูดที่ทำให้คุณเสียความรู้สึก  คุณจะยังเรียกเขาคนนั้นว่าเพื่อนอยู่ไหม?  เพื่อนที่ได้ทำลายมิตรภาพด้วยคำพูดที่พูดโดยไม่ได้คิด
 
มีคนบอกว่า ถ้าเขามาขอโทษคุณ คุณก็ให้อภัยเขาไปเถอะ ยังไงก็เพื่อนกัน  “เพื่อนกัน “ เขาไม่พูดให้เสียความรู้สึกหรอกนะ เพราะคุณก็รู้ว่า ความรู้สึกที่มันเสียไปแล้ว มันไม่สามารถนำกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้
 
สุดท้ายแม้ระยะเวลาจะช่วยทำให้คำเหล่านั้นเลือนรางและค่อยๆจางหายไปตามกาลเวลาก็จริง   แต่หากคำๆนั้นมันจะยังคงอยู่ในใจไปตลอดกาล  ดั่งคำคมที่ว่า คำพูดบางคำก็เหมือนปืนลั่นไก เขม่าดำติดที่ใจคนพูด กระสุนติดอยู่ในใจคนฟัง - นิรนาม
About the Author
นักศึกษาฝึกงาน ที่อยากถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของตัวเองจากช่วงชีวิตที่ผ่านมาผ่านตัวอักษร
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
Emotional detachment ไม่ใช่การ “ทำใจ” หรือ “ปลง” แต่เป็น “การปฎิเสธความรู้สึก" จากสถานการณ์เลวร้าย 

 
แค่ก้าวเข้ามาอยู่ในอาชีพแบบนี้มันก็แย่พออยู่แล้ว แต่การถูกนำมาเร่ขายตามข้างถนน มันยิ่งกว่าตกต่ำจนแทบไม่น่าเรียกว่าเป็น…คน