ON LOOKER

“ซัลวา” เด็กซาอุฯ หนีเข้าประเทศแคนาดา

14 ม.ค. 2562
โดยปกติแล้วทางประเทศซาอุดิอาระเบีย มีข้อจำกัดบางเรื่องสำหรับผู้หญิงอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้กลับมีเรื่องที่น่าสนใจ ที่ทำให้ประเด็นนี้กลับมาเป็นจุดสนใจของผู้คน

ราฮาฟ โมฮัมเหม็ด แอลเคนูน  ในวัยอายุ 18 ปี เธอได้ล็อกห้องขังตัวเองเอาไว้ในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเธอให้เหตุผลว่าเธอไม่อยากขึ้นเครื่องบินกลับบ้าน ซึ่งทำให้ข่าวนี้ออกไปและทำให้ผู้คนให้ความสนใจจำนวนมาก ทราบภายหลังว่าเธอพยายามหนีจากครอบครัวในซาอุดิอาระเบีย และต่อมาได้มีการทวิตข้อความเพื่อให้ชาวโซเชี่ยลช่วยเหลือผ่านทางทวิตเตอร์และตอนนี้ เธอได้รับอนุญาตให้ลี้ภัยในแคนาดาแล้ว ในอีกกรณีคือ ซัลวา อายุ 24  ปี เจตนาหนีออกจากบ้านพร้อมน้องสาวในวัย 19 ปี เมื่อช่วง 8 เดือนก่อน และตอนนี้ทั้งสองคนอาศัยอยู่ที่มอนทรีออล แคนาดา ในขณะเดียวกันที่ประเทศซาอุดิอาระเบียก็กำลังถกเถียงกันเรื่อง สิทธิสตรีภายในประเทศ

การวางแผนเตรียมตัว

เรื่องราวของซัลวาและน้องสาวของเธอน่าสนใจ ตรงที่พวกเขามีการวางแผนกันมาอย่างรัดกุม ในการจะหนีออกจากบ้านและออกจากนอกประเทศ จากซาอุสู่แคนาดา พวกเขามีการวางแผนไว้ล่วงหน้า 6 ปี โดยสิ่งที่จำเป็นต้องมีในการที่จะหนีออกนอกประเทศได้ หนึ่งคือ บัตรประจำตัวประชาชน และหนังสือเดินทาง แต่สำหรับซัลวาเธอมีบัตรประจำตัวประชาชนอยู่แล้ว เพราะครอบครัวทำให้ตอนที่เธอเรียนมหาวิทยาลัย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะต้องมีเอกสารอีกมากมาย ซึ่งเธอต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เพื่อดำเนินการเอกสารเหล่านี้ แต่โดยหลักการแล้วในประเทศซาอุ ในการจะทำกิจการใดๆ จำเป็นต้องให้ญาติที่เป็นผู้ชายดำเนินเรื่องให้ ส่วนหนังสือเดินทางซัลวาเธอได้ทำแล้ว ตั้งแต่ช่วงที่เธอต้องเข้าสอบภาษาอังกฤษเมื่อสองปีที่ผ่านมา แต่ด้วยความที่ทางครอบครัวของเธอเก็บหนังสือเดินทางไว้ เธอจำเป็นต้องคิดหาวิธีเพื่อจะเอามันออกมาให้ได้

ซัลวาเธอเล่าว่า เธอแอบเข้าบ้านพี่ชายเพื่อขโมยกุญแจ แล้วจึงไปดำเนินการปั๊มกุญแจ เพราะโดยปกติแล้วที่บ้านของเธอจะไม่ให้ออกจากบ้านหากยังไม่ได้รับอนุญาต เธอเลยต้องแอบไป ยิ่งโดยเฉพาะช่วงเวลาที่คนที่บ้านหลับกันหมด แต่มันก็สุ่มเสี่ยงหากพวกเขาจับได้ เพราะสิ่งที่ตามมาคือเธอจะถูกทำร้าย เมื่อเธอได้กุญแจมา และได้หยิบติดหนังสือเดินทางทั้งของตัวเองและน้องสาว รวมถึงเอาโทรศัพท์ของพ่อมาด้วยในตอนที่เขาหลับ ต้องบอกว่า ซัลวามีความเป็นนักสืบในตัวเองสูงมาก เพราะแผนของเธอคือ นำโทรศัพท์ของพ่อมาล็อกอินเข้าบัญชีบนเว็ปไซต์ของกระทรวงมหาดไทย และเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ลงทะเบียนมาเป็นเบอร์ของเธอเอง และได้ใช้บัญชีของพ่อในการยินยอมให้ทั้งสองเดินทางออกนอกประเทศอีกด้วย
 


การหลบหนี

เราหนีออกจากบ้านในช่วงเวลากลางคืนพอดี ในขณะที่ทุกๆคนหลับอยู่ เป็นเหตุการณ์ที่ตึงเครียดมากๆ เราทั้งสองขับรถไม่เป็น เราเลยเลือกที่จะเรียกแท็กซี่ โชคดีที่คนขับแท็กซี่ในซาอุคนนี้เป็นคนต่างประเทศ ไม่ใช่พื้นเพคนซาอุเดิม เขาเลยไม่คิดว่าการเดินทางตามลำพังของเราเป็นเรื่องน่าสงสัยแต่อย่างใด  เราได้เดินทางไปยังสนามบินนานาชาติสมเด็จพระราชาธิบดีคาลิด ใกล้กับกรุงริยาด แต่ในช่วงนั้นถ้าเราถูกจับได้ว่ากำลังมีแผนจะทำอะไร คงถูกฆ่ากันไปแล้ว เธอได้เก็บเงินสำหรับค่าตั๋วเครื่องบินตอนที่เธอเรียนปีสุดท้าย จากการทำงานในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ทำให้เธอเก็บเงินได้มากพอที่จะซื้อตั๋วและทำวีซ่าสำหรับเดินทางผ่านของเยอรมัน เราทั้งสองขึ้นเครื่องบินกันได้สำเร็จ และนี่เป็นครั้งแรกของฉันสำหรับการเหินฟ้าบนเครื่องบิน ความรู้สึกของฉันมีทั้งมีความสุข ความกลัว เต็มไปหมด หลังจากนั้นมา พ่อฉันได้เรียกตำรวจ เมื่อรู้ว่าพวกเราไม่ได้อยู่บ้าน แต่นั่นมันก็สายไปแล้ว เพราะฉันได้เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์มือถือในบัญชีกระทรวงมหาดไทยของพ่อ เมื่อเจ้าหน้าที่ทางการพยายามโทรหาเขา แต่กลับเป็นโทรเข้ามาที่เบอร์ฉันแทน และที่สำคัญคือตอนที่ฉันถึงเยอรมัน ได้เห็นข้อความที่ตำรวจพยายามส่งถึงพ่อฉัน



เมื่อเดินทางถึง

ถ้าพูดถึงชีวิตในซาอุฉันเหมือนคนตาย เพราะไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากไปมหาลัยและกลับมาอยู่บ้านทั้งวันโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ฉันโดนทำร้ายและถูกปลูกฝังเรื่องแย่ๆ เช่น ผู้ชายมีความเหนือชั้นกว่า ถูกบังคับให้ถือศีลอดและทำละหมาด เมื่อมาถึงเยอรมัน ฉันขอความช่วยเหลือจากทางการเพื่อให้ช่วยหาทนายทำเรื่องขอลี้ภัยให้ฉัน และกรอกเอกสารบางอย่างไป ที่เล่าถึงเรื่องของฉัน ฉันเลยเลือกที่จะลี้ภัยไปแคนาดาเพราะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงเรื่อง สิทธิมนุษยชน เพราะฉันได้เสพข่าวของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่ถูกส่งตัวไปที่นั่น นั่นก็ทำให้ฉันมั่นใจที่จะไปแคนาดา จนคำขอของฉันถูกตอบรับ และความรู้สึกแรกเลยที่ไปถึงโตรอนโต ฉันเห็นธงชาติแคนาดา รู้สึกได้เลยว่ากำลังจะทำเป้าหมายสำเร็จ ตอนนี้ฉันอยู่ที่ มอนทรีออลไร้ซึ่งกังวลใดๆ ไม่มีใครมาบังคับให้ทำอะไรที่นี่ได้ ฉันมีความสุขและรู้สึกเป็นอิสระ ถึงแม้ดูเหมือนว่าซาอุจะรวยกว่า แต่ที่นี่เป็นอิสระกว่า จะไปไหนก็ไปได้เลยโดยที่ไม่ต้องขออนุญาตใคร ฉันได้ทำอะไรหลายๆอย่างที่นี่ และไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวเลย แต่ก็คิดว่านั่นอาจดีแล้วสำหรับฉันและพวกเขา ฉันรู้สึกว่าที่นี่คือที่ที่ดีกว่ามาก และมันคือ “บ้าน” ฉัน

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.bbc.com/news/world-middle-east-46818237
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
Facebook เปิดตัวฟังก์ชั่นหาคู่ที่มีจุดเด่นคือ การหาคนที่คบกันแบบจริงจังเท่านั้น
 
อาการไอในเด็ก ไม่ได้รักษาได้ด้วยการกินยา