ON LOOKER

โรคใกล้ตัวที่ไม่ได้เกิดแค่กับพนักงานออฟฟิศ

28 ส.ค. 2561
สำหรับพนักงานออฟฟิศที่นั่งทำงานเป็นเวลานานๆนั้น เสี่ยงต่อการเป็น “โรคออฟฟิศซินโดรม” โรคนี้ไม่ได้จำกัดแค่พนักงานออฟฟิศเท่านั้นที่จะเป็นได้ คนที่นั่งเล่นโทรศัพท์ หรือเล่นคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานก็เสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน หากเรามีอาการปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดคอ ปวดตา ปวดหัว นั้นแหละเป็นสัญญาณเตือนที่เรามองข้ามไม่ได้
 
สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคออฟฟิศซินโดรม
  • เกิดจากการนั่งในท่าเดิมๆเป็นเวลานานๆ ไม่ได้ยืดเส้นยืดสายให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย
  • เกิดจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือ หน้าจอโทรศัพท์เป็นเวลานาน หน้าจอภาพมีรังสีที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวและปวดตาได้
  • สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม เช่น อากาศไม่ถ่ายเท แออัด เก้าอี้และโต๊ะไม่เหมาะสมกับรูปร่าง สถานที่ที่อยู่มีแต่ฝุ่น เป็นต้น
  • ทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน ทำให้เกิดความเครียดตามมา
อาการของโรคออฟฟิศซินโดรมที่เราจะเห็นได้ชัด
  • ปวดหัว ปวดตา หรือปวดไมเกรนบ่อยๆ เพราะใช้สายตามาก พักผ่อนไม่เพียงพอ และมีความเครียดสะสม
  • ปวดเมื่อยตามร่างกาย เช่น ปวดหลัง ไหล่ คอ แขน ขา ข้อมือ นิ้วมือ เป็นต้น เพราะจากการนั่งท่าเดิมๆเป็นเวลานาน ถ้านานเกินไปอาจจะทำให้เป็นอาการปวดเรื้อรัง
  • มีอาการตึงๆ ชาๆ ตามร่างกาย ซึ่งเกิดจากอาการปวดเรื้อรังและมีความอักเสบของกล้ามเนื้อ เอ็นอักเสบ หรือเส้นประสาทตึงตัว จนส่วนต่างๆมีอาการชา เส้นยึด และนิ้วล็อก ตามมา
  • แขนขาชาและอ่อนแรง เพราะเกิดจากการนั่งนานเกินไป จนเกิดการผิดปกติของระบบไหลเวียนเลือดในร่างกาย
  • รู้สึกนอนไม่หลับ เพราะเกิดจากความเครียด และอาจจะมีอาการปวดเมื่อตามร่างกาย ปวดหัวจนนอนไม่หลับ
วิธีการรักษาอาการของโรคออฟฟิศซินโดรม
  • เมื่อรู้สึกเมื่อย ก็ควรพักผ่อน ยืดเส้นยืดสายบ้าง เช่น ลุกขึ้นยืน หรือเดินออกไปสูดอากาศภายนอกออฟฟิศบ้าง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อคลายกล้ามเนื้อ ไม่ให้กล้ามเนื้อเกร็ง ป้องกันเอ็นและข้อต่างๆในร่างกายยึด ช่วยคลายเครียดและยังช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายอีกด้วย
  • ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมในที่ทำงานให้เข้ากับเรามากขึ้น เช่น เปลี่ยนโต๊ะและเก้าอี้ให้เหมาะสมกับรูปร่างของเรา จัดพื้นที่ที่ทำงานให้มีอากาศถ่ายเทสะดวก เป็นต้น
  • หากอาการรุนแรงมากขึ้น และไม่สามารถรักษาในระยะสั้นๆได้ อาจจะต้องพักงานหรือหางานใหม่ เพื่อไม่ให้อาการร้ายแรงกว่าเดิม
  • วิธีนี้รักษาโดนใช้ยา เช่น การทานยาคลายกล้ามเนื้อ ยาคลายเครียด แต่ยาที่ทานต้องเป็นยาที่แพทย์เป็นผู้จ่ายยาให้เท่านั้น
  • หากอาการรุนแรงถึงขึ้นเดินไม่ได้ ต้องใช้เวชศาสตร์ หรือใช้การกายภาพบำบัดเข้าช่วย
  • รักษาด้วยแพทย์แผนอื่นๆ เช่น การฝังเข็ม การนวดกดจุด เป็นต้น
โรคออฟฟิศซินโดรมถ้าหากเป็นแล้วถูกปล่อยไว้โดยไม่ได้รักษา หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายมากขึ้น เช่น
  • อาจจะทำให้เกิดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท กระดูกสันหลังคด และแขนขาอ่อนแรง อาจจะต้องกายภาพบำบัด หรือผ่าตัดเลยก็ได้
  • เสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้า เพราะเกิดจากความเครียดที่สะสม ความกดดัน และบรรยากาศในการทำงานไม่ดี
  • อาจจะเกิดโรคเรื้อรังขึ้นได้ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง จากการรักประทาอาหารจุกจิก และการทำงานที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
สังคมอังกฤษในยุคที่มีการแบ่งคุณค่าของคน ความไม่เท่าเทียม การเหยียดหยามและแบ่งแยกผู้ด้อยโอกาสออกจากสังคม เป็นที่มาของSkinhead ซึ่งหลายคนอาจจะคาดไม่ถึงว่า ทรงผมสุดเท่อย่าง Skinhead นั้น จะมีตำนานมาอย่างยาวนาน
ไปทำความรู้จัก ‘ทักษะด้านอารมณ์’ ในที่ทำงาน “Soft Skills”