ON LOOKER

Bipolar : หมด Passion ทำอย่างไรดี? มีคำตอบ

5 ส.ค. 2562
ความเครียดที่สะสมที่ไม่ได้รับการแก้อย่างถูกวิธีส่งผลเสียหลายอย่างกับการทำงานของมนุษย์เงินเดือนในยุคปัจจุบัน อีกทั้งปัญหาเศรษฐกิจอย่างในเมืองไทยเองที่นับวันยิ่งแย่ลง ทำให้คนหมด Passion ไปได้อย่างง่ายดาย แต่อย่าลืมว่าภาวะหมด Passion นี้ มักจะมีที่มาที่ชัดเจนเสมอ แล้วถ้าสำรวจตัวเองดูแล้วว่าเรามี ภาวะหมด Passion จริง จะแก้ปัญหาตรงนี้ได้อย่างไร



อ่อนล้า,หมดแรง,ไม่มีกำลังใจ,ไม่อยากทำงาน,มองโลกในแง่ลบ,ทำผลงานได้แย่ลง,ขาดความมั่นใจในตัวเองไป,ไม่ไว้ใจคนอื่น,ปลีกวิเวกออกมาอยู่คนเดียว,เหนื่อยง่ายและเหนื่อยตลอดเวลา บางรายอาจถึงขั้นมีปัญหากับผู้ร่วมงานได้ สิ่งต่างๆดังกล่าวไม่ได้เกิดจากอุปนิสัยส่วนบุคคลเสียทีเดียว เพราะทางองค์การอนามัยโลกได้คอนเฟิร์มอย่างเป็นทางการแล้วว่านี่เป็นภาวะหมด Passion จริง แต่น้อยคนนักที่จะรู้ตัวทันว่าตนเองมีภาวะนี้ครอบงำอยู่ในตัว คนใกล้ตัวเท่านั้นที่จะมองเห็นส่วนนี้ได้ชัดเจนที่สุดในมุมที่พวกเขาเห็น เพราะอื่นใดจะเริ่มยากขึ้นเพราะภาวะนี้กลับไม่มีสัญญาณใดๆมาคอยเตือนให้เราเตรียมตัวล่วงหน้าได้เลย
 


แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองเป็น? มี 4 คำถามที่อาจช่วยคุณได้

1.คนใกล้ตัวเอ่ยปากขอให้คุณทำงานน้อยลงหรือไม่?
2.สำรวจตัวเอง 1 เดือนที่ผ่านมาว่าเราโกรธง่าย หุนหันพลันแล่น กับเพื่อนร่วมงาน, ลูกค้า หรือคนใกล้ชิดหรือไม่?
3.เรารู้สึกเสียใจที่เหมือนว่าตัวเองไม่มีเวลาให้ ครอบครัว,เพื่อน,คนรัก,คนใกล้ตัว หรือแม้แต่ตัวเองหรือไม่
4.อ่อนไหวง่ายเกินไปไหม บางทีร้องไห้ บางทีหงุดหงิด บางทีตะโกนโหวกเหวกโวยวาย โดยไร้เหตุผล และถ้าคุณตอบ 3 คำถามนี้แล้ว คำตอบของคุณ คือ “ใช่ครับ,ใช่ค่ะ” ทั้ง 3 ข้อ นั่นแปลว่า เรากำลังมีปัญหาแล้วซึ่งจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะเสี่ยงต่อภาวะหมด Passion สรุปให้สั้นๆว่า ภาวะหมด Passion นี้จะมีการก่อตัวเหมือนมะเร็ง ใช้เวลานาน 6-18 เดือน แล้วแต่คนไป ภาวะหมด Passion จะมีความต่างจากความเครียดทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เพราะความเครียดจะเกิดจาก การที่บางอย่างหรือบางคนเรียกร้องให้คุณทำในสิ่งที่เกินตัวหรือเกินความสามารถที่คุณมีอยู่ หรือถ้าเป็นเรื่องอื่น เมื่อคุณเจอกับอุปสรรคหรือเรื่องร้ายๆ ที่มันเกินกว่าสภาพจิตใจคุณจะรับได้ นั่นเราเรียกมันว่า “ความเครียด” ก่อนหน้านี้เกิดความเข้าใจผิดมามากว่า ภาวะหมด Passion นั่นมักเกิดกับคนที่มีความสามารถเก่งๆหรือคุณกำลังเกลียดการทำงานของคุณอยู่ เท่านั้น แต่ความเป็นจริงคือไม่ใช่  เพราะไม่ว่าจะทนาย แพทย์ ครู นักธุรกิจ ต่างพบเจอกับความเครียดในแบบเดียวกันได้ และในคนที่ละเอียดและชอบความสมบูรณ์แบบจะมีอาการเข้าขั้นรุนแรงกว่า



เป็นเช่นนี้แล้วควรจะจัดการกับ ภาวะหมด Passion อย่างไรดี?

1.กระตุ้นความสามารถตัวเองในการรับมือกับเรื่องร้ายๆ รับมือกับความเครียดให้ได้และถูกวิธี จึงจะช่วยฟื้นตัวขึ้นมาได้บ้าง
2.ทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่ชอบให้มากขึ้น,การออกกำลังกาย,การออกไปเจอสังคมบ้าง และสำคัญคือการนอนหลับให้เพียงพอ
3.สนใจ “พื้นที่แห่งพลัง” ให้มากขึ้น คือการโฟกัสในเรื่องที่เราสามารถควบคุมได้ ไม่นำเรื่องหรือสิ่งที่ทำแล้วเหนือการควบคุมของเรามาในชีวิต จึงจะลดความเครียดลงได้
4.ออกแบบตารางทำงานของตัวเอง สำหรับพนักงาน โฟกัสงานเร่งด่วนงานสำคัญมากกว่าจะโฟกัสกับงานที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องมากจนเกินไป
5.นายจ้างก็สำคัญที่จะจัดการสมดุลของการทำงานกับการใช้ชีวิตให้กับคนของตัวเองวัฒนธรรมที่แย่ในการทำงานก็เป็นต้นตอหลักของความเครียดในการทำงาน ซึ่งบริษัทเองก็ต้องยอมรับในเรื่องนี้ด้วย เปลี่ยนทัศนคติบริษัทตัวเอง เพื่อให้คนทำงานหรือพนักงานที่มีความเครียด คุณควรช่วยให้พวกเขากลับมายืนด้วยขาและลำแข้งของตัวเอง แทนที่จะมองการเปลี่ยนแนวการปฏิบัติของบริษัท

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.bbc.com/news/health-48682203
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ผลร้ายแรงของโรคกลัวความอ้วนอย่างบูลิเมีย ที่เกิดขึ้นโดยตรงต่อร่างกาย
 
ผักผลไม้ เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อสุขภาพที่ดีของร่างกาย