ON LOOKER

การร้องไห้มีประโยชน์ แต่อะไรคือสิ่งบ่งชี้ว่า คุณร้องไห้มากเกินไป

20 ส.ค. 2561
การร้องไห้ถือเป็นการตอบรับทางธรรมชาติของมนุษย์ ที่เกิดขึ้นต่ออารมณ์ที่ต่างกันไป ทั้งความเสียใจ หดหู่ใจ กระทั่งความดีใจ และความสุข ไม่ใช่การแสดงออกถึงความอ่อนแอแต่เพียงอย่างเดียว และไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือชาย ก็สามารถร้องไห้กันได้ทั้งนั้น สถิติที่อเมริกาเมื่อปี 2017 ระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้หญิงร้องไห้ประมาณ 3.5 ครั้งต่อเดือน และผู้ชายร้องไห้ประมาณเดือนละ 1.9 ครั้ง ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตประเภทเดียวที่ร้องไห้ออกมาเป็นน้ำตา
โดยน้ำตาที่มาจากดวงตาของมนุษย์แบ่งเป็นสามประเภทด้วยกัน

1.น้ำตาขั้นแรกเริ่ม (Basal) น้ำตาชนิดนี้จะหลั่งออกมาในทุกครั้งที่คนเรากระพริบตา เต็มไปด้วยโปรตีนที่ไม่มีแบคทีเรียใดๆเจือปน ทำให้ดวงตาชุ่มชื้น
2.น้ำตาอัตโนมัติ (Reflex) น้ำตาประเภทนี้ คือตัวตอบรับกับสิ่งรบกวนดวงตาต่างๆเช่น ลม ฝุ่น ควัน หรือกระทั่งหัวหอม เพราะจะถูกปล่อยออกมาเพื่อปกป้องดวงตาของเรา
3.น้ำตาแห่งอารมณ์ (Emotional) นี่คือประเภทของน้ำตาที่ขึ้นอยู่อารมณ์และความเครียดของมนุษย์ จะมากน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณของอารมณ์ และแต่ละบุคคล เป็นประเภทของน้ำตาที่เราหยิบยกมาพูดกันมากที่สุด ในเวลาที่พูดถึงการร้องไห้ 

ผู้คนโดยมากถือว่าการร้องไห้คือการแสดงความอ่อนแอ แต่แท้จริงแล้ว คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์บอกว่า การร้องไห้ไม่ได้แสดงออกถึงความอ่อนแอเสมอไป เพราะมันก็มีประโยชน์เช่นกัน ทีมวิจัยแบ่งประโยชน์ของการร้องไห้เป็น 8 อย่างได้แก่
 
1.ทำให้ใจเย็นลง
การร้องไห้ช่วยจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตนเองที่เกิดขึ้น ทั้งทำให้ใจเย็นลง ลดความเครียด ผลการวิจัยในปี 2014 ระบุว่า การร้องไห้มีผลโดยตรงกับการปลดปล่อยความเครียดของคน เพราะการร้องไห้คือการทำให้ parasympathetic nervous system (PNS) หรือ ส่วนหนึ่งของระบบประสาทอัตโนมัติทำงาน และทำให้เราผ่อนคลายลงได้
 
2.การได้รับการสนับสนุนและกำลังใจจากคนรอบข้าง
การร้องไห้ทำให้รู้ว่ามีคนรอบข้างที่ยังเป็นห่วงและพร้อมให้กำลังใจ มีผลการวิจัยในปี 2016 ระบุว่า การร้องไห้คือหนึ่งในพฤติกรรมพื้นฐานของมนุษย์ที่ทำให้เรายังอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มก้อน และมีปฎิสัมพันธ์ต่อกัน
 
3.การลดความเจ็บปวด 
การร้องไห้ทำให้ร่างกายหลั่งฮอรโมนออกซิโทซิน หรือฮอร์โมนแห่งความรัก ความผูกพันธ์ และ เอนโดรฟิน ฮอร์โมนแห่งความสุข ซึ่งการหลั่งของสองฮอร์โมนนี้ ทำให้เรารู้สึกดี และมีความสุขขึ้น ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
 
4.ปรับระดับอารมณ์ให้ดีขึ้น
นอกจากเพิ่มระดับฮอร์โมนแห่งความสุขแล้ว การร้องไห้ยังอาจช่วยให้อารมณ์ของเราดีขึ้น ทำให้เกิดความรู้สึก "feel good" ที่ใครๆ ต่างต้องการ
 
5.ปลดปล่อยสารพิษ และลดความเครียด
เมื่อมนุษย์ร้องไห้ออกมาเป็นน้ำตา ในน้ำตานั้นแหละที่ฮอร์โมนความเครียดอยู่ในนั้น และถือว่าได้ถูกปลดปล่อยออกมา และถือเป็นการทีร่างกายได้เอาความเครียดออกไปนั่นเอง

6.ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น
หนึ่งในการศึกษาฉบับย่อยๆในปี 2015 ระบุว่า การร้องไห้ช่วยให้ทารกนอนหลับดีขึ้น หากแต่การร้องไห้จะทำให้ผู้ใหญ่นอนหลับได้ดีขึ้นหรือไม่นั้น ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดออกมา แต่หากลองไล่เรียงประโยชน์ของการร้องไห้ตามที่กล่าวมาข้างต้น เช่น ลดความเครียด ลดความเจ็บปวด ทำให้ใจเย็นลง ก็เชื่อว่าน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น
 
7.ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย
เชื่อไหมว่าการร้องไห้ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในดวงตาได้ ช่วยทำความสะอาดดวงตาด้วยของเหลวที่ชื่อว่า lysozyme ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของน้ำตา ผลการศึกษาในปี 2011 ระบุว่า lysozyme มีความสามารถอย่างยิ่งในการ ลดความเสี่ยงของการจู่โจมของโรคที่มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรียต่างๆ เช่น โรคแอนแทร็คซ์
 
8.ช่วยในการมองเห็นที่ดีขึ้น
กลับไปที่ประเภทของน้ำตาข้างต้น อย่างน้ำตาขั้นแรกเริ่ม หรือ Basal tears ที่จะถูกปล่อยออกมาในเวลาที่คนเรากระพริบตา นอกจากทำให้ดวงตาชุ่มชื้นขึ้นแล้ว ยังช่วยปกป้องถึงภายใน ให้เยื่อบุภายในดวงตาชุ่มชื้น ไม่แห้งตึง จนทำให้มองเห็นชัดขึ้น
แต่ก็มีเหมือนกัน ที่การร้องไห้ อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา และเป็นสัญญานของความเครียดที่คุณอาจควรไปพบแพทย์ เราทุกคนสามารถเช็คตัวเองว่ามีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่

1.ร้องไห้พร่ำเพรื่อ ร้องตลอดเวลา
2.ร้องไห้โดยไม่มีเหตุผลใดๆ
3.การร้องไห้เริ่มมีผลรบกวนการดำเนินชีวิต
4.การร้องไห้ที่เราไม่สามารถควบคุมได้
5.มีสัญญานของความเครียดอื่นๆตามมาด้วย เช่น ไม่สมาธิในการจดจ่อทำอะไร จำอะไรไม่ค่อยได้เหมือนเดิม หรือไม่สามารถตัดสินใจได้
6.รู้สึกหมดแรง
7.รู้สึกผิด รู้สึกไม่มีค่า
8.รู้สึกไม่มีหวังใดๆ
9.ไม่มีความรู้สึกเป็นสุขแม้ภายใต้สถานการณ์ครื้นเครง
10.มีความเจ็บปวดที่หาสาเหตุไม่ได้ เช่นตะคริว ชา ปวดเนื้อปวดตัว
11.มีปัญหาที่ระบบการย่อย และการกิน ที่รักษาแล้วก็ไม่ดีขึ้น
12.เริ่มมีความคิดที่จะทำร้ายตนเอง หรือกระทั่งการฆ่าตัวตาย 

น้ำตาและการร้องไห้จะไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่เราสามารถจัดการกับตนเองได้ หากเป็นน้ำตาที่มาพร้อมอาการเหล่านี้ ควรพบแพทย์ให้เร็วที่สุด นอกจากตัวเองแล้ว เราควรช่วยกันสังเกตคนรอบตัวด้วย
 


แปลและเรียบเรียงจาก https://www.medicalnewstoday.com/articles/319631.php
รูป: Pixabay
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ผ่าตัดคลอดได้เพิ่มขึ้นทั่วสหรัฐฯ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักวิจัยเร่งค้นหาเหตุผล
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบนิสัยที่สามารถช่วยยืดอายุขัยของมนุษย์ได้