ON LOOKER

มารู้จัก คำว่า "foodstagramming" ทำไมคนถึงชอบถ่ายภาพอาหารก่อนทาน

21 มิ.ย. 2562
การมาถึงของยุคที่เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมีการพัฒนาอย่างมาก หรือในยุคที่ถูกเรียกว่ายุคดิจิทัลนั้น ได้ทำให้เกิดพฤติกรรมใหม่ๆเกิดขึ้นมา อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต เช่น การถ่ายภาพอาหารก่อน รับประทาน 



รูปภาพของอาหารรูปแรกมีชื่อว่า “The Set Table” ถูกถ่ายโดยนักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศส นามว่า Nicéphore Niépce  ในปี ค.ศ.1832 ซึ่งเป็นรูปถ่ายโต๊ะอาหารที่ประกอบไปด้วยขวดไวน์ แก้ว ชาม ช้อน มีด และขนมปัง หลังจากนั้นที่ได้มีการผลิตและพัฒนาแอปพลิเคชั่นเพื่อนำเสนอรูปภาพอย่าง อินสตราแกรม ทำให้ ในปัจจุบัน รูปภาพของอาหารมีอยู่ในสื่อสังคมออนไลน์มากกว่า600ล้านรูปแค่เฉพาะในอินสตราแกรมเท่านั้น เหตุผลที่ทำให้รูปภาพอาหารจำนวนมากมายเหล่านี้อยู่บนสื่อสังคมออนไลน์เพราะว่าเป็นเรื่องที่ง่ายต่อการ เข้าถึงสำหรับทุกๆคน อีกทั้งยังเป็นวิธีการบอกเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวันของเราอีกรูปแบบหนึ่งด้วย ข้อมูล จากหน่วยงานการตลาดรายหนึ่งได้รายงานว่า 25% ของภาพถ่ายอาหารถูกจูงใจโดยความต้องการที่จะเผยแพร่เรื่องราวในชีวิตประจำวันสู่สาธารณะ นอกจากนี้การโพสต์ภาพเมนูอาหารยังเป็นส่วนหนึ่งในการ นำเสนอตัวเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพราะภาพของอาหารที่ดูน่ารับประทานเหล่านั้นสามารถสร้างภาพลักษณ์ให้เราในเชิงบวกได้ รวมไปถึงการต้องการการยอมรับก็เป็นอีกแรงจูงใจ ที่เข้มข้น เราจึงได้เห็น 22% ของภาพถ่ายอาหารเป็นภาพที่โชว์อาหารที่ทำเอง เพื่อส่งเสริมความภูมิใจใน ตัวเอง

 
“The Set Table” ( Nicéphore Niépce, 1832)
 
คำว่า Foodstagramming เกิดจากการรวมคำว่า Food และ Instagramming เข้าด้วยกัน ทำให้เกิด คำศัพท์ใหม่ที่มีความหมายว่า การโพสต์ภาพอาหารบนสื่อสังคมออนไลน์ การถ่ายภาพอาหารอาจดูคล้ายกับ พิธีการสวดมนต์ก่อนทานอาหาร ข้อมูลจาการทดลองทางด้านจิตวิทยาเกี่ยวกับพฤติกรรมในการรับประทาน อาหาร พบว่า คนที่สวดมนต์สั้นๆ ก่อนมื้ออาหารนั้น พวกเขามีความสุขกับอาหารมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ คนที่ต้องการรับประทานอาหารให้เสร็จไปในแต่ละมื้อ การตีความในแง่วิทยาศาสตร์จึงมองว่า มีความเกี่ยวข้อง

กับเรื่องระยะเวลาที่เราใช้ในการสวดมนต์ หรือ การถ่ายภาพก่อนการเริ่มทานอาหารที่ทิ้งช่วงออกไป ส่งผลใน เรื่องการเพิ่มความพึงพอใจในแต่ละมื้อมากขึ้น นิตยสารNew York Magazine เคยนำเสนอเรื่องราวที่ถูก เผยแพร่ในวารสารการตลาดผู้บริโภคว่า เพียงแค่ภาพถ่ายของอาหารก็ทำให้เรารู้สึกว่ามันอร่อย แม้ในบางครั้ง จะเป็นอาหารที่เราไม่ได้ชอบกินเท่าไหร่นัก ดังนั้นการเห็นภาพอาหารที่ดูมีประโยชน์ของคนอื่นๆ จึงสามารถ กระตุ้นให้เราเชื่อได้ว่าอาหารในภาพนั้นอร่อยและทำให้เราอยากรับประทานที่มีประโยชน์ด้วยเช่นกัน



ผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพ็นซิลวาเนีย มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นคาโรลิน่า และมหาวิทยาลัยเยล ลงรายละเอียดในงานวิจัยการถ่ายภาพ ได้ความว่า ภาพที่ถ่ายระหว่างเหตุการณ์ที่เป็นบวก เช่น มื้ออาหารขณะ ล่องเรือชมเมือง จะทำให้คนที่กำลังดูภาพมีความสุขไปด้วย นอกจากนี้ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพก่อนการ รับประทานอาหารจะคุ้นชินกับการถ่ายภาพอาหารในทุกๆมื้อ หากไม่ทำเช่นนั้นแล้วจะรู้สึกเหมือนกับว่า อาหารมื้อนั้นไม่อร่อย ขาดส่วนผสมสำคัญอะไรบางอย่างเลยทีเดียว
 


ความถี่ในการถ่ายภาพอาหารสามารถเป็นสัญญาณเตือนเกี่ยวกับความผิดปกติในการบริโภคอาหารไป จนถึงพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ มีบางผลวิจัยบอกเราว่า มันทำให้น้ำหนักขึ้นหากเรายึดติดกับการ ถ่ายภาพเพื่อต้องการให้คนมากดไลก์มากเกินไป จนเกิดเป็นพฤติกรรมในการถ่ายภาพก่อนรับประทานอาหาร ว่าอาหารแต่ละมื้อคือสิ่งที่จะทำให้ตัวเราได้รับความชมชอบอย่างดี ซึ่งเรื่องน่ากังวลคือ คนไม่น้อยที่มีความคิด เช่นนี้ ได้รับการสำรวจจาก Business2Community ผลการสำรวจเปิดเผยว่า 23% ของผู้ใช้งานแอปพลิเคชั่น อินสตาแกรมทั้งหมด ถ่ายภาพอาหารของพวกเขาเพื่อรวบรวมลง บล็อก หรือ Food diary และน้อยนักที่เมนู ที่ปรากฏในภาพจะเป็นผัดผัก หรือ ซุปบล็อกโคลี่ เพราะส่วนใหญ่แล้วมันเต็มไปด้วยฮอทด็อก โดนัท เบอร์ เกอร์ สเต็ก และทาโก้ ซึ่งเมนูเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเมนูที่ให้พลังงานที่สูงและให้สารอาหารที่ไม่สมดุล ถ้าหาก รับประทานเหล่านี้เป็นประจ าอาจจะทำให้เกิดโรคอื่นๆตามมา เช่น โรคอ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง เป็นต้น 
 สำหรับข้อดีของการถ่ายภาพอาหารก็มีอยู่เช่นกัน มีงานวิจัยที่ได้รายงานไว้ว่า พฤติกรรมนี้สามารถ ช่วยรักษาผู้ป่วยทางจิตที่มีความบกพร่องทางการบริโภคอาหาร เช่น อะนอเร็กเซียหรือโรคเบื่ออาหาร ให้ดีขึ้น ได้ The Atlantic ได้รายงานว่า มีบัญชีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์มากมายที่เกิดขึ้นโดยเด็กผู้หญิงและหญิงสาวที่มี ภาวะเป็นโรคดังกล่าว หรือ อยู่ในกลุ่มเสี่ยง และต้องการบำบัดตนเอง ได้กลับมารับประทานอาหารมากขึ้นเพื่อ ต้องการถ่ายภาพลงสื่อสังคมออนไลน์ เพราะต้องการเก็บไว้เป็นบันทึกไดอารี่ของพวกเธอ ซึ่งนับเป็นหนึ่งใน กระบวนการบำบัด ทั้งยังได้รับระบบความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้าด้วยการกดไลก์รูปภาพที่พวกเธอลง ทำ ให้เกิดกำลังใจที่จะทำต่อไปอีกด้วย

ทุกๆนาทีมีการโพสต์รูปภาพของอาหารกว่า10,000ภาพ ซึ่งประกอบไปด้วยอาหารหลากหลายเมนู จากทั่วทุกมุมโลก Nathalie Nahai นักจิตวิทยากล่าวไว้ว่า เวลาที่เราโพสต์ภาพอาหารลงบนโลกออนไลน์ เราได้สร้างบรรยากาศแห่งความชิดเชื้อขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพราะอาหารเป็นภาษาสากลและการเผยแพร่มันออกไป แม้ว่าจะมีเพียงภาพถ่าย ก็สามารถทำให้เราผูกพันกับคนอื่นมากขึ้นได้
 


อ้างอิง :  https://www.socialmediatoday.com/social-networks/psychology-foodstagramming  http://pagesperso.lcp.u-psud.fr/marignier/Main_Results-New-Look3.html
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
สาร DMS หรือ สารเคมีจากพลาสติก ถูกแพร่กระจายไปตามท้องทะเล ส่งผลต่อสัตว์ทะเลน้อยใหญ่ เข้าขั้นวิกฤต
 
การเยือนประเทศอังกฤษของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมพ์ ทำให้ตำรวจแห่งสหราชอาณาจักรหมดค่าใช้จ่ายไปกว่า 18 ล้านปอนด์ หรือราว 23.8 ล้านดอลลาร์