ON LOOKER

ทำงานหนักมากไป ระวังเป็นโรค “บ้างาน”

23 ต.ค. 2562
บางคนอาจเคยได้ยินแต่อาการขี้เกียจทำงานมากกว่า การบ้าบิ่นหักโหมทำงาน นอกเสียจากว่าจำเป็นต้องทำงานนั้นๆตามเวลาที่กำหนด เรามักจะกลายเป็นคนบ้างานอยู่ชั่วขณะ แต่ในความเป็นจริงมันมีอยู่จริง ซึ่งคนเสพติดการทำงาน จนเข้าขั้นบ้างานไปเลย อาการบ้างานดังกล่าวนี้ คือคนที่ทำงานแบบหมกมุ่น และมักจะรู้สึกว่ามันจำเป็นต้องทำ ต้นตอมาจากงานที่จำเป็นต้องทำกับงานที่มากจนเกินไป



เรื่องจริงจากเจ้าหน้าที่ด้านการดูแลสุขภาพ ชื่อเจซี ในวัย 40 ปี และไม่ประสงค์ที่จะเปิดเผยชื่อนามสกุลแต่อย่างใด เคยมีปัญหาเรื่องพฤติกรรมทางการกินกับการติดสุราอย่างหนักมาแล้ว แต่ไม่นานนักหลังจากเลิกเหล้าได้ เธอกลายมาเป็นหญิงวัยทองผู้เสพติดงานแทน อาการบ้างานของเธอนั้นเป็นผลทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพเธอเป็นอย่างมาก เธอมีอาการไปตั้งแต่ หงอกขึ้นก่อนวัยอันควรตั้งแต่เริ่มทำงานฝ่ายบริหาร มีอาการทางหัวใจและภาวะต่อมหมวกไตอ่อนล้า ก่อนจะพยายามหาทางออกโดยการเข้าร่วมกลุ่มผู้ติดงานนิรนาม



กลุ่มผู้ติดงานนิรนามนั้นมีหลักการบำบัดอาการบ้างานนี้อยู่ 12 ขั้นตอน และเป็นกลุ่มที่มีการพัฒนาขึ้นโดยอีกกลุ่มที่ชื่อ กลุ่มผู้ติดสุรานิรนาม และกลุ่มบำบัดดังกล่าวนี้สามารถเข้าร่วมบำบัดได้ผ่านทางการคุยโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ได้เช่นกัน มีการพบปะของคนในกลุ่มที่มีอาการใกล้เคียงกันกว่า 100 กลุ่มทั่วโลก ไม่ว่าจะจาก อังกฤษ,สหรัฐ,อาร์เจนตินา และญี่ปุ่น

อาจจะตั้งคำถามขึ้นมาว่า แล้วเราจะสำรวจตัวเองได้อย่างไรว่าเรามีอาการเสพติดการทำงาน อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่าอาการเสพติดการทำงานนี้มาจาก คนที่ใช้เวลาทำงานอย่างหมกมุ่นจนเกินไป และคิดว่าทุกงานคือสิ่งจำเป็น แต่สามารถบำบัดให้ดีขึ้นได้ด้วยการเข้ากลุ่มผู้เสพติดงานนิรนาม และสำหรับบางรายอาจเลือกใช้วิธีการเข้าบำบัดกับจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญแบบตัวต่อตัว ก็จะนำมาซึ่งผลในทางที่ดีขึ้นของผู้ป่วยเอง

แล้วอะไรคือสิ่งที่สรุปได้ว่านี่คืออาการเสพติดงานจริง และสิ่งที่นำไปสู่การเสพติดงานคืออะไร จริงๆมีนักจิตวิทยาที่อ็อกซ์ฟอร์ดท่านหนึ่ง ได้ให้คำปรึกษากับผู้ป่วยอาการดังกล่าวอยู่บ่อยครั้ง ได้รับคำตอบว่า ผู้ป่วยอาการเสพติดงานมักจะมีอาการทางจิตอื่นร่วมอีกด้วย จึงต้องรับมือกับหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน บางรายถึงขั้นมีโรคซึมเศร้าร่วมด้วย นักจิตวิทยากล่าวไว้ว่า ผู้ที่เข้าข่ายเสพติดงานนั้นต้องมีปัจจัยดังนี้

1.บุคคลผู้นั้นมีความจำเป็นต้องทำงานหนัก
2.โดนแรงกดดันจากพ่อแม่มากจนเกินไปในวัยเด็ก
3.ตำแน่งของงานที่อาวุโสกว่ามีแนวโน้มเสี่ยงจะเสพติดงานมากกว่าตำแหน่งที่ต่ำกว่าในบริษัท
4.คนที่หมกมุ่นใช้เวลาอยู่กับธุรกิจของตัวเอง คือ เป็นนายของตัวเอง ก็มีโอกาสเสพติดงานได้ 

จริงแท้ที่ผู้เสพติดงานนั้นมักไม่รู้อาการตน และคาดไม่ถึงว่าพฤติกรรมดังกล่าวจะเป็นปัญหาใดๆ เพราะเมื่ออีกปัจจัยมาเชื่อมโยงอย่าง การยิ่งทำงานหนักเท่าไหร่ในบางองค์กรจะได้รับค่าตอบแทนได้งามเท่านั้น แนวทางการรักษาอาการนี้จึงต้องหาต้นตอของสาเหตุให้พบ ปรับวิธีการรักษาให้เหมาะกับคนไข้แต่ละคน ก็จะหายดีได้ในที่สุด

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.bbc.com/news/business-43485981
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เถาพระเจ้าฟ้าร้อง (THUNDER GOD VINE) พืชที่ใช้ในยาจีนโบราณ ทำให้หนูทดลองลดน้ำหนัก 10% ในหนึ่งสัปดาห์
เพียงแค่คุณทำ 2 สิ่งต่อไปนี้ ก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานสำหรับบุคคลที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อนอย่างแน่นอน