ถามเรื่องสมองก็ไม่ได้ฉลาดเว่อร์...ถามเรื่องเบ้าหน้าก็ไม่ได้สวยที่สุด...ส่วนเรื่องเรียนเรื่องงานทำได้ตามมาตรฐานก็ดีใจแล้ว! และนี่คือแนวคิดว่า ทำไมการเป็น ‘คนกลางๆ ถึงดี
1.คนกลางๆ ไม่จำเป็นต้องรักษามาตรฐานให้สูงปรี๊ด ไม่จำเป็นต้องยืนเขย่งอยู่ตลอดเวลา คิดซะว่าทำวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวานก็พอ นี่แหละวิถีการพัฒนาตัวแบบคนกลางๆ
2.การเป็นคนกลางๆ ทำให้เราใช้ชีวิตได้เรื่อยๆ ไม่ต้องมีใครจับตามอง บางทีก็สบายใจเหมือนกัน
3.เมื่อคุณรู้ลิมิตของตัวเอง ว่าอะไรทำได้ อะไรฝืนไป ทำให้คุณวางเป้าหมายชีวิตไว้ตามความเป็นจริงมากกว่าความเพ้อฝัน
4. เมื่อพูดถึงเรื่องเจ็บตัวนี่ไม่ค่อยเจอ การเรียน(หรือทำงาน)ได้เกรดดีขึ้นก็ดีใจ เกรดเท่าเดิมก็เท่าทุน เกรดตกลงนิดหน่อยก็ไม่เป็นไรครั้งหน้าเอาใหม่
5.เมื่อถึงวัยสร้างตัว มนุษย์จะเปลี่ยนจากการรักคนที่หน้าตา มาเป็นการรักคนที่เหมาะสมกับเรา และวันนั้นคนกลางๆจะกลายเป็น Target ได้ง่ายมาก... รวมถึง การที่เราไม่ใช่คนสวยสุด ไม่ใช่คนเก่งสุด ไม่ใช่คนรวยที่สุด ทำให้เราสแกนคนข้างตัวเราได้ง่ายว่าเขาเข้ามาเพราะรักตัวเราจริงๆไม่ใช่หวังเรื่องอื่น
6.แม้คนจะหาว่าเราเป็น 'เป็ด' ทำได้ทุกอย่างแต่ไม่สุดสักอย่าง แต่เชื่อไหมการที่คุณทำอะไรก็ได้ ผ่านไปวงการ ก็ไหนก็ได้ ทำให้คุณมีสกิลในสายงาน Management เป็นอย่างดี
7.และเนื้องานบางครั้งก็ไม่ได้ต้องการ 'ที่สุด' แต่ต้องการคนรักงาน คนมีความพยายาม และคนรับผิดชอบสูง
8.คนกลางๆมีแนวโน้มว่าจะถูกกำจัดได้ยาก คุณจะรอดพ้นต่อการอิจฉาหรือการย่ำยี หากผู้คนจะทำร้ายกัน เขาจะเลือกตัดกำลังคนที่แกร่งที่สุด(ที่มีแนวโน้มเป็นศัตรู) และคนอ่อนสุด (เพราะง่ายต่อการกำจัด)
9.คนกลางๆไม่เคยถูกทอดทิ้ง คุณมักมีพันธมิตรเสมอ อย่างน้อยก็เป็นคนหนึ่งในทีมที่สามารถวางใจได้ ไม่ฉลาดจนน่ากลัวและไม่ได้โง่จนปวกเปียก
10.คนกลางๆมีแนวโน้มว่าปรับตัวเข้ากับทุกสถานการณ์ได้ดี คุณเป็นผู้ตามที่ดี ขณะเดียวกันเมื่อก้าวเป็นผู้นำ ฝึกฝนอีกหน่อยก็ย่อมได้
11.คนกลางๆ แสนจะน่ารัก พวกเราเฟลนลี่ ไม่ถือตัว (เพราะไม่มีอะไรให้ถือ)
สุดท้ายนี้หันมารักตัวเองให้มากๆนะคะ รักนะ...คนกลางๆ <3






